คกก. เดินหน้าขับเคลื่อนโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี

Published on

คณะกรรมการนโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียม เพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ ประชุมขับเคลื่อนโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี ทั่วประเทศ รวม 83 แห่ง พร้อมเดินหน้าเพื่อปรับลดค่าปริมาณโซเดียม จากเดิม 2,400 มิลลิกรัม/วัน เป็น 2,000 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการประชาพิจารณ์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา  ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียม เพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ ครั้งที่ 3 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือและร่วมขับเคลื่อนใน 2 เรื่องสำคัญ คือ การดำเนินงานโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี และการปรับลดค่าปริมาณโซเดียม

จากที่คณะกรรมการนโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ได้มีมติให้ดำเนินการโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี นั้น ได้มีการติดตามผลการดำเนินงาน ซึ่งขณะนี้โครงการโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย (3) ดี ภายใต้แนวคิด “อาหารโรงพยาบาลเค็มน้อย ดีต่อสุขภาพ ดีลดโรค และอร่อยดี” เพื่อให้โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปของกระทรวงสาธารณสุข เป็นแหล่งของอาหารโซเดียมต่ำ ทั้งอาหารสำหรับผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล และอาหารจากร้านค้าต่างๆ สำหรับญาติและผู้ที่มารับบริการ  โดยกรมควบคุมโรค ได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุข 76 จังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่ รวมจำนวน 83 แห่ง ให้ดำเนินการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขับเคลื่อนให้เกิดการปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยฉลากโภชนาการ เพื่อปรับลดค่าปริมาณโซเดียม ในข้อกำหนดสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai RDI) จากเดิม 2,400 มิลลิกรัม/วัน เป็น 2,000 มิลลิกรัม/วัน เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน (GUIDELINES ON NUTRITION LABELLING) ของ CODEX  โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการประชาพิจารณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันความรุนแรงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการได้โซเดียมสูงมากเกินความต้องการ ถือเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศชาติด้วย จึงจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการใน 2 เรื่องดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพที่ดี ต่อไป  ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

Latest articles

Phenomena: The Iconic Treasure 2026  เปิดประมูลงานศิลปะกว่า 120 ชิ้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

Bangkok Art Auction เตรียมเปิดงานประมูลศิลปะครั้งสำคัญส่งท้ายปี Phenomena: The Iconic Treasure 2026 รวบรวมผลงานกว่า 120 ชิ้น จากศิลปินชั้นนำของไทยและศิลปินระดับนานาชาติ ตั้งแต่ศิลปินชั้นครู ศิลปินสมัยใหม่ ไปจนถึงศิลปินร่วมสมัย

ไม่ใช่แค่เรื่องของเด็ก เข้าใจอาการสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ 

เพราะ ภาวะสมาธิสั้น หรือ ADHD (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเด็ก และไม่ได้หายไปเองเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ แต่เป็นภาวะที่อาจเป็นต่อเนื่องจนโต และหลายคนมารู้ตัวตอนเป็นผู้ใหญ่

รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ มอบแพ็กเกจสุขภาพ มูลค่า 4 แสนบาท ของขวัญขึ้นบ้านใหม่ เนเน่ รอยัล

PRINC Group นำโดย โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เลยจัดใหญ่นำของขวัญต้อนรับขึ้นบ้านใหม่ ส่งมอบแพ็กเกจดูแลสุขภาพแบบครบวงจรให้เนเน่และครอบครัวรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท ให้ได้ฟิตร่างกายแบบเต็มร้อย

รู้ทันปอดอักเสบ ป้องกันได้ทุกวัย ชวนฟังเสวนาเนื่องในสัปดาห์วันปอดอักเสบโลก

เนื่องในสัปดาห์วันปอดอักเสบโลก ประจำปี 2569 ขอเชิญประชาชนและผู้สนใจร่วมรับชมการเสวนาวิชาการหัวข้อ “Pneumonia Prevention Across the Life Course: Advancing Awareness and Vaccine Access การขับเคลื่อนความรู้ด้านสุขภาพ

More like this