6 Step ทำธุรกิจเครื่องสำอางฉบับหน้าใหม่

Published on

ข่าวคราวของการเข้าจับกุมเครื่องสำอางผิดกฎหมายยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง แม้แต่แบรนด์ใหญ่ที่มีคนดังเข้าไปเกี่ยวข้อง ยังไม่วายพบปัญหา เป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้รู้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในทำธุรกิจเครื่องสำอางหรืออาหารเสริม จะต้องได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้วยมูลค่ามหาศาลของตลาดเครื่องสำอางกว่า 210,000 ล้านบาท ทำให้ใครๆ ก็ยังต้องการเข้ามาแบ่งเค้ก จึงเกิดแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง   ซึ่งอย่างไรก็ตาม แม้ว่าเครื่องสำอางของเราจะดีมีมาตรฐานแล้ว ผู้ที่กำลังมองหาวิธีปั้นแบรนด์เครื่องสำอางน้องใหม่เข้าสู่ตลาด ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ วันนี้เราจึงมี  6 step ของการเริ่มเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง ซึ่งเป็นข้อมูลจากงาน OEM MANUFACTURER EXPO 2018 มาฝากกัน

Step 1 จุดเริ่มต้น ตั้งคำถาม?

เป็นการมองภาพรวมแบบกว้างๆ ก่อน ถามตัวเองว่าอยากจะขายเป็นเครื่องสำอางอะไร แบบไหนดี ลงรายละเอียดถึงประเภทแยกย่อย เมื่อได้คำตอบแล้วว่าอยากจะขายสินค้าประเภทไหน วางแผนภาพรวมของสินค้าประเภทที่เลือกว่าเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายไหน หรือเราตั้งใจที่จะเจาะกลุ่มเป้าหมายช่วงอายุที่เท่าไหร่ ซึ่งมีกำลังซื้อและพฤติกรรมที่ต่างกัน ศึกษาถึงโอกาสและความเป็นไปได้ของการทำสินค้านั้น เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องของการลงทุน ดูเรื่องช่วงราคาที่จำหน่ายในตลาดและเทรนด์ช่วงนี้เป็นอย่างไร อะไรที่กำลังมาแรง  ต้องตั้งคำถามและตอบคำถามให้ตัวเองได้แบบชัดเจนเพราะคำตอบจากการเริ่มต้นนี้ จะเป็นตัวกำหนดหนทางขั้นต่อไปได้อย่างดี

Step 2 เจาะลึกที่ คู่แข่ง

สำนวนที่ว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ยังคงคลาสสิคเสมอ ดังนั้นในการทำธุรกิจต้องศึกษาแบรนด์คู่แข็งอย่างละเอียด เมื่อวางแผนแบบคร่าวๆแล้วว่าจะทำเครื่องสำอางประเภทไหน กลุ่มเป้าหมายไหน ตั้งราคาในช่วงที่เท่าไหร่ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้กำหนดคู่แข่งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มองหาแบรนด์ที่ขายสินค้าในแบบเดียวกัน ราคาและกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกัน โดยสำรวจว่ามีสินค้ากี่แบบที่วางขายอยู่ตอนนี้ มีช่องทางการจำหน่ายอย่างไร อ่านคำแนะนำติชมของลูกค้าในแบรนด์คู่แข่งต่างๆ รวมถึงโปรโมทชั่นของแต่ละแบรนด์เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทางและวางแผนแบรนด์ของเราต่อไป

Step 3 ทำความรู้จักกลุ่มลูกค้า

เมื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจนแล้วว่าอยู่ในช่วงอายุไหน ก็เป็นเรื่องของการสังเกตพฤติกรรมในช่วงอายุนั้นว่าเป็นอย่างไร รับสื่อจากทางไหนและสื่อไหนมีอิธิพลกับเขามากที่สุด โดยอาจจะหาข้อมูลจากการแบ่งลักษะเป็น generations ต่างๆซึ่งมีพฤติกรรมเบื้องต้นของกลุ่มช่วงอายุนั้นๆว่ามีความคิดและพฤติกรรมไปทางไหน หรือเลือกใช้ Google Trends เข้ามาเป็นตัวช่วยที่เราสามารถใส่คีย์เวิร์ดในการเสิร์จหาจากกูเกิลเพื่อดูได้เลยว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมีการเสิร์จหาของคำๆ นี้มีเทรนด์เป็นอย่างไรบ้าง การเสิร์จหา ประเภทสินค้า เป็นอย่างไร มียอดเสิร์จมากในช่วงเดือนไหน และยังสามารถดูได้อีกด้วยว่า ผู้บริโภคโซนใดมีการเสิร์จหาคีย์เวิร์ดคำนี้มากที่สุด จึงเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับการศึกษาพฤติกรรมการเสิร์จหาของผู้บริโภค พฤติกรรมการเลือกซื้อ และเทรนด์ที่มาแรงของผู้บริโภค

Step 4 พัฒนาสินค้า

นำข้อมูลจากขั้นตอนก่อนหน้าทั้งหมดมาประมวลผลและหาจุดยืนให้กับ แบรนด์ของตนเองว่า มีจุดเด่นตรงไหน ต้องการจุดเด่นจากการพัฒนาสูตรเองซึ่งขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้สูตรที่ลงตัวอาจจะใช้เวลานาน ขั้นตอนนี้ควรจะต้องทำงานร่วมกับแลปทดลอง จากบริษัท OEM ที่ได้มาตรฐาน  หรือเน้นความโดดเด่นในเรื่องภาพลักษณ์ ก็สามารถเลือกใช้สูตรที่สำเร็จจากโรงงาน OEM เครื่องสำอาง ปรับสี กลิ่น หรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ แล้วนำมาสร้างแบรนด์เพื่อขายได้เลย

Step 5 เลือกโรงงานผลิต

ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีโรงงาน OEM เหล่านี้อยู่มากมาย การบริการก็หลากหลาย มีทั้งแบบที่รับผลิตและพัฒนาสูตรในแลป พร้อมกับบริการจด อย.ให้พร้อม โดยรวมแล้วควรพิจารณาโรงงานสำหรับผลิตสินค้าที่มีความน่าเชื่อถือ และมีมาตรฐานรับรอง ซึ่งนับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาดของสถานที่ผลิต ความชำนาญในการผลิต เครื่องจักรที่ได้มาตรฐาน ทุกอย่างควรตรวจสอบได้และโปร่งใส ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม  วัตถุดิบที่ใช้มีคุณภาพ มีความชำนาญการ โรงงานมีแลปในการพัฒนาสินค้าโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้จริง ใช้ส่วนผสมที่ปลอดภัยตรวจสอบที่มาได้ ปลอดภัยกับผู้บริโภค ดูแลเอาใจใส่ดี สะดวกและตอบคำถามเราได้ เพราะการผลิตสินค้าแต่ละชิ้นนั้นไม่ง่ายเลย บางทีเราก็ อยากถามคำถามมากมาย

Step 6 วางแผนการตลาด

ขั้นตอนที่สำคัญต้องดูในหลายๆเรื่องทั้งเรื่องช่องทางการจัดหน่าย วิธีการในการทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้จักสินค้า โดยต้องเลือกวิธีและช่องทางที่ตรงกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพื่อให้ตอบโจทย์ย่างตรงใจกับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการตั้งชื่อแบรนด์ โลโก้ การใช้สี ฟอนต์ และคอนเซ็ปต์ของแบรนด์โดยรวม ควรจะต้องจำง่าย ดึงดูด เพราะแบรนด์เป็นเครื่องมือสื่อสารถึงผู้บริโภคว่า แบรนด์เรามีจุดยืนอย่างไร

ข้อแนะนำ 6 step ในการเริ่มต้นทำแบรนด์เครื่องสำอางที่เรียกว่าตลาดความงามไม่มีวันตาย ไม่ว่ายุคสมัยไหน มาหาความรู้เพิ่มเติมแบบแน่นๆ ในการเริ่มต้นธุรกิจและมองหาไอเดียเด็ดๆ พร้อมกับพบปะผู้ผลิตแบบครบวงจร ทั้งสินค้าประเภทเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และอุปกรณ์เพื่อความงามอื่นๆ ได้ในงาน OEM MANUFACTURER EXPO 2018 ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2561 ณ Hall 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

Latest articles

กองทุนพัฒนาสื่อฯ จัดปัจฉิมนิเทศ “Youngจะเล่า”  มอบประกาศนียบัตร 60 มัคคุเทศก์น้อยแห่งสยาม

กองทุนพัฒนาสื่อฯ จัดปัจฉิมนิเทศ “Youngจะเล่า”  มอบประกาศนียบัตร 60 มัคคุเทศก์น้อยแห่งสยาม ปั้นนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ สื่อสารอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

ttb analytics ชี้วิกฤตราคาน้ำมันโลกดันตลาดไบโอดีเซล–เอทานอล เติบโตสูง

ttb analytics ชี้วิกฤตราคาน้ำมันโลกดันตลาดไบโอดีเซล–เอทานอล มีศักยภาพโตสูง แนะเร่งสนับสนุนการใช้งานเพื่อทดแทนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และยกระดับอุปทานให้มีประสิทธิภาพ

le coq sportif Thailand เปิดตัวรองเท้า LCS R980 ฉลองครบรอบ 35 ปี ซีรีส์ LCS R

le coq sportif Thailand (เลอ คอก สปอร์ทีฟ ไทยแลนด์) แบรนด์กีฬาระดับโลก ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด "LCS R980"

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล LinkedIn Talent Awards สาขา Best Talent Acquisition Team

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล LinkedIn Talent Awards สาขา Best Talent Acquisition Team เผยอินไซต์การจ้างงาน Gen Z–Senior จากผู้สมัครกว่า 41,000 คน

More like this