สสส.สานพลัง 48 องค์กร เดินหน้า ประกาศปฏิญญาอ่าวลันตา

Published on

ประกาศปฏิญญาอ่าวลันตา สสส.สานพลัง 48 องค์กร เดินหน้า 9 หมุดหมายพัฒนา อ.เกาะลันตา สู่ความยั่งยืน ผลักดันเป็นแลนด์มาร์คด้าน Blue & Green Island มีความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สุขภาวะและสิ่งแวดล้อม

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จังหวัดกระบี่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม จำนวน 48 หน่วยงาน ลงนามและประกาศ “ปฏิญญาอ่าวลันตา” เพื่อมุ่งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรม คุณภาพชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ อ.เกาะลันตา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 ณ ศาลาประชุมอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 2 สสส. กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่มีขยะรั่วไหลลงทะเลติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ขยะที่ลงทะเลร้อยละ 80 เป็นขยะที่เกิดขึ้นบนบก ร้อยละ 20 เป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมในทะเล โดยพบโฟมและขยะพลาสติกบนฝั่งที่กำจัดไม่ถูกต้องจำนวนมาก เมื่อโฟมและพลาสติกลงสู่ทะเลจะแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ เรียกว่าไมโครพลาสติก ซึ่งจะปนเปื้อนเข้าสู่ระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารผ่านการบริโภคอาหารทะเล มีงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาและองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมมากมาย ระบุตรงกันว่า ไมโครพลาสติก หรือเศษพลาสติกที่ล่องลอยอยู่ในทะเลเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ระบบห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ ระบบนิเวศทางทะเลโดยตรง และปนเปื้อนในระดับเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น ระบบย่อยอาหาร รวมถึงสารประกอบของพลาสติกบางตัว ยังส่งผลถึงระบบสืบพันธุ์ในสิ่งมีชีวิตได้อีกด้วย การที่ สสส. จะสร้างเสริมสุขภาพประชาชน จึงต้องให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย

“ปฏิญญาอ่าวลันตา จะผลักดัน 9 เจตจำนงและหมุดหมายสำคัญ 1.การประมงยั่งยืน 2.อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 3.พัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจเกื้อกูล 4.การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 5.เชื่อมโยงการพัฒนาทางเศรษฐกิจกับชุมชนท้องถิ่น 6.ลดภัยคุกคามจากไมโครพลาสติกและขยะพลาสติกในทะเล 7.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและใช้พลังงานสะอาด 8.พัฒนาทางสังคมและคุณภาพชีวิต 9. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน เพื่อคุ้มครองรักษา อ.เกาะลันตาควบคู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน มีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สุขภาวะและสิ่งแวดล้อม” รศ.ดร.สมิทธิ์ กล่าว

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวว่า โฟมและพลาสติกที่รั่วไหล หรือถูกทิ้งอย่างจงใจลงสู่ทะเล เป็นภัยด้านสิ่งแวดล้อมและอันตรายสะสมต่อสุขภาพของคน ซึ่งอาจไปไกลถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ก่อผลกระทบในขอบเขตทั่วโลกจากการเชื่อมถึงกันของมหาสมุทร ดังนั้นปัญหาขยะจึงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องร่วมกันดำเนินการแก้ไขในระดับแนวคิด นโยบาย การนำมาตรการทางภาษีและเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการแก้ไขปัญหา การกำหนดมาตรการและแนวปฏิบัติของหน่วยงานรัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และครัวเรือน

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย โดยมุ่งเน้นการคัดแยกขยะจากแหล่งกำเนิด ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศฉบับที่ 2 (พ.ศ.2565 – 2570) ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะที่ต้นทางตามวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ เพื่อป้องกันการเกิดขยะ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-design) ส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืน โดยเลือกใช้สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถใช้ซ้ำและเรียกคืนกลับไปรีไซเคิลได้ การคัดแยกขยะมูลฝอย ณ ต้นทาง ให้สอดคล้องกับรูปแบบการกำจัดขยะมูลฝอยปลายทาง เพื่อให้มีการนำทรัพยากรกลับคืนจากของเสียให้มากที่สุด ทั้งในรูปแบบวัสดุรีไซเคิล (Material recovery) และพลังงาน (Energy recovery) ให้เหลือขยะที่ต้องกำจัดให้น้อยที่สุด เป็นการลดขยะทะเลลงอีกทางหนึ่งด้วย

ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ปัจจุบันขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งกำลังเป็นประเด็นที่ถูกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก รัฐบาล กำหนดให้ปัญหาขยะทะเลเป็นวาระแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ แผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล พ.ศ. 2564 – 2568 หรือ ASEAN Regional Action Plan for Combating Marine Debris, 2021 – 2025 ในส่วนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ดำเนินการบริหารจัดการขยะทะเลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในทะเลและชายฝั่ง รวมถึงป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของขยะทะเล ในปี 2564 ที่ผ่านมา ทช.ได้จัดเก็บขยะทะเลที่ตกค้างออกจากระบบนิเวศชายฝั่งทะเลจำนวน 3,950,904 ชิ้น รวมน้ำหนักกว่า 443,987 กิโลกรัม

Latest articles

Sumsub เผยองค์กรไทยครองแชมป์ความพร้อมธรรมาภิบาล AI ใน APAC แต่พบอัตราความผิดพลาดสูงสุดในภูมิภาค

รายงานล่าสุดชี้ 73% ของธุรกิจไทยเดินหน้าใช้ AI อัตโนมัติขั้นสูงที่ทำงานได้โดยแทบไร้การควบคุมจากมนุษย์ ทว่าเกือบครึ่งยังไร้ระบบบันทึกประวัติการตัดสินใจที่รัดกุม เสี่ยงเผชิญปัญหาทางกฎหมายเมื่อหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มเข้มงวด

สธ.- สปสช. เผยบริการปฐมภูมิแก้ปัญหาสุขภาพ 85% ปี 70 อัดฉีด ปักหมุด 108 อำเภอ 76 จังหวัด

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เดินหน้ายกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิปี 2570 ดูแลประชาชนกว่า 10.6 ล้านคน ครอบคลุม 108 อำเภอ ใน 76 จังหวัด...

MAGURO จับมือ ONYX Hospitality ส่งแคมเปญ “กินแล้วได้เที่ยว เที่ยวแล้วได้กิน” เริ่ม 15 ต.ค. 69 – 31 มี.ค. 70

MAGURO GROUP ผู้นำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียมและแมสพรีเมียมในประเทศไทย จับมือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งครบรอบ 60 ปีในปีนี้ ส่งต่อสิทธิประโยชน์ระหว่างสมาชิก Give More+ Club...

โบ เพียว เอ็กซ์ จัดงานใหญ่ ชวนสัมผัสตัวตน “แบมแบม” ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

โบ เพียว เอ็กซ์ (BO PURE X) จัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ “Xpression Beauty – See More Me” พาทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงพร้อมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ “แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” (BamBam) ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

More like this