คปภ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงประกาศ คปภ.

Published on

คปภ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงประกาศ คปภ. การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนและนายหน้าประกันภัย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยมีพัฒนาการที่เด่นชัดหลายประการ ทั้งในด้านการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนผู้เอาประกันภัยมากขึ้น รวมถึงการยกระดับคุณภาพการให้บริการเพื่อพร้อมรับการแข่งขันที่มีแนวโน้มเปิดเสรีมากขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยมีตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัย ณ สิ้นปี 2560 ทั้งสิ้น 544,989 ราย โดยเป็นตัวแทนประกันภัย จำนวน 294,373 ราย และนายหน้าประกันภัย จำนวน 250,616 ราย ทั้งนี้จากสถิติที่ผ่านมาตัวแทน/นายหน้าประกันภัยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี และแม้ว่าสำนักงาน คปภ. ได้มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด แต่ยังมีปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคนกลางประกันภัยอยู่มาก ดังจะเห็นได้จากปี 2559 สำนักงาน คปภ. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนกลางประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดา จำนวน 178 ราย และในปี 2560 จำนวน 314 ราย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 76 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งข้อร้องเรียนหลักๆ คือ การได้รับชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยแต่ไม่ส่งบริษัทประกันภัย 232 ราย ขายผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ 45 ราย เสนอขายโดยบอกว่าเป็นการฝากเงิน 18 ราย แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์เดิม เพื่อซื้อกรมธรรม์ใหม่ 12 ราย และแนะนำให้ผู้เอาประกันภัยปกปิดสาระสำคัญในใบคำขอเอาประกันภัย 7 ราย ซึ่งปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทประกันภัยยังมีช่องโหว่ในกระบวนการควบคุมการขายผลิตภัณฑ์ ไม่มากก็น้อย

ดังนั้น เพื่อให้การกำกับดูแลและส่งเสริมให้กระบวนการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. จึงจัดเวทีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงร่างประกาศ คปภ. เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัย และนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย พ.ศ….เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2561 ณ โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นกว่า 170 คน จาก 5 สมาคม ได้แก่ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน และสมาคมธนาคารไทย นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และภาคประชาชน วัตถุประสงค์ของการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการควบคุมการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านช่องทางเสนอขายทุกช่องทางที่มีคุณภาพชัดเจนและลดการใช้ดุลยพินิจในการกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล และเป็นมาตรฐานสากล เนื่องจากปลายปี 2561นี้ สำนักงาน คปภ. จะเข้ารับการประเมินการกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศไทย (Financial Sector Assessment Program: FSAP) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล (Insurance Core Principles: ICPs) ของสมาคมผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยนานาชาติ (International Association of Insurance Supervisors: IAIS) โดยมาตรฐานสากลนี้จะประเมินประสิทธิภาพของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของประเทศนั้นๆ ว่าอยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล

เลขาธิการ คปภ. กล่าวต่อว่า การปรับปรุงประกาศ คปภ. ครั้งนี้ ครอบคลุมทุกช่องทางการขายตั้งแต่ตัวแทน/นายหน้าประกันภัย ธนาคารพาณิชย์ เทเลเซลล์ และไปรษณีย์ไทย ส่วนช่องทางออนไลน์ทางอิเล็กทรอนิกส์จะยึดตามประกาศเสนอขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงาน คปภ. จะประกาศ ให้มีช่องทางอื่นๆเพื่อให้กฎหมายครอบคลุมช่องทางที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคตอีกด้วย โดยการปรับปรุงประกาศฯได้มุ่งเน้นการยกระดับพฤติกรรมทางตลาดของระบบประกันภัย กำหนดให้บริษัทประกันภัยมีระบบในการควบคุมคุณภาพการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย มีการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมในกิจกรรมหลักที่เกี่ยวข้องกับผู้เอาประกันภัยและประชาชน อาทิ การออกกรมธรรม์ประกันภัย การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และการจัดการเรื่องร้องเรียน โดยมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมในกิจกรรมดังกล่าว อีกทั้งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย และธนาคารในการเสนอขายกรมธรรมประกันภัย ซึ่งบริษัทประกันภัยต้องมีหน้าที่ดูแล จัดการ ตรวจสอบ ติดตามปรับปรุง คุณภาพการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยในทุกช่องทางการเสนอขาย เพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับพฤติกรรมทางการตลาดที่มีคุณภาพ มีความโปร่งใส เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้เอาประกันภัยด้วย

นอกจากนี้ ได้มุ่งเน้นให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ICP 18 คนกลางประกันภัย (Intermediaries) คือ มีธรรมาภิบาลที่เหมาะสม มีการกำกับดูแลคนกลางประกันภัยที่เหมาะสมและมีอำนาจในการดำเนินการกับบุคคลหรือองค์กรที่เป็นสื่อกลางหากพบว่าไม่มีใบอนุญาต และคนกลางประกันภัยต้องมีระดับความรู้และประสบการณ์รวมถึงคุณธรรมและประสิทธิภาพ อีกทั้ง เพื่อให้สอดคล้องมาตรฐาน ICP 19 พฤติกรรมการดำเนินธุรกิจ (Conduct of Business) โดยมีการกำหนดให้บริษัทมีวัฒนธรรมองค์กรการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม และได้มีการปรับปรุงมาตรการลงโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยการกำหนดมาตรการลงโทษตามลำดับชั้นของความผิด การประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้นำหลักการส่งให้แต่ละภาคส่วนช่วยกันพิจารณา และเป็นการให้ภาคธุรกิจประกันภัยได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายที่จะมีผลใช้บังคับในระยะเวลาอันใกล้นี้ พร้อมกับเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการเพื่อสำนักงาน คปภ. จะได้นำความคิดเห็นดังกล่าวไปปรับปรุงร่างประกาศฯ ต่อไป ทั้งนี้ ผู้แทนจากภาคธุรกิจดังกล่าวถือว่ามีส่วนสำคัญในการผลักดันให้การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประสบผลสำเร็จ เป็นที่ยอมรับ สามารถปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับสภาวการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการทำประกันภัยอย่างเต็มที่และเป็นธรรม หลังจากนี้จะเสนอประกาศฯ เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ คปภ. ได้ช่วงกลางปี และจะมีการออกบทเฉพาะกาลให้ภาคธุรกิจประกันภัยได้มีเวลาปรับตัวประมาณหกเดือน ก่อนประกาศมีผลบังคับใช้ช่วงต้นปี 2562 ต่อไป

“สำนักงาน คปภ. มีความต้องการให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยไม่เป็นการสร้างภาระหรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของภาคธุรกิจ และเห็นความจำเป็นที่จะต้อง มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประกอบ จึงขอให้บริษัทประกันภัย เน้นย้ำให้ตัวแทน/นายหน้าประกันภัยในสังกัดทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่นำผลิตภัณฑ์ประกันภัยของบริษัทไปเสนอขายให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเพิ่มพูนความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับพัฒนาการทางการเงิน และการประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และสามารถให้ข้อมูลกับลูกค้าได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว และเกิดประโยชน์สูงสุด”

Latest articles

แพทย์วิมุต เตือนวัยทำงานอย่ามองข้าม “กรดไหลย้อน-โรคกระเพาะ” เสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหารส่วนบนเรื้อรัง

“โรคระบบทางเดินอาหารส่วนบน” กำลังคุกคามคนวัยทำงานอย่างเงียบ ๆ ที่น่ากังวลคือ โดยหลายคนเริ่มต้นจากอาการใกล้ตัวอย่างกรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะ ที่มักถูกมองว่าเป็นเพียงอาการชั่วคราวและปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ทั้งที่หากเกิดการอักเสบเรื้อรังต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครุนแรง เช่น มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหารได้

เพาเวอร์บาย ปลุกตลาดทีวีไทยรับบอลโลก 2026 ดันแคมเปญ “Champion Deals”

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกระแสบอลโลก 2026 เร่งชิงตลาดทีวีไทยผ่านกลยุทธ์ “Moment Marketing” เปิดตัวแคมเปญ “Champion Deals” จับอินไซต์คอบอลยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Home Entertainment ภายในบ้านมากขึ้น

LINE MAN ร่วม ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ชูจุดแข็งแชมป์คนละครึ่งเดลิเวอรี

LINE MAN ขานรับนโยบายภาครัฐ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่อยู่เคียงข้างทั้งร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”

เจาะลึกกองทุน DE สนับสนุนไอเดียสู่การใช้งานจริง 

กองทุน DE  ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

More like this