‘UBE’ จับมือรัฐ ‘ขยายมันสำปะหลังสายพันธุ์อิทธิ ต้านทานไวรัสใบด่าง’vให้เกษตรกรต้นแบบ จ.อุบลฯ  

Published on

บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล’ หรือ UBE จัดโครงการ “ขยายมันสำปะหลังสายพันธุ์อิทธิ ต้านทานใบด่าง” สำหรับฤดูกาลผลิต 2568/2569 ส่งมอบท่อนพันธุ์สะอาดสายพันธุ์ “อิทธิ”ภายใต้ความร่วมมือมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย (TTDI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี กรมส่งเสริมการเกษตร กว่า 30,000 ลำ ให้กับเกษตรกรต้นแบบในจ.อุบลราชธานี ตั้งต้นขยายสู่เป้าหมาย 20,000 ไร่ ภายในปี 2570 รุกสร้างความมั่นคงทางอาหาร

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า บจ. อุบลซันฟลาวเวอร์ (UBS) บริษัทในเครือของ บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล (UBE) มีนโยบายส่งเสริมและรับซื้อมันสำปะหลังอินทรีย์ 50,000 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยคำนึงถึงการจัดการที่ยั่งยืนโดยเฉพาะความเสี่ยงที่ท้าทายจากสภาวะอากาศที่แปรปรวน บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการส่งเสริมและยกระดับเกษตรกรให้มีผลิตดี และรายได้ดี ตามหลักตลาดนำการผลิตซึ่งเรารับซื้อมันสำปะหลังอินทรีย์มาตรฐานสากล

“เราส่งเสริมครบวงจรตั้งแต่ อบรมภายใต้วิชาที่ชื่อว่า “อุบลโมเดล” คือการร่วมมืออบรมเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐ ปรับวิธีการผลิตใช้เครื่องจักรกลมาทดแทนแรงงานสูงอายุ ส่งเสริมปัจจัยการผลิตที่ผ่านการรับรองไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ 3  สำหรับแช่ท่อนพันธุ์ สารปรับปรุงดินไบโอฮับ ผ่านการรับรอง IFAOM โดยเฉพาะปัจจัยการผลิตที่สำคัญคือ พันธุ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพ จะช่วยสร้างความยั่งยืนหมุนเวียนในระบบการผลิตมันสำปะหลังได้อย่างครบวงจร”

สำหรับที่มาของพันธุ์มันสำปะหลังอิทธิ บจ. อุบลซันฟลาวเวอร์ (UBS) ได้จับร่วมมือกับมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย (TTDI) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังให้มีความต้านทานโรคใบด่าง ทนแล้ง และให้ผลผลิตดี จากนั้นนำมาขยายพันธุ์โดยใช้เทคนิคเร่งรัดที่เรียกว่า X20 จนได้ต้นกล้าพันธุ์คุณภาพกว่า 65,000 ต้น และได้วางเป้าหมายมุ่งมั่นส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังอิทธิให้กับเกษตรกรจำนวน 20,000 ไร่ ภายในปี 2570 รวมทั้งเดินหน้าขยายการผลิตท่อนพันธุ์ “อิทธิ” ด้วยเทคนิค X20 เพิ่มเป็น 200,000 ต้น เพื่อให้ครอบคลุมเกษตรกรในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งจะช่วยทำให้พื้นที่การปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดข้างเคียงมีปริมาณการระบาดของโรคไวรัสใบด่างลดลงไปจนถึงปลอดโรคได้ในอนาคต

นางสาวกัณฑ์พร กรรณสูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายส่งเสริมและบริการนวัตกรรมเกษตร UBS กล่าวเสริมว่า โครงการ “ขยายมันสำปะหลังสายพันธุ์อิทธิ ต้านทานโรคไวรัสใบด่าง” ได้ร่วมมือกับสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย (TTDI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เริ่มต้นรับกล้าพันธุ์อิทธิจำนวน 65,000 ต้น ในเดือนมีนาคม 2567 มาขยายผ่านกระบวนการเกษตรกรต้นแบบมันอินทรีย์ที่มีระบบนำหยดและการจัดการที่ดีจำนวน 10 ราย  สามารถขยายได้ 25 ไร่ ให้ผลผลิตจำนวน 80,000 ลำในปี 2568 มาขยายต่อในกระบวนการให้ทางภาครัฐมาเรียนรู้การขยาย X20 ในพื้นที่ เพื่อช่วยกันคนละไม้คนละมือในการขยายให้ได้มากที่สุดในปี 2568

ทั้งนี้บรรยากาศการขยายผลการรับรู้และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของโรคใบด่าง และแนะนำสายพันธุ์อิทธิทางสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดขึ้นภายใต้ “โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ” ซึ่งภายในงานได้แสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตท่อนพันธุ์มันอิทธิ การปลูกด้วยระบบอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ “ไบโอฮับ” เช่น ปุ๋ยชีวภาพ PGPR 2, PGPR3 วัสดุปรับปรุงดินจากกากมันสำปะหลัง อื่นๆ ภายใต้แบรนด์ รวมถึงแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังแบรนด์ “ทาสุโกะ” เพื่อให้เกษตรกรเห็นศักยภาพของมันสำปะหลังตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

“เรามุ่งมั่นในการส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังที่มีประสิทธิภาพให้กับเกษตร โครงการขยายมันสำปะหลังสายพันธุ์อิทธิ ต้านทานใบด่าง ไม่ใช่แค่การส่งมอบพันธุ์มันให้กับเกษตรกร แต่ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ครบวงจร ตั้งแต่เทคนิคการปลูก การดูแลรักษา การป้องกัน กำจัดโรคใบด่าง ไปจนถึงการบริหารจัดการแปลงอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกษตรกรนำไปปรับใช้และสร้างผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรรับมือกับโรคระบาดและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดียิ่งขึ้น เป็นการวางรากฐานสู่ความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย” นางสาวกัณฑ์พร กล่าวโดย บจ.อุบลซันฟลาวเวอร์ ในฐานะผู้นำด้านอุตสาหกรรมการเกษตรและการแปรรูปผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย บริษัทฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีความรู้ ความสามารถ และมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล ควบคู่ไปกับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนทั้งต่อสังคม เกษตรกร และผู้บริโภคทั่วโลก

Latest articles

Deloitte: Thailand’s digital momentum is real, yet the AI payoff is still to be unlocked

Thai organisations are progressing through digital transformation faster than ever before, but practical applications of AI have become the point where ambition is outpacing execution, Deloitte research has found.

ดีลอยท์เผยองค์กรไทยเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องเร่งปลดล็อกคุณค่าจาก AI

ผลการวิจัยของดีลอยท์พบว่า แม้องค์กรไทยกำลังก้าวหน้าด้านการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ยังคงเป็นความท้าทายที่หลายองค์กรไม่สามารถก้าวข้ามได้ แม้จะมีความมุ่งมั่นและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จาก ร้อยเอ็ด สู่  ร้อยล้านวิว จากเด็กธรรมดา สู่ นันยาง โฮม

รองเท้าผ้าใบนันยางรุ่นพิเศษ “โฮม” รองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางของเด็กธรรมดาสู่การเติบโตที่ยิ่งใหญ่ ผู้ไม่เคยลืมจุดกำเนิดและตัวตนของเขา จากเด็กธรรมดาที่ใส่นันยาง สู่ศิลปินเจ้าของผลงานเพลงร้อยล้านวิว

Hyundai Bluelink ชูเทคโนโลยี Connected Car  ประเดิมรุ่น IONIQ 5 N Line

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Hyundai Bluelink Connected Car Services ครั้งแรกในประเทศไทย เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อรถยนต์กับสมาร์ตโฟน ให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะ สั่งงานฟังก์ชันสำคัญ และดูแลรถจากระยะไกลได้ง่ายขึ้นในทุกจังหวะของการใช้งาน

More like this