แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อินเดีย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NSE มุ่งเป้าสู่องค์กรระดับชาติ

Published on

มุมไบ, 15 ตุลาคม 2568 บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด (แอลจี) ประกาศเข้าจดทะเบียนบริษัทในเครือ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อินเดีย (LG Electronics India Limited หรือ LGEIL) ใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดีย (National Stock Exchange of India หรือ NSE) อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อน LGEIL สู่การเป็นองค์กรระดับชาติของอินเดีย พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นพันธมิตรระยะยาวในการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ในพิธีประกาศการจดทะเบียนและวิสัยทัศน์อนาคตซึ่งจัขึ้น ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดีย นครมุมไบ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมงาน นำโดย นายวิลเลียม โช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอลจี อีเลคทรอนิคส์, นายชาง-แท คิม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน, นายฮอง-จู จอน กรรมการผู้จัดการ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อินเดีย และนายแด-ฮยอน ซอง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายอาชิช เชาฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดีย นักลงทุน และนักวิเคราะห์ โดยนายโชและนายเชาฮานได้ร่วมกันตีฆ้องเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นการซื้อขายหุ้นLGEIL อย่างเป็นทางการ

สำหรับการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) แอลจีได้เสนอขายหุ้น LGEIL จำนวน 101,815,859 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด โดยกำหนดราคาเสนอขายที่ 1,140 รูปีต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาที่คาดการณ์ไว้ และได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นด้วยยอดจองซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายถึง 54 เท่า ส่งผลให้การระดมทุนครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 1.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[1] (ประมาณ 116.05 พันล้านรูปี)

การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ LGEIL ในอินเดีย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดที่ขับเคลื่อนโดยกำลังซื้อของกลุ่มครัวเรือนรายได้ปานกลาง (รายได้ต่อปี 6,000-36,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งข้อมูลจาก Boston Consulting Group คาดการณ์ว่าสัดส่วนของกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นจาก 29% ในปี 2563 เป็น 46% ภายในปี 2573 ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

วิลเลียม โช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอลจี อีเลคทรอนิคส์ กล่าวว่า “ปัจจุบันอินเดียคือศูนย์กลางของกลยุทธ์ Global South ของเรา ซึ่งเรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของทั้งแอลจีและ LGEIL ไปพร้อมกัน”

วิสัยทัศน์อนาคต: Make for India, Make in India, Make India Global

ควบคู่กับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แอลจีได้ประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาวเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งในอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดในโลก โดยแอลจีจะมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาดท้องถิ่นโดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค[2]หลักในอินเดียตามส่วนแบ่งการตลาดในช่องทางออฟไลน์

โดยวิสัยทัศน์แรก “Make for India” จะมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคชาวอินเดียโดยเฉพาะ โดยอาศัยความเข้าใจตลาดท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยราคาที่เข้าถึงได้ คุณสมบัติที่ออกแบบมาสำหรับตลาดอินเดีย และดีไซน์ที่ สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยแอลจีจะขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง

เพื่อสนับสนุนแนวทางดังกล่าว วิสัยทัศน์ที่สอง “Make in India” จึงมุ่งสร้างความเข้มแข็งด้านการผลิตให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลอินเดีย ด้วยการสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ครบวงจรและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในท้องถิ่น ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การจำหน่าย ไปจนถึงการบริการหลังการขาย นอกจากโรงงานที่ดำเนินการอยู่ในโนอิดาและปูเน่ บริษัทยังได้อนุมัติการลงทุนมูลค่า 50.01 พันล้านรูปีเพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในศรีซิตี้ ซึ่งคาดว่าจะสร้างโอกาสการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 1,900 ตำแหน่ง

และวิสัยทัศน์สุดท้าย “Make India Global” จะต่อยอดจากรากฐานที่แข็งแกร่งทั้งสองด้านข้างต้น เพื่อยกระดับอินเดียให้เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนสำคัญภายใต้กลยุทธ์ Global South ของแอลจี ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างโอกาสเติบโตในตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางพลวัตทางภูมิเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านแผนงานนี้ แอลจีมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอินเดียจากตลาดที่เติบโตสูงให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม การผลิต และทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

ด้วยการเสริมพลังอุตสาหกรรมท้องถิ่น เสริมสร้างห่วงโซ่คุณค่า และส่งเสริมขีดความสามารถทางเทคโนโลยี แอลจีมุ่งหวังให้อินเดียสามารถแสดงความเป็นเลิศบนเวทีโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งด้านการผลิตและการวิจัยพัฒนาขั้นสูง การส่งออกเทคโนโลยี และการพัฒนาอย่างยั่งยืน สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะเติบโตควบคู่ไปกับอินเดีย สนับสนุนการก้าวสู่ความเป็นผู้นำเศรษฐกิจระดับโลก พร้อมทั้งตอกย้ำบทบาทในฐานะองค์กรระดับชาติที่น่าเชื่อถือซึ่งเป็นตัวแทนศักยภาพของอินเดียสู่สายตาชาวโลก

ร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกัน

นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ LGEIL ยังคงเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านการยกระดับบริการหลังการขายและการขยายโปรแกรมสัญญาบำรุงรักษาประจำปี เพื่อสร้างความผูกพันอันยั่งยืนที่ครอบคลุมตลอดวงจรการใช้งาน ควบคู่ไปกับการเร่งขับเคลื่อนการเติบโตในภาคธุรกิจแบบ B2B ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์ ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) และจอแสดงผลข้อมูล (Information Display)

ด้วยวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อการเติบโต แอลจีพร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนในอินเดีย ตอกย้ำบทบาทในฐานะพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนความก้าวหน้าของประเทศและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จระดับโลก

[1] อัตราแลกเปลี่ยนที่นำมาใช้คือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 88.78 รูปีอินเดีย (อ้างอิงจาก RBI, ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2568)

[2] ยกเว้นโทรศัพท์มือถือ

Latest articles

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค อัปเกรดโซลูชัน EcoFit-EBO 7.1 ยกระดับอาคารเก่า ลดการใช้พลังงานสูงสุด 30%

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานและระบบอัตโนมัติ แนะกลุ่มอาคารเก่ารับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ลดความเสี่ยงจากระบบ BMS ล้าสมัย และช่วยลดการใช้พลังงานได้สูงสุด 30% พร้อมคืนทุนภายใน 5 ปี

SABINA เปิดตัวกิจกรรม “ยืดได้ให้ส่วนลด” กระตุ้นตลาดปลายปี

SABINA ทำถึง ! กระตุ้นตลาดปลายปี ด้วยการเปิดตัวกิจกรรม “ยืดได้ให้ส่วนลด” สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสและเข้าถึงความยืดของบราในคอลเลคชั่น SMART STRETCH บรายืดหยุ่น ครอบคลุม 3 ไซซ์ในตัวเดียว ที่ใช้นวัตกรรมผ้าคุณภาพยืดหยุ่นพิเศษ 4 ทิศทาง ยิ่งยืดได้เยอะ ยิ่งให้ส่วนลดเยอะ

PRINC Group ผนึกกำลัง Siemens Healthineers ยกระดับการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

PRINC Group ผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน ร่วมกับ ซีเมนส์ เฮลทธิเนียร์ส (Siemens Healthineers) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการแพทย์ระดับโลก แถลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้ชื่องาน "Healthcare for All: PRINC Group and Siemens Healthineers – Bringing Advanced Cancer Care Closer to Home Across Thailand"

Alibaba เปิดโรดแมปกลยุทธ์ Full-Stack AI ครอบคลุมตั้งแต่ชิป โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ จนถึงเอเจนต์

ณ งาน Apsara Conference ปีนี้ ซึ่งเป็นงานสัมมนาเทคโนโลยีประจำปีของ Alibaba Cloud, Alibaba Cloud ได้เปิดตัวการอัปเดทหลายรายการ ทั้งโมเดลพื้นฐานและ multimodal models ในตระกูล Qwen, ชิป AI ที่พัฒนาขึ้นเอง, คลาวด์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI agent โดยเฉพาะ และแพลตฟอร์ม AI agent สำหรับสมาร์ตโฟน การอัปเดทต่าง ๆ นี้เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกของ Alibaba Cloud ในยุค AI อย่างชัดเจน

More like this