“ออฟฟิศซินโดรม” ชนวนเกิดโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

Published on

ออฟฟิศซินโดรม รอยโรคที่มาจากพฤติกรรม รักษาช้าเสี่ยงกระดูกสันหลังเสื่อม แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแนะเร่งปรับพฤติกรรมก่อนจะสายเกินแก้

“ออฟฟิศซินโดรม” เป็นกลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังเกิดจากการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม พบได้บ่อยในพนักงานออฟฟิศที่มักใช้เวลากับการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ ในท่าเดิมๆ จนทำให้เกิดเซลล์อักเสบ และร่างกายดึงแคลเซียม เนื้อเยื่อ หรือพังผืดมาเกาะจนทำให้เกิดกระดูกงอก เมื่อเวลาผ่านไปจึงทำให้เป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

อาการหลักที่พบในโรคออฟฟิศซินโดรม ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือปวดร้าวศีรษะ บางครั้งมีอาการปวดไปตามแนวแขน หรือหนา ชา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ หรือนั่งไม่ถูกวิธี ทำให้กล้ามเนื้อต้องเกร็งตัวเป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่มีการผ่อนคลาย การจ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม

นพ.ณฐพล ลิตติรานนท์

ขณะที่ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค เผยว่าพบกลุ่มวัยทำงานป่วยเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมมากขึ้น โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งโต๊ะเป็นเวลานานๆ และจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2556-2560 พบว่า ประเทศไทยมีผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ประมาณ 30.8 ล้านคน เป็นกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 15 ขึ้นไป) ที่ใช้คอมพิวเตอร์ จำนวนถึง 28.1 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 91.3 ซึ่งส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากการทำงานในออฟฟิศเป็นเวลานาน และมีแนวโน้มที่ส่งผลให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรมได้สูงขึ้น

นพ.ณฐพล ลิตติรานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาท โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ เปิดเผยว่า “ออฟฟิศซินโดรม” เป็นโรคยอดนิยมของหนุ่มสาวออฟฟิศ เพราะการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ อาจทำให้หลายคนเริ่มมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดตา และรู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะนำไปสู่โรคออฟฟิศซินโดรมเท่านั้น แต่อาจอันตรายจนก่อให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้

อย่างไรก็ตาม ท่านั่งที่ไม่เหมาะสมมีผลทั้งกระดูกส่วนคอและส่วนหลัง ดังนั้นการจัดโต๊ะทำงานให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้

นพ.ณฐพล ยังแนะนำการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดี เช่น เก้าอี้ทำงานต้องมีพนักพิงหลังและพนักแขน เมื่อแผ่นหลังของเราชิดพนักพิงหลังจะไม่งอ ส่วนพนักแขนก็สำคัญ เพราะการวางแขนที่พนักจะช่วยรองรับน้ำหนักแขนได้ ความสูงของเก้าอี้ก็ต้องรองรับสรีระไม่ให้เข่างอระดับ 90 องศา ในส่วนของโต๊ะทำงานที่ดีต้องปรับระดับสูงต่ำได้ คอมพิวเตอร์ต้องตั้งตรง ไม่ให้เราก้มหรือเงยมากเกินไป

“ออฟฟิศซินโดรม” ดูเหมือนจะเป็นโรคยอดฮิตจนกลายเป็นเรื่องปกติของคนในยุคปัจจุบันเพราะโรคดังกล่าวเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต บางคนมีอาการปวดหลังหากโชคดีก็เพียงทานยาหรือทำกายภาพบำบัดก็หาย แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเข้าสู่ภาวะการผ่าตัดเพราะกว่าจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้ปวดหลังธรรมดา แต่กลับเป็นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทก็สายเกินไปเสียแล้ว ดังนั้นการสังเกตตัวเองและเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางให้เร็วที่สุดจะทำให้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด ไม่ต้องคิดไปเองว่านี่คืออาการปวดหลังธรรมดาที่เกิดจากกล้ามเนื้อหรือเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังหรือไม่

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาการปวดอาจมีหลายสาเหตุ ดังนั้นเมื่อมีสัญญาณเตือนของอาการเหล่านี้ ควรเริ่มป้องกันและค้นหาสาเหตุ คือสิ่งที่ดีที่สุด และหากมีอาการแล้วก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานจนเรื้อรัง เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายแรงได้

Latest articles

COVERMARK จัดแคมเปญ “Treat Your Day” พร้อมมอบโปรสุดพิเศษ

COVERMARK THAILAND (คัฟเวอร์มาร์ค ประเทศไทย) ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป จัดแคมเปญพิเศษ “Treat Your Day ผิวพร้อมตั้งแต่เช้า เมคอัพสวยทั้งวัน” เชิญชวนลูกค้ารับบริการวิเคราะห์ สภาพผิวเบื้องต้น และทดลองผลิตภัณฑ์ TREATMENT DAY CREAM

ชวนรู้จัก “กองทุน DE” โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัลของคุณ

กองทุนดีอี ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินของรัฐ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน  ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

ภูเก็ต เปิดตัว “Shopping List ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ายกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ตสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

เปิดยุทธศาสตร์ “จีนยุคใหม่” ถอดรหัส “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” ผ่านเวที วทจ. รุ่น 8

“จีน” ยังคงเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ทั่วโลกจับตา ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีความแน่นแฟ้นยาวนานกว่า 50 ปี ก็กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงด้านเศรษฐกิจ หากแต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

More like this