สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ประกาศ 3 โครงการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

Published on

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ขานรับนโยบายรัฐบาล ผนึกกำลังสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ประกาศโครงการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน เสริมสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ ต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการหรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ จำนวน 3 โครงการ 

ฉัตรชัย  ศิริไล  ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) เปิดเผยว่า ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) ได้มีนโยบายให้สมาคมสถาบันการเงินของรัฐเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ และคณะรัฐมนตรี (ครม.)`วันที่ 2 ธ.ค.2568 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เสริมสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ ต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการหรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วนั้น

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ  ได้แก่   ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.)และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) พร้อมสนับสนุนการดำเนินการมาตรการดังกล่าว รายละเอียดดังนี้

  1. โครงการช่วยเหลือ พักเงินต้น ยกดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยพักชำระเงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ย รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 12 เดือน โดยระหว่างพักชำระหนี้ ดอกเบี้ย 0% สำหรับบัญชีลูกหนี้สถานะบัญชีปกติ และบัญชีลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างปรับปรุงโครงสร้างหนี้และสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ ยังคงชั้นหนี้เดิมตลอดระยะเวลาการพักชำระหนี้ ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้เข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้จากมาตรการอื่นๆ ของสถาบันการเงินของรัฐแล้ว สามารถเปลี่ยนมาใช้โครงการช่วยเหลือฯ ได้  โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 มกราคม 2569
  1. โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยา เพื่อให้ลูกหนี้เดิมมีสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ โดยให้ลูกหนี้เดิมกู้เพิ่มภายใต้วงเงินกู้เดิมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี 12 เดือนแรก ระยะเวลากู้และอัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 เป็นต้นไปเป็นไปตามที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด สำหรับบัญชีลูกหนี้สถานะบัญชีปกติ ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้เข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ของสถาบันการเงินของรัฐแล้ว  สามารถเปลี่ยนมาใช้โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยาได้ โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
  2. โครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยมีเงินทุน เพื่อต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย หรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท  อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี 12 เดือนแรก ระยะเวลากู้และอัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 เป็นต้นไปเป็นตามที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด โดยผู้กู้ต้องมีสถานะบัญชีปกติ ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้เข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ของสถาบันการเงินของรัฐแล้ว  สามารถเปลี่ยนมาใช้โครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูได้ โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ดังกล่าวต้องมีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยตามประกาศกองอำนวยการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และมีหลักฐานว่าได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่สถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่งกำหนด

ทั้งนี้ สามารถลงทะเบียนยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการผ่านช่องทาง Mobile Application หรือช่องทางอื่นๆ ของสถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center  Line Facebook Website Mobile Application และช่องทางอื่นๆ ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง หมายเลข Call Center ของสถาบันการเงินของรัฐ

ธนาคารออมสิน 1115

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  0 2555 0555

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)   0 2645 9000

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) 0 2271 3700

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)  1357

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBank) 1302

Latest articles

เผยผิวสวยออร่า ด้วย SILKY FACE POWDER จากพอล แอนด์ โจ

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส ในเครือ บมจ.โอซีซี แนะนำ SILKY FACE POWDER เฟซพาวเดอร์เนื้อละเอียด ผสาน 2 กลไกแห่งแสง ทั้งการสะท้อนแสงบนพื้นผิวและการกระจายแสง

แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่  Ultimate Skin Nutritive Gluta Bright Perfume Lotion

Ultimate Skin  Nutritive (อัลทิเมท สกิน นูทริทีฟ) แบรนด์ที่ตอบโจทย์เรื่องการเติมน้ำให้ผิวเต่งตึงฉ่ำวาวพร้อมความกระจ่างใสและชะลอริ้วรอยแห่งวัย แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Ultimate Skin Nutritive Gluta Bright Perfume Lotion

กินเปลี่ยนโลก ต่อยอดอัตลักษณ์ชาติพันธุ์กับวัตถุดิบอินทรีย์ ที่ Studio Horjhama

ความพิเศษของที่นี่คือการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง ผ่านการสนับสนุนเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ขับเคลื่อนแนวคิด "กินเปลี่ยนโลก" ด้วยการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลและพืชพรรณท้องถิ่น เพื่อลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมอาหารเชิงเดี่ยว

พันธุ์ไทย คว้าแชมป์ 2 ปีซ้อน  เวที Business+ Product of the Year Awards 2026

สิ่งที่พันธุ์ไทยภาคภูมิใจที่สุด และถือเป็น Key Success Factor สำคัญที่นำมาซึ่งความสำเร็จและรางวัลในครั้งนี้ คือการส่งต่อคุณค่าผ่าน ‘ไทยริกาโน’ กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย ซึ่งพันธุ์ไทยตั้งใจปักหมุดให้เป็น ‘กาแฟแห่งชาติ’ ที่มีคุณภาพและรสชาติทัดเทียมกาแฟระดับโลก

More like this