เผยคนไทยต้องสูญเสียปีสุขภาวะ 20.5 ล้านปี โรคหลอดเลือดสมองขึ้นอันดับ 1

Published on

สสส. สานพลัง IHPP Foundation-สธ. เปิดผลศึกษาภาระโรค วิกฤต! คนไทยสูญเสีย ปีสุขภาวะหรือ ปีสุขภาพดีพุ่ง 20.5 ล้านปี สาเหตุจากโรคหลอดเลือดสมอง 9.5% สูงเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมา บาดเจ็บทางถนน 7.3% โรคเบาหวาน 6.2 % โรคไตเรื้อรัง 5.7 % ชี้ กลุ่มวัยรุ่น-คนทำงาน น่าห่วง พบปัญหาอุบัติเหตุทางถนนสูง ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่-สูงวัย ป่วย NCDs สูงสุด เร่งผลักดันนโยบาย ลดตาย-ลดป่วย-พิการ คืนปีสุขภาวะให้คนไทย สุขภาพดีอย่างยั่งยืน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP Foundation) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดการประชุมวิชาการภาระโรคแห่งประเทศไทย ปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “ภาระโรคของคนไทย: ร่วมคืนปีสุขภาวะให้คนไทย” เพื่อสะท้อนภาพรวมภาระสุขภาพคนไทย

ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนโครงการเสริมสร้างศักยภาพการศึกษาดัชนีภาระโรคแห่งประเทศไทย ในการศึกษา ภาระโรคของประชากรไทยในระดับประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง  เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ 3 มิติ คือ

1.ขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ผ่านการจัดลำดับปัญหาสุขภาพ และประเมินผลกระทบจากมาตรการต่าง ๆ 2.สร้างองค์ความรู้วิชาการ เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับพัฒนางานวิจัย 3.สื่อสารกับสังคม โดยถ่ายทอดข้อมูลภาระโรค ให้เข้าใจง่าย

จากผลการศึกษาภาระโรคฯ พบคนไทยเผชิญวิกฤตต้องสูญเสียปีสุขภาวะหรือปีสุขภาพดี 20.5 ล้านปีสุขภาวะ (Dalys) ในจำนวนนี้ 78% ของการสูญเสียฯ ทั้งหมด พบตายก่อนวัยอันควร หรือ Year of life lost due to premature mortality: YLL นอกจากนี้ ยังพบคนไทยต้องใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายอยู่กับความเจ็บป่วยและความพิการ

“สสส. ใช้ฐานข้อมูลภาระโรคกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานสร้างเสริมสุขภาพระดับประเทศ นำมาพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่มุ่งขับเคลื่อนให้เกิดมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ผลักดันมาตรการภาษีควบคุมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน และพัฒนากลไกเฝ้าระวังโรคระดับชาติ

ทั้งนี้ การกู้คืนปีสุขภาวะจำเป็นต้องใช้ฐานข้อมูลภาระโรคที่แม่นยำ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพตามบริบทของพื้นที่ นักวิชาการ นักวิจัย และหน่วยงานด้านนโยบาย สามารถนำข้อมูลภาระโรคไปใช้ในการพัฒนาความรู้ และเสนอแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาสุขภาพ ช่วยเพิ่มอายุคาดเฉลี่ยและยกระดับสุขภาวะของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน” ดร.ณัฐพันธุ์ กล่าว

ดร.ทพญ.กนิษฐา บุญธรรมเจริญ นักวิจัยอาวุโส มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า คนไทยต้องสูญเสียปีสุขภาวะจากสาเหตุหลัก คือ 1. โรคหลอดเลือดสมอง 9.5% 2. อุบัติเหตุทางถนน 7.3% 3. โรคเบาหวาน 6.2% และ 4. โรคไตเรื้อรัง 5.7%  ซึ่งโรคหลอดเลือดสมอง ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยทั้งเพศชายและเพศหญิงเสียชีวิตเป็นอันดับ 1

ทั้งนี้ การบาดเจ็บทางถนนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุด ทั้งในเพศชายและหญิง ในช่วงวัยรุ่นและวัยแรงงาน อายุ 15-44  ปี นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์สาเหตุของการสูญเสียปีสุขภาวะเป็นกลุ่มช่วงอายุ พบว่ากลุ่มเด็กเล็ก อายุ 0-14 ปี เสี่ยงบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนและจมน้ำ กลุ่มวัยรุ่น อายุ 15-29 ปี พบปัญหาทำร้ายตนเอง ติดยาเสพติด และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กลุ่มวัยผู้ใหญ่ อายุ 30-59 ปี และกลุ่มสูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ป่วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) มากที่สุด

“การกู้คืนปีสุขภาวะเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยต้องอาศัยกลยุทธ์และนโยบายเพื่อป้องกันโรคที่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรตามเพศและวัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพที่สำคัญ 5 ด้าน

1.ผลักดันการควบคุมโรค NCDs อย่างต่อเนื่อง 2.ยกระดับความปลอดภัยทางถนนทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย กำหนดมาตรฐานถนนและยานพาหนะ ส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย 3.พัฒนาระบบส่งเสริม ป้องกัน ควบคุมโรคที่สร้างภาระสุขภาพสูง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคตับ 4.สร้างระบบบริการสุขภาพจิตและบำบัดยาเสพติดเชิงรุก 5.ใช้ฐานข้อมูลปีสุขภาวะที่หายไป เป็นตัวช่วยวางแผน ลำดับความสำคัญของปัญหา และประเมินผลของนโยบาย” ดร.ทพญ.กนิษฐา กล่าว

ศ.เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานกรรมการกำกับทิศโครงการเสริมสร้างศักยภาพการศึกษาดัชนีภาระโรคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีการศึกษาข้อมูลภาระโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ด้านสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อการมีสุขภาวะดีของคนไทย ทุกภาคส่วนต้องสานพลังแก้ไขปัญหา ขับเคลื่อนโยบายที่เหมาะสม และลงทุนในมาตรการเชิงรุกที่ครอบคลุมและยั่งยืน ป้องกันการสูญเสียปีสุขภาวะ ซึ่งไม่เพียงแค่กระทบต่อคุณภาพชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ต้องจ่ายโดยไม่จำเป็น ทั้งจากภาระค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น และการสูญเสียทุนมนุษย์โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยแรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ การประชุมวิชาการฯ ครั้งนี้ จะเป็นเวทีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพ ทราบผลการศึกษาภาระโรคตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับเขตสุขภาพ ไปจนถึงระดับประเทศ และส่งเสริมการใช้ข้อมูลภาระโรคฯ ขับเคลื่อนงานนโยบายสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดรายงานภาระโรคฯ ได้ที่ www.bodthai.net

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this