ททท. รุกตลาดอินโดนีเซีย เปิดไฟล์ทบินตรง สุราบายา – กรุงเทพฯ ตั้งเป้านักท่องเที่ยวกว่า 9 แสนคน

Published on

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากระตุ้นตลาดอินโดนีเซียฐานตลาดขนาดใหญ่ของอาเซียน มุ่งบุกตลาดเมืองรองศักยภาพ โดยร่วมกับสายการบินอินโดนีเซียแอร์เอเชียเปิดเที่ยวบินตรงเมืองสุราบายา-กรุงเทพฯ ให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568 พร้อมหารือพันธมิตรเตรียมเร่งบูสต์ตลาดเมืองรองศักยภาพดันเป้านักท่องเที่ยวอินโดนีเซียสู่กว่า 900,000 คนในปี 2568

เที่ยวบินตรงปฐมฤกษ์สุราบายา – กรุงเทพฯ ของสายการบินอินโดนีเซียแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ330 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติจูอันดา เมืองสุราบายา เวลา 13.30 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ เวลา 17.50 น. จำนวน 180 ที่นั่ง ได้เปิดให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ได้แก่ วันอังคาร วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันอาทิตย์

โดยจะช่วยเสริมศักยภาพเครือข่ายการบินของสายการบินอินโดนีเซียแอร์เอเชียสู่กรุงเทพฯ จากเดิมที่มีเส้นทางบินจากเมืองหลักอื่น ๆ ได้แก่ จาการ์ตา เมดาน และบาหลี ซึ่งรวมกันสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้กว่า 310,000 คน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568

ทั้งนี้ สุราบายาเป็นเมืองใหญ่ลำดับสองของอินโดนีเซีย มีประชากรกว่า 3 ล้านคน และมีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการคมนาคมทางเรือ เส้นทางใหม่นี้จึงนับเป็นการเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างชวาตะวันออกกับประเทศไทย

โดย ททท. คาดว่า ในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ เส้นทางบินสุราบายา-กรุงเทพฯ จะนำนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเข้าสู่ประเทศไทยราว 10,000 คน  ซึ่ง ททท. จะร่วมมือกับสายการบินอินโดนีเซียแอร์เอเชียในการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมตลาดและพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินหรือเส้นทางใหม่ในอนาคต

ขณะเดียวกัน ททท. ยังได้ร่วมหารือกับบริษัททัวร์ในพื้นที่ ได้แก่ Adinda Tour, Lavensia Tour และ Felia Tour เพื่อนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยว และจุดหมายปลายทางใหม่ของไทย เช่น เมืองรองและเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพรวมถึงขยายโอกาสการขายแพ็กเกจทัวร์สู่กลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่และครอบครัว

นอกจากนี้ ททท. สำนักงานจาการ์ตายังได้จัดกิจกรรม Networking Lunch ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวท้องถิ่นในเมืองบันดุง อินโดนีเซีย ได้แก่ บริษัท Tripin และ Adityatama เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองด้านตลาดท่องเที่ยว รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง ททท. และพันธมิตร การพบปะครั้งนี้เปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากเมืองบันดุง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางครั้งแรก (First Visit) และ กลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งมีสัดส่วนตลาดขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย

โดยเมืองบันดุงนับเป็นหนึ่งในเมืองศักยภาพสำคัญของอินโดนีเซียและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม   สิ่งทอ แฟชั่น และนวัตกรรม ตั้งอยู่ใกล้กรุงจาการ์ตา สามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟความเร็วสูง มีจำนวนประชากร 3 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและเจ้าของบริษัทห้างร้าน ที่มีรายได้ต่อเดือนโดยเฉลี่ยปานกลางถึงสูง ประมาณ 30,000-40,000 บาท จึงเป็นโอกาสพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรดำเนินกิจกรรมทางการตลาดร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจากบันดุงเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 6 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วจำนวน 615,242 คน โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยมในประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี สงขลา และภูเก็ต และมีกิจกรรมที่ชื่นชอบได้แก่ การรับประทานอาหารไทย ชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แสงสียามค่ำคืน นวดและสปา และเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดย ททท. ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเข้าประเทศไทยจำนวนกว่า 900,000 คน ในปี 2568 และรายได้กว่า 30,000 ล้านบาท

Latest articles

USB แบบเข้ารหัสเชิงฮาร์ดแวร์ Kingston IronKey Keypad 200 Series

Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลกประกาศว่า Kingston IronKey Keypad 200 Series (รุ่น KP200 และ KP200C) แฟลชไดร์ฟ USB แบบเข้ารหัสเชิงฮาร์ดแวร์ที่ได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมความปลอดภัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน NIST FIPS 140-3 Level 3

วว. /วช. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิตและใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับ

วว. จัดงาน “แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิตและใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับ” ภายใต้โครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ (Hub of Flowers) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

MALEEปั้นนวัตกรรมสุขภาพเชิงคุณค่าจากธรรมชาติ มุ่งเป้ายกระดับชีวิตผู้คนทั่วโลก

‘บมจ. มาลี กรุ๊ป’ หรือ MALEE เปิดแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ผสานองค์ความรู้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) จากศูนย์วิจัย MAS เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์สุขภาวะแบบองค์รวมยุคใหม่ตลอดทั้งปี

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

More like this