เข้าสู่หน้าร้อนเมื่อไหร่ ก็มีเรื่องให้ว้าวุ่นใจเมื่อนั้น เพราะสภาพอากาศที่ร้อนระอุ นำมาซึ่งผลกระทบต่าง ๆ ทั้งความไม่สบายเนื้อสบายตัว และต้นทุนชีวิตที่อาจจะสูงขึ้น
ในแต่ละปีเมื่อเข้าเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนของเมืองไทย อุณหภูมิก็จะพุ่งทะลุไปถึง 40 องศาเซลเซียสนอกจากความหงุดหงิดจากอากาศที่ร้อนจัดแล้ว สุขภาพก็เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะอากาศร้อนเป็นตัวเร่งการเติบโตของเชื้อโรคและการทำงานของร่างกายที่ผิดปกติ
นี่คือ 5 อันดับโรคหน้าร้อน ที่คนไทยเป็นบ่อย
- โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ (Diarrhea & Food Poisoning)
ถือเป็นแชมป์ตลอดกาลของหน้าร้อน เพราะเชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ดีมากในอาหารที่วางทิ้งไว้
สาเหตุ: กินอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน เช่น อาหารปรุงไม่สุก อาหารบูดง่าย (กะทิ, ยำ)
อาการ: ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีไข้หรือปวดศีรษะร่วมด้วย
การรักษา: ดื่มน้ำผสมผงเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป ทานอาหารอ่อน หากถ่ายเป็นมูกเลือดหรือไข้สูงควรพบแพทย์
วิธีป้องกัน: “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” เลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และล้างมือทุกครั้งก่อนทานอาหาร
- โรคเพลียแดด และโรคลมแดด (Heat Exhaustion & Heat Stroke)
ภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต เกิดจากร่างกายระบายความร้อนไม่ทันจนอุณหภูมิในตัวสูงเกินไป
สาเหตุ: อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือทำกิจกรรมหนักในที่อากาศร้อนจัด
อาการ:
เพลียแดด: เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ซีด เวียนศีรษะ
ฮีทสโตรก: ตัวร้อนจัด (เกิน 40°C) เหงื่อไม่ออก ผิวแดง แห้ง สับสน หรือหมดสติ
การรักษา: ย้ายผู้ป่วยเข้าที่ร่ม คลายเสื้อผ้า ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
วิธีป้องกัน: ดื่มน้ำบ่อยๆ โดยไม่ต้องรอให้หิว เลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด และสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
- โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
แม้จะเกิดได้ทุกฤดู แต่หน้าร้อนมักมีรายงานผู้ป่วยสูงขึ้น เพราะสัตว์มักจะหงุดหงิดง่ายจากความร้อน
สาเหตุ: ถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (สุนัข แมว ลิง ฯลฯ) ที่ติดเชื้อ กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล
อาการ: เริ่มด้วยอาการคล้ายไข้หวัด กระสับกระส่าย กลัวน้ำ กลัวลม และเสียชีวิตเกือบ 100% หากไม่ได้รับวัคซีนทันเวลา
การรักษา: ล้างแผลด้วยสบู่ทันทีและรีบไปฉีดวัคซีน
วิธีป้องกัน: นำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนทุกปี และยึดหลัก “5 ย.” (อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแยก อย่าหยิบ อย่าอยากรู้อยากเห็น)
- โรคผิวหนัง (Skin Diseases)
เหงื่อที่ออกมากเกินไปประกอบกับความอับชื้น เป็นบ่อเกิดของปัญหาผิวหนังมากมาย
สาเหตุ: เชื้อรา (กลาก เกลื้อน) หรือการอุดตันของต่อมเหงื่อ (ผดผื่น)
อาการ: มีผื่นแดง คัน เป็นวงขาวหรือแดงตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณข้อพับและใต้ร่มผ้า
การรักษา: รักษาความสะอาดร่างกาย ทายาฆ่าเชื้อราหรือยาแก้ผดผื่นตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์
วิธีป้องกัน: อาบน้ำชำระร่างกายบ่อยๆ สวมเสื้อผ้าที่แห้งสะอาดและไม่รัดแน่นจนเกินไป
- ไข้หวัดแดด (Summer Flu)
หลายคนงงว่าหน้าร้อนเป็นหวัดได้ยังไง? จริงๆ แล้วมักเกิดจากการที่ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน
สาเหตุ: การเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลัน (เช่น เดินจากแดดร้อนเข้าห้องแอร์เย็นจัด) ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำล
อาการ: มีไข้ ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดตา คัดจมูก (มักมีไข้สูงกว่าหวัดปกติ)
การรักษา: พักผ่อนให้เพียงพอ ทานยาลดไข้ ดื่มน้ำสะอาดปริมาณมาก
วิธีป้องกัน: หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรง และไม่ควรเปลี่ยนอุณหภูมิร่างกายเร็วเกินไป เช่น ไม่ควรอาบน้ำเย็นทันทีหลังกลับจากข้างนอก
ข้อควรรู้: กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากระบบปรับสมดุลในร่างกายจะทำงานได้ไม่ดีเท่าคนวัยหนุ่มสาว
นอกจากโรคทางกายแล้ว ยังมีอาการทางใจที่เกิดขึ้นได้ในช่วงหน้าร้อน เนื่องจากความไม่สบายตัว เหงื่อ และความร้อนที่เข้ามากระทบกระเทือนอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นนอกจากการดูแลรักษาสภาพทางร่างกายแล้ว ต้องหมั่นดูแลและควบคุมจิตใจให้เข้มแข็งและมีสติอยู่เสมอ เพื่อให้หน้าร้อนเป็นเพียงหนึ่งในฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วจะผ่านไป
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น เมื่อเกิดอาการควรปรึกษาและอยู่ในการดูแลของแพทย์

