‘พรินซิเพิล’ โชว์กองทุนมาเลเซียตราสารหนี้ ปิดยอด IPO ทะลุเป้า ลุยเพิ่มทุน 6,000 ล้านบาท

Published on

บลจ. พรินซิเพิล ประสบความสำเร็จหลังเปิดตัวกองทุนเปิด “พรินซิเพิล มาเลเซียน ฟิกซ์ อินคัม อันเฮดจ์”  (PRINCIPAL MYRFIUH) ลงทุนในตราสารหนี้มาเลเซียกองแรกในประเทศไทย ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนจำนวนมาก ปิดยอดขายช่วง IPO ทะลุ 2,260 ล้านบาท และพร้อมเดินหน้าเพิ่มทุนจดทะเบียนกองทุนเป็น 6,000 ล้านบาท เตรียมเปิดซื้อขายหลัง IPO ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

จุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า หลังจาก บลจ. พรินซิเพิล ได้เพิ่มทางเลือกการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ โดยเปิดตัว “กองทุนเปิด  พรินซิเพิล มาเลเซียน ฟิกซ์ อินคัม อันเฮดจ์” หรือ Principal Malaysian Fixed Income Fund Unhedged (PRINCIPAL MYRFIUH) เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 29 กันยายน – 10 ตุลาคม 2568 ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากนักลงทุนจองซื้อหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมาก

“ความสำเร็จในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณพันธมิตรธุรกิจทุกท่าน ทั้งธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และผู้สนับสนุนการขายทุกท่าน และที่สำคัญคือการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุน เป็นสิ่งสะท้อนให้ บลจ.พรินซิเพิล มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสรรหากองทุนที่มีรูปแบบและนโยบายการลงทุนที่เข้ากับสถานการณ์การลงทุน เพื่อเฟ้นหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในให้แก่ผู้ลงทุนอย่างเช่น กองทุนเปิดพรินซิเพิล มาเลเซียน ฟิกซ์ อินคัม อันเฮดจ์ (PRINCIPAL MYRFIUH) การลงทุนในตราสารหนี้มาเลเซียคุณภาพดี เป็นหนึ่งในกองทุนที่สามารถเพิ่มในพอร์ตการลงทุนได้ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง

และความสำเร็จในการสร้างยอดขายในช่วง IPO ในครั้งนี้ บลจ.พรินซิเพิล จึงขออนุมัติต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มทุนจดทะเบียนกองทุนเปิดดังกล่าวเป็น 6 พันล้านบาท มีผลตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2568 นี้เป็นต้นไป เพื่อขยายขนาดกองทุนฯ ให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น สามารถที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้มาเลเซีย” จุมพล กล่าว

กองทุนเปิด PRINCIPAL MYRFIUH เป็นกองทุนตราสารหนี้มาเลเซียกองแรกในประเทศไทย มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้มาเลเซียระดับ Investment Grade ผ่าน Principal Lifetime Bond เป็นกองทุนหลัก โดยมีจุดเด่นการลงทุน

  1. มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน มีเสถียรภาพด้านเครดิต อัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำ และดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายช่วยสนับสนุนเสถียรภาพของตราสารหนี้
  2. ลงทุนทั้งพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้เอกชนคุณภาพสูงระดับ Investment Grade ที่มี Credit Rating เฉลี่ย AAA ถึง AA1
  3. ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่บริหารพอร์ต ตราสารหนี้ที่เข้าลงทุนไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้
  4. กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานโดดเด่น โดยสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี 5.7% และเฉลี่ย 3 ปีที่ 5.4% ต่อปี อีกทั้งให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 18 ปี จาก 20 ปีที่ผ่านมา*
  5. กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยกระบวนการลงทุนที่เข้มข้นและทีมงานมืออาชีพของ Principal Asset Management Berhad ใช้การวิเคราะห์แบบ Top down และแบบ Bottom up รวมถึงการวิเคราะห์ผู้ออกตราสารเชิงลึกโดยทีม Credit Analyst ของพรินซิเพิล
  6. กองทุนมีนโยบายเปิดรับความเสี่ยงด้านค่าเงิน (Unhedged) จึงมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มค่าเงินบาทที่คาดว่าอ่อนค่าในระยะข้างหน้าเมื่อเทียบกับค่าเงินมาเลเซียริงกิต

(* ที่มา:Morningstar ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2568)

ผู้สนใจติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. พรินซิเพิล, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ, ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์, ธนาคารทิสโก้, KPLUS application และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ หรือ โทร. 02-686-9500 หรือ www.principal.th

Latest articles

“พาณิชย์” เปิดตัว “ใกล้เก็บเกี่ยว” คาดการณ์ล่วงหน้าสินค้าเกษตร ระบบหัวเว่ยคลาวด์ ผ่าน GDCC

กระทรวงพาณิชย์เปิดภาพการทำงานของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากการใช้ติดตามสถานการณ์ สู่การ “คาดการณ์ล่วงหน้า” โดยใช้ระบบหัวเว่ยคลาวด์และเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงข้อมูลผลผลิต ราคา และพื้นที่จากหลายหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน

เครือ รพ.พญาไท-เปาโล ผนึก NFI  ปั้นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ Personalized Nutrition

ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ

PSP จับมือ Orthene ตั้งฐานการผลิต Brake Fluids รองรับดีมานด์ทั่วภูมิภาคอาเซียน

PSP เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและผลิตภัณฑ์พิเศษครบวงจร ด้วยการจับมือกับ ออร์ทีน เคมีคอล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์น้ำมันเบรกระดับโลก เพื่อพัฒนาและจัดตั้งฐานการผลิต Brake Fluids สำหรับภูมิภาคอาเซียนในประเทศไทย

น้ำลดต้องเช็ก 7 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม

สิ่งที่เจ้าของบ้านควรหลีกเลี่ยงหลังน้ำลด คือ การรีบเปิดระบบไฟฟ้า การรีบทาสี หรือ ปิดผิวผนังที่ยังมีความชื้น และการซ่อมแซมโครงสร้างโดยไม่มีการประเมินก่อน เพราะอาจทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ถูกปิดทับและกลับมาเป็นความเสียหายที่รุนแรงขึ้นในภายหลัง

More like this