ยกระดับหม้อแปลงไฟฟ้า “เจริญชัย” ป้องกันภัยอัคคีภัย กทม.  

Published on

บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ได้เข้าพบ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ “วิศณุ ทรัพย์สมพล” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านได้ส่งผู้อำนวยการกองแผนงานและประสานสาธารณูปโภค เข้าร่วมประชุมแทนเพื่อรับทราบข้อมูลและร่วมหาข้อมูลดังกล่าว เรื่องความปลอดภัยการติดตั้งหม้อแปลงบนเสาไฟฟ้า ขนาด ตั้งแต่ 500 KVA. ขึ้นไป กับมาตรฐานการทดสอบด้านความปลอดภัย อัคคีภัย ต่อสาธารณะ, ประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน ตามมาตรฐาน IEC 62271-202

โดยได้แจ้งถึงประเด็นการเปลี่ยนแปลงด้านการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า (โมเดลสีลม) ซึ่งติดตั้งตามประเทศเยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ และยุโรป เป็นแนวทางร่วมกันที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่ และทำให้กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เกิดความปลอดภัย ต่อสาธารณะ, ประชาชนและนักท่องเที่ยวด้านระบบไฟฟ้า และยังเสริมสร้างทัศนียภาพในเมืองหลวงให้เกิดความสวยงามและมีเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่มั่นคง
ประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ได้เล็งเห็นว่าหม้อแปลงไฟฟ้าบนเสา มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อัคคีภัย ดังกรณีตัวอย่าง ทั่วไปที่หม้อแปลงเกิดการชำรุดหรือระเบิด ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมากและหม้อแปลง ที่ติดตั้งบนเสา ยากต่อการบำรุงรักษา ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ จึงได้นำข้อมูลมาชี้แจงถึงการติดตั้งหม้อแปลง (Unit Substation) ที่มีความปลอดภัย ด้านอัคคีภัย ต่อสาธารณะ, ประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน ตามมาตรฐาน IEC 62271-202

รวมถึงสร้างทัศนียภาพสวยงาม สามารถตอบสนองความต้องการได้ดีที่สุด ซึ่งต้องแลกกับการลงทุนในระบบการจ่ายไฟฟ้าที่สูงขึ้น แต่ผู้ใช้จะได้ความคุ้มค่าและความปลอดภัย อีกทั้งอายุการใช้งานหม้อแปลงมากกว่า 20 ปี ตามมาตรฐาน IEC 60076-7 และระบบของ Unit Substation ได้คำนึงและทดสอบระบบไฟฟ้าด้านความปลอดภัย อัคคีภัย ต่อสาธารณะ, ประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน Unit Substation ยังเหมาะสมกับพื้นที่ที่ต้องการความสวยงามเช่น ถนนสายสำคัญในกรุงเทพมหานคร โบราณสถาน สนามบิน หมู่บ้านจัดสรร โรงงานอุตสาหกรรม และโรงพยาบาล เป็นต้น
สุประชา บวรโมทย์ ผู้อำนวยการกองแผนงานและประสานสาธารณูปโภค กทม. กล่าวว่า ทาง กทม. รับทราบและเห็นด้วยกับการชี้แจงประเด็น เรื่องความปลอดภัย อัคคีภัย ที่จะส่งผลกระทบต่อสาธารณะ, ประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน พร้อมเล็งเห็นถึงความสำคัญของอันตรายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินและชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ กทม. จะเร่งนำเรื่องที่ชี้แจงไปพิจารณาพร้อมจัดประชุมอีกครั้ง และ กทม. มีความสนใจหม้อแปลงซับเมอร์ส ที่ติดตั้ง ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ ถนนอังรีดูนังต์ หม้อแปลงดังกล่าวผ่านการทดสอบแรงต้านน้ำ 3 เมตร ตามมาตรฐาน IEEE Std.C57.12.24และตอบโจทย์ ด้านความปลอดภัย อัคคีภัย ต่อสาธารณะ, ประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน การเสริมสร้างระบบไฟฟ้ามั่นคง สู่มาตรฐานระดับโลก อีกทั้งสร้างทัศนียภาพสวยงามให้บ้านเมือง และเป็นประโยชน์สร้างความปลอดภัยต่อสังคมและประชาชน กทม. พร้อมจะเข้าเยี่ยมชมหม้อแปลงซับเมอร์ส เพื่อรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียนของกรุงเทพมหานคร

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this