ทีเอ็มบีธนชาต แจ้งการซื้อคืนตราสารหนี้ AT1 ตามแผนการบริหารโครงสร้างการจัดหาเงินทุน

Published on

ทีเอ็มบีธนชาต ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อคืนตราสารหนี้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ซึ่งธนาคารได้ออกและเสนอขายในตลาดต่างประเทศ โดยจะดำเนินการทำคำเสนอซื้อคืนเป็นการทั่วไป หรือ Tender Offer เพื่อซื้อคืนตราสารหนี้บางส่วน (Partial Repurchase) ตามแผนการบริหารการจัดหาเงินทุนของธนาคาร

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า การซื้อคืนตราสารหนี้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 หรือตราสารหนี้ AT1 ในครั้งนี้ ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การจัดหาเงินทุน หรือ Funding strategy ของธนาคาร ซึ่งได้พิจารณาแล้วว่า ธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารต้นทุนการจัดหาเงินทุน โดยในกรณีนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการออกตราสารหนี้และหนุนให้ภาพรวมการบริหารต้นทุนการจัดหาเงินทุนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือ ทีเอ็มบีธนชาตให้ความสำคัญกับการดำรงฐานะเงินกองทุนให้อยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด หนุนโดยการสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดังนั้น ฐานเงินกองทุนในปัจจุบันจึงอยู่ในระดับสูง การซื้อคืนตราสารหนี้ AT1 ในจำนวนดังกล่าว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อระดับเงินกองทุนอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ทีเอ็มบีธนชาตรายงานอัตราส่วนเงินกองทุนรวม (CAR) และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ที่ 20.0% และ 16.0% เพิ่มขึ้นจาก 19.3% และ 15.3% ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งถือว่าสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมธนาคารไทย และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารกลุ่ม D-SIBs ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 12.0% และ 9.5% ตามลำดับ

ทั้งนี้ การทำคำเสนอซื้อคืนเป็นการทั่วไป (Tender Offer) จะอยู่ในระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม 2565 ถึง 3 พฤศจิกายน 2565 เพื่อซื้อคืนตราสารหนี้ AT1 ที่มีชื่อว่า US$400,000,000 4.90 per cent. Perpetual Additional Tier 1 Capital Securities (จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์) เป็นมูลค่าไม่เกิน 120,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 30% ของจำนวนเงินต้นรวมทั้งหมดของตราสารหนี้ AT1

ซึ่งเมื่อรวมกับการซื้อคืนบางส่วนจากตลาดรองในต่างประเทศ (Open Market Repurchase) ในช่วงก่อนหน้า จำนวนรวม 28,960,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 7.24% ของจำนวนเงินต้นรวมทั้งหมด จะรวมเป็นมูลค่าการซื้อคืนทั้งสิ้นไม่เกิน 150,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 37.50% ของจำนวนเงินต้นรวมทั้งหมด

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

GO HOTEL ศรีราชา พาลูกรักสี่ขาเข้าพักฟรี! ลัดเลาะเที่ยวฟิน ชิมร้านดัง น้อง ๆ เข้าได้

GO HOTEL ชวนลูกรักสี่ขาออกไปท่องโลกกว้างร่วมกันโดยไม่ต้องทิ้งใครไว้เหงาๆ ที่บ้านและเข้าพักฟรี! แท็กทีมกับ The1 มอบสิทธิ์ใช้คะแนนสะสมแลกรับส่วนลดห้องพักสุดคุ้ม พาน้องๆ ไปปักหมุดกินเที่ยวฟินกับร้านอาหารและคาเฟ่ Pet-Friendly

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

More like this