“พาณิชย์” คุมเข้มราคาสินค้า เดินหน้ามาตรการลดค่าครองชีพช่วยประชาชน พร้อมดูแลเกษตรกร

Published on

กระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลราคาสินค้าและผลกระทบต่อประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยดำเนินมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและประชาชน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ พันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้สร้างความกังวลต่อทั้งผู้ประกอบการและประชาชน ทำให้ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง คำนึงถึงความเป็นอยู่ปากท้องของพี่น้องประชาชน จึงดำเนินการตรึงราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 15 วันและได้มีการประกาศเพดานราคาน้ำมันดีเซลอีกระยะหนึ่งอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร และจะมีการทยอยปรับขึ้นพรุ่งนี้ 50 สตางค์ต่อลิตร (18 มี.ค.69) ทำให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับที่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในขณะนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจุบันมีสินค้าควบคุม 8 หมวด ตัวอย่างสินค้าเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ ซึ่งหากจะปรับราคาต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคา

ขณะเดียวกัน สินค้าควบคุมในหมวดที่ต้องแจ้งราคาสินค้าเมื่อมีการปรับขึ้นราคา เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า แชมพู และน้ำยาล้างจาน รวมถึงสินค้าที่อยู่ในกลุ่มติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำปลา และซอสปรุงรส ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเสนอขอปรับขึ้นราคาเช่นกัน โดยหากมีการปรับราคา กระทรวงจะเข้าไปหารือและขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังไม่ได้ปรับเพิ่มในระดับสูง

“หากประชาชนพบเห็นการขึ้นราคาสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 กระทรวงจะเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการทันที”  ศุภจี กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก โดยใช้กลไกคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาทบทวนรายการสินค้าควบคุมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน (ประชาพิจารณ์) เพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าที่จำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมในช่วงวิกฤต

พร้อมกันนี้ได้หารือกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ในการจัดทำสินค้าราคาพิเศษ กระจายไปยังผู้ค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงการดำเนินโครงการ “ธงฟ้า” ในพื้นที่เปราะบาง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะดำเนินการอย่างสมดุลควบคู่กับการดูแลผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ไม่ให้ได้รับผลกระทบ

อีกทั้งมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดติดตามดูแลกำกับ ตรวจสอบราคาสินค้าและการกักตุนร่วมกับคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในส่วนของภาคการเกษตร ศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสต๊อกปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม และหากสามารถนำเข้าสินค้าที่ค้างส่งจากตะวันออกกลางได้ จะเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม โดยกระทรวงอยู่ระหว่างประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขนส่ง

ทั้งนี้ ได้เตรียมมาตรการรองรับหากราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น โดยจะขยายโครงการ “ธงเขียว” เพื่อลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการให้ลดภาระแก่เกษตรกร รวมถึงร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมการปรับสูตรปุ๋ยให้ลดพึ่งพาการใช้วัตถุดิบนำเข้า และสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือกเพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาคุณภาพดินในระยะยาว

สำหรับกรณีความกังวลเรื่องวัตถุดิบเม็ดพลาสติก ศุภจี กล่าวว่า จากการหารือกับผู้ผลิตรายใหญ่ พบว่าปัจจุบันสามารถหาแหล่งวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มขึ้นทำให้มีความเพียงพอสำหรับการผลิตได้อีกประมาณ 4 เดือน และอยู่ระหว่างการหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศอื่น เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต

นอกจากนี้ กระทรวงฯยังเตรียมหาแหล่งนำเข้าสินค้าทดแทน ทั้งในส่วนของปุ๋ยและวัตถุดิบอื่น ๆ จากประเทศในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย บรูไน และประเทศอื่น ๆ นอกตะวันออกกลาง เพื่อเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบ

“ขอเรียนว่าขณะนี้ยังไม่มีสินค้าอุปโภคบริโภครายการใดจำเป็นต้องปรับขึ้นราคา หากพบพฤติกรรมไม่เป็นธรรม ขอให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส โดยเฉพาะกรณีจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับป้ายราคา ซึ่งหากมีหลักฐานชัดเจน กระทรวงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งโทษทางอาญาและการปรับ” ศุภจี กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากมีการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนหรือราคาพลังงาน จะมีการออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรอย่างทันท่วงที

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์

Latest articles

สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ตั้งข้อสังเกตเหตุอาคาร AEON Mall ถล่ม

อาคาร AEON Mall ซึ่งถล่มไปนั้น เป็นอาคาร 2 ชั้น เมื่อดูภาพการถล่ม พบว่าการถล่มเกิดขึ้นที่บริเวณชั้นสองของอาคาร และถล่มหลังจากเกิดแผ่นดินไหวไปแล้วประมาณชั่วโมงครึ่ง ซึ่งดูจากลักษณะการถล่มแล้ว ไม่คล้ายรูปแบบการถล่มที่พบจากแผ่นดินไหวทั่วไป

โอซีซี ร่วมจัดกิจกรรมเวิร์กชอปเตรียมความพร้อมละครเวที RAMA D’RAMA ครั้งที่ 19

กิจกรรมเวิร์กชอปถ่ายทอดเทคนิคการแต่งหน้าเพื่อการถ่ายภาพนิ่ง ด้วยเครื่องสำอาง KMA พร้อมกับการสอนทำผมและการเซตผมโดยช่างผมเทคนิคเชียนส์จาก Wella Professionals Thailand

เติมสีสันให้แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย Cloudy Blush จาก KMA

เครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี แนะนำ Cloudy Blush บลัชออนเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ เม็ดสีชัดติดทน พร้อมด้วยเทคโนโลยี Soft Focus Powder ความละเอียดระดับไมโคร

คต. ปลื้ม Think Rice Think Thailand สำเร็จตามเป้า สร้างยอดขายกว่า 80 ล้านบาท

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความสำเร็จการจัดงาน “Thai Rice Roadshow: Think Rice Think Thailand” ณ นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 17–19 กรกฎาคม 2569

More like this