บสย. เร่งช่วย SMEs กลุ่มเปราะบาง ชูค่าธรรมเนียมฟรี 3 ปี ฝ่าวิกฤตยุคต้นทุนพุ่ง 

Published on

บสย. เร่งช่วย SMEs “กลุ่มเปราะบาง” ฝ่าวิกฤตยุคต้นทุนพุ่ง  ชูค่าธรรมเนียมฟรี 3 ปี เดินหน้าผนึกน็อนแบงก์ ขยายค้ำประกันฯ รายย่อย

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อต้นทุนดำเนินงานทั้งวัตถุดิบ การผลิต ค่าขนส่ง ฯลฯ ที่พุ่งขึ้น บสย. พร้อมตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย Micro SMEs พ่อค้า แม่ค้า กลุ่มอาชีพอิสระ ซึ่งถือเป็น “กลุ่มเปราะบาง” ที่มีความเสี่ยงทางธุรกิจสูงในภาวการณ์ปัจจุบัน ทั้งปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ การขาดสภาพคล่อง การบริหารจัดการต้นทุน และเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

จากสถานการณ์ดังกล่าว บสย. ได้ตอกย้ำการช่วยเหลือ SMEs “กลุ่มเปราะบาง” ผ่าน โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win วงเงินค้ำประกัน 10,000 ล้านบาท ค้ำประกันต่อราย 1 หมื่นบาท – 1 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ปีต่อไปคิดตามระดับความเสี่ยง 3 ระดับ ตั้งแต่ 1% 1.5% และ 2.5% เฉพาะโครงการนี้ บสย. ได้นำ Credit Scoring Model และ Risk-based Pricing มาใช้ประเมินความเสี่ยงลูกค้า เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มอัตราการอนุมัติสินเชื่อของ SMEs ที่มีความเสี่ยงที่ยอมรับได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมุ่งกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ ด้วยการจ่ายเคลม (จ่ายค่าประกันชดเชย) หรือ Max Claim ในอัตราสูง เพื่อดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสด้านเครดิต (Credit Enhancement) ให้กับ SMEs เพื่อลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) และทำให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นในการพิจารณาสินเชื่อเพิ่มให้กับ SMEs มากยิ่งขึ้น

การช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ บสย. เพื่อช่วยให้ SMEs รายย่อย ที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือขาดคนค้ำประกัน ในการขอสินเชื่อ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ม.ค. – มี.ค.) เพียงระยะเวลา 3 เดือน บสย. ให้ความช่วยเหลือ SMEs รายย่อย (วงเงินสินเชื่อที่ต้องการไม่เกิน 2 แสนบาท) ผ่านการค้ำประกันสินเชื่อกว่า 1,380 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 15,000 ราย ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงมาก เมื่อเทียบกับปี 2568 (ม.ค. – ธ.ค.) ที่มียอดค้ำประกันกลุ่มรายย่อย 2,380 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 19,150 ราย ความสำเร็จดังกล่าวมาจากการทำงานเชิงรุก และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win ที่ตอบโจทย์ SMEs รายย่อยมากยิ่งขึ้น

สำหรับประเภทธุรกิจ SMEs รายย่อย ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ 3 อันดับแรก ได้แก่ ร้านค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) 40% ตามด้วยกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ตลาดสด 29.4% และกลุ่มร้านทำผม เสริมความงาม 4.2% สะท้อนกลุ่มอาชีพหลักของ SMEs รายย่อย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

“จากวิกฤตพลังงานซึ่งสร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม จากต้นทุนดำเนินงานที่พุ่งสูง การค้าขายที่ยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลง จากนี้ บสย. จะเพิ่มความเข้มข้นในการช่วยเหลือ SMEs รายย่อย มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ SMEs รายย่อย สามารถอยู่รอด อยู่ได้ และผ่านพ้นวิกฤตที่เกิดขึ้น” ดร.สิทธิกร กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs รายย่อย “กลุ่มเปราะบาง” ครอบคลุมทุกมิติ อีกหนึ่งแผนงานสำคัญจากนี้ คือ การขยายการค้ำประกันไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อประเภทน็อนแบงก์ (Non-Bank) ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศกว่า 70 ราย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ซึ่งมีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน โดยเน้นวงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและต่อลมหายใจให้ธุรกิจสามารถผ่านพ้นวิกฤตในช่วงเวลานี้

นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บสย. ยังให้ความช่วยเหลือ SMEs ลูกค้า บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจส่งออกและนำเข้า โดยพักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่จะครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 ปัจจุบันพบว่าสามารถช่วยลูกค้าพักชำระค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 46 ราย คิดเป็นภาระค้ำประกันประมาณ 48 ล้านบาท

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จากวิกฤตน้ำมันแพง และต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน และการดำเนินธุรกิจ บสย. พร้อมคำปรึกษาและคำแนะนำ SMEs ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การแก้ปัญหาหนี้ และให้ความรู้ทางการเงิน ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาตรวจสุขภาพทางการเงิน พร้อมจองคิวขอรับคำปรึกษาทางการเงิน ฟรี! ได้ที่ LINE OA : @tcgfirst

Latest articles

เผยผิวโกลว์สุขภาพดี พร้อมรับเมคอัพด้วย Glow Dew Serum ใหม่ล่าสุดจาก KMA

แบรนด์เครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี ชวนเตรียมผิวให้พร้อมก่อนแต่งหน้าด้วย Glow Dew Serum เซรั่มเนื้อบางเบา ซึมไว ช่วยให้ผิวโกลว์ใสแบบไม่ใช้ชิมเมอร์ พร้อม 3 ส่วนผสมสำคัญ

ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem สู่ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งระดับสูง

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับโลก ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 200 ปี

ตาแห้ง ภัยเงียบคนติดจอ ไม่ใช่เพราะน้ำตาน้อย ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ

“บำรุงราษฎร์” ชี้คนยุคดิจิทัลเสี่ยง “ตาแห้ง” จากการใช้หน้าจอต่อเนื่อง โดยพบความชุกเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 34.6% หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก และสูงถึง 52.4% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงยกระดับการดูแลผ่าน “คลินิกตาแห้ง”

SHEEP  เปิดตัว “Disney Princess Collection” รวม 5 เจ้าหญิงไอคอนิก   

SHEEP สานต่อความร่วมมือกับ Disney เปิดตัว คอลเลกชัน  “Disney Princess ” รวม 5 เจ้าหญิงไอคอนิก ได้แก่ Cinderella, Ariel, Rapunzel, Belle และ Jasmine ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Wear Your Bow Own Your Crown”

More like this