“แสง สี สิงห์”  ปลุกเสน่ห์เมืองแห่งตำนานด้วยงานอาร์ตร่วมสมัย

Published on

สายเที่ยว-สายฮิปสเตอร์ปักหมุดรอ! เที่ยวสิงห์บุรีแบบใหม่แบบปังด้วย Art and Design ปลุกเสน่ห์เมืองแห่งตำนานกับเทศกาล “แสง สี สิงห์ (Let’s Glow Singburi)”

สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดเทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยว “แสง สี สิงห์ (Let’s Glow Singburi)” ระหว่างวันที่ 18 – 27 สิงหาคมนี้ เพื่อให้ จ.สิงห์บุรี เป็นพื้นที่นำร่องในการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรองรูปแบบใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาในจังหวัดเพิ่มขึ้น หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงกระจายรายได้และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

แนวคิดสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ คือการนำจุดเด่นของจังหวัดมาขยายและตีความใหม่ พร้อมถ่ายทอดผ่านงานศิลปะและการออกแบบร่วมสมัย รวมถึงใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริมพลังและเสน่ห์ให้กับวัฒนธรรมดั้งเดิม เพื่อสร้างภาพจำใหม่ของสิงห์บุรี และสร้างสินค้าท่องเที่ยวใหม่ในรูปแบบ Contemporary man-made tourism products หรือแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนในพื้นที่ร่วมกันสร้างขึ้น โดยภายในงานมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกและครั้งใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรีและประเทศไทย ประกอบด้วย

  • กิจกรรม Crosswalk Art ศิลปะกึ่งถาวรบนพื้นถนน ในรูปแบบของทางข้ามที่จะเกิดขึ้นที่จ.สิงห์บุรีเป็นที่แรก และจะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัดในการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
  • กิจกรรม Neon Light Art ศิลปะในรูปแบบกึ่งถาวร ที่นำเอาสัญลักษณ์ของจังหวัดสิงห์บุรีมาตีความและออกแบบใหม่ให้มีความร่วมสมัย (pop art) และสร้างเป็น Neon Light Art ติดตั้งตามสถาปัตยกรรมและอาคารที่เป็นแลนด์มาร์กของสิงห์บุรี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวยามค่ำคืน
  • Hidden Sculptures ศิลปะในรูปแบบ Installation Art กึ่งถาวร โดยออกแบบประติมากรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของสิงห์บุรี แล้วนำไปจัดวางตามจุดต่างๆ ในเขตตัวเมือง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินตามหาประติมากรรมเหล่านี้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชน และกระจายรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อยตามเส้นทางที่ประติมากรรมตั้งอยู่
  • นำร่องใช้แอพพลิเคชั่น WABU แพลทฟอร์มเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในรูปแบบของ Digital-self-walking-guide เป็นครั้งแรกที่สิงห์บุรี เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยตัวเองรูปแบบใหม่
  • เที่ยว Night Museum ที่มิวเซียมสิงห์และชมอาคารศาล รศ.129 ซึ่งเปิดให้ชมเป็นกรณีพิเศษเฉพาะในช่วงเทศกาลเท่านั้น
  • กิจกรรมพิเศษครั้งแรกของสายมู ไหว้พระยามค่ำคืนและชมการประดับไฟบนสถาปัตยกรรมเก่าแก่เกือบ 200 ปีของวัดพรหมสาครและวัดสว่างอารมณ์
  • ชิม ช้อป ที่ถนนคนเดินและเทศกาลอาหาร รวมของดีร้านอร่อยของสิงห์บุรี pavilion แบบครบครันเป็นครั้งแรก รวมถึงการรวบรวมร้านค้าของดีทั่วไทยที่ตลาดย้อนยุค
  • สนุกสนานและเพลิดเพลินกับสวนสนุกยุค 90 ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านและคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอดเทศกาล
  • ร่วมทำกิจกรรม DIY สอนทำพวงมโหตร งานหัตถศิลป์ที่มีแค่ จ.สิงห์บุรีเพียงที่เดียว และกิจกรรม Art Workshop สำหรับเด็กโดยบ้านควายอาร์ต
  • ฝึกอบรมเพิ่มทักษะในการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยผ่านโครงการ “เน็ตทำกิน” โดยความร่วมมือกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าเที่ยวชมงาน ออกบูธหรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ สามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานที่เพจเฟซบุ๊กและอินสตราแกรม “SangSeeSing-แสงสีสิงห์” หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรีและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร 088-214-1111

Latest articles

จานอาหารเปลี่ยนโลก: เมื่อสุขภาพหัวใจและขยะอาหารเริ่มต้นที่มื้อนี้

การสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เราสามารถเริ่มจากมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน เลือกอาหารจากพืชมากขึ้น และใช้สิ่งที่เราซื้อมาให้คุ้มค่า

Big Bad Wolf Books ยกทัพหนังสือกว่า 1 ล้านเล่ม ลดสูงสุด 95% บูมตลาดนักอ่านยุค AI

ในยุคที่ AI สามารถค้นหา สรุป และสร้างคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการเข้าถึงข้อมูล แต่คือความสามารถในการ อ่านให้เข้าใจ เชื่อมโยง ตั้งคำถาม ประเมินความน่าเชื่อถือ และสร้างความคิดเห็นของตัวเอง ผล PISA 2025 สะท้อนโจทย์นี้อย่างชัดเจน

อวานี ไซเปรส เลคส์ ศูนย์รวมเวลเนสแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย

อวานี ไซเปรส เลคส์ รีสอร์ท จะเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดภายใต้แบรนด์อวานี ในภูมิภาคออสตราเลเซีย ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีท 204 ห้อง ในสองรูปแบบการเข้าพักที่แตกต่างกัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

วว. เดินหน้าขับเคลื่อน Innovation Ecosystem ผลักดัน 9 ผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

การนำงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ (Research to Commercial) นับเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (National Competitiveness) เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยเปลี่ยนทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) ให้เป็นทรัพย์สินทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง

More like this