MGID แพลตฟอร์มโฆษณาแบบเนทีฟระดับโลก เผย ไทยมีผู้ชมเติบโตสูงถึง 30%

Published on

MGID แพลตฟอร์มผู้บุกเบิกการโฆษณาแบบเนทีฟระดับโลก เผยตัวเลขผู้ใช้งานในประเทศไทยมากกว่า 35 ล้านราย และมีจำนวนโฆษณา 854.8 ล้านครั้งในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ดันยอดผู้ใช้งานเติบโตขึ้น 30%

MGID แพลตฟอร์มแรกที่มีการเข้าถึงมากกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละเดือน ที่ช่วยให้ผู้เผยแพร่โฆษณาสามารถสร้างรายได้จากผู้ชมเว็บไซต์ และยังช่วยเพิ่มการรับรู้ให้กับแบรนด์ ด้วยเทคโนโลยีการใช้อัลกอริธึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางโฆษณาและยังเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณสำหรับแบรนด์อีกด้วย

Sergii Denysenko CEO MGID แพลตฟอร์มผู้บุกเบิกการโฆษณาแบบเนทีฟระดับโลก กล่าวว่า การพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดิจิทัล ส่งผลให้มีการจัดสรรงบประมาณออนไลน์ที่สูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตในรูปแบบโฆษณาของ MGID ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อนำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมแก่ลูกค้าให้บรรลุเป้าหมายทั้งทางด้านส่งเสริมการรับรู้ของแบรนด์และแคมเปญที่เน้นในเรื่องของประสิทธิภาพ สำหรับการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก MGID ยังได้ขยายไปสู่ประเทศเวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย และไทย โดยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทย เพื่อนำโฆษณาที่พร้อมทั้งเทคโนโลยี เพื่อช่วยในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุดมาสู่ภูมิภาคนี้

MGID เป็นแพลตฟอร์มโฆษณาระดับโลกได้รายงานการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่ามีผู้ชมรายเดือนถึง 72.7 พันล้านครั้งในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 การเพิ่มขึ้นที่มีนัยสำคัญที่สุดที่ MGID ระบุไว้ก็คือประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนผู้ชมของบริษัทเติบโตสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงดึงดูดผู้ใช้ได้ถึง 35 ล้านคนและมีการแสดงโฆษณากว่า 854.8 ล้านครั้ง

“เราจะลงทุนในภูมิภาคนี้ต่อไปโดยการขยายทีมพัฒนาธุรกิจ ทีมครีเอทีฟ ทีมขายและทีมดูแลผู้เผยแพร่โฆษณา เราตั้งใจที่จะให้ผู้โฆษณามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความคิดของผู้ชมในท้องถิ่นและโซลูชันโฆษณาที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อรับประกันความสำเร็จของวัตถุประสงค์ในการสร้างแบรนด์ของพวกเขา โดยตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย MGID ได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Kia, True และ DTAC และได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรผู้เผยแพร่โฆษณาระดับพรีเมียมอย่าง กรุงเทพธุรกิจ ข่าวสด ไทยรัฐ MThai Tnews ฐานเศรษฐกิจ และคมชัดลึก”  Sergii กล่าว

นอกจากนี้อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้โฆษณาในประเทศไทยต้องเพิ่มงบประมาณสำหรับการโฆษณาในรูปแบบวิดีโอ โดยข้อมูลจาก Statista พบว่าโฆษณาในรูปแบบวีดีโอในประเทศไทยเติบโตเพิ่มขึ้นโดยมีมูลค่าถึง 0.61 พันล้านดอลลาร์ ทาง MGID จึงได้ตอบสนองต่อแนวโน้มนี้ด้วยการเปิดตัวโฆษณาในรูปแบบวิดีโอ ประเภท Outstream อีกด้วย และนอกจากโฆษณาแบบเนทีฟและแบบวิดีโอแล้ว ทาง MGID ยังมีโฆษณาในรูปแบบการแจ้งเตือน (Push Notification) ซึ่งโฆษณารูปแบบนี้จะเป็นการแสดงโฆษณาเฉพาะทีละแบรนด์ เพื่อทำให้เกิดความสนใจของผู้ใช้สูงที่สุด

สำหรับโฆษณาของ MGID ทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีการกำหนดเป้าหมายตามบริบทที่เน้นความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก บริบทอัจฉริยะ (Contextual Intelligence) โดยสามารถช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงผู้บริโภคได้ในขณะที่พวกเขาพร้อมที่จะซื้อมากที่สุด โดยการแสดงโฆษณาที่สอดคล้องกับเนื้อหาบนหน้าเว็บที่กำหนด ผลลัพธ์ที่ได้คือประสบการณ์ของผู้ใช้ที่มีความเกี่ยวข้องมากขึ้น รับประกันความปลอดภัยของแบรนด์ และปรับปรุงประสิทธิภาพของแคมเปญ ซึ่ง MGID มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปโดยนำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมแก่ลูกค้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านส่งเสริมการรับรู้ของแบรนด์และแคมเปญที่เน้นในเรื่องของประสิทธิภาพ

Sergii Denysenko

MGID เป็นแพลตฟอร์มโฆษณาระดับโลกที่ช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงผู้ชมในท้องถิ่นได้ในวงกว้าง โดยใช้เทคโนโลยี AI ที่เน้นความเป็นส่วนตัวเป็นหลักในการแสดงโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้อง และมีคุณภาพสูงในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อแบรนด์ ทางบริษัทมีการนำเสนอรูปแบบโฆษณาที่หลากหลาย รวมถึงแบบเนทีฟ ดิสเพลย์ และวิดีโอเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ผู้ใช้ ซึ่งช่วยให้ผู้โฆษณาสามารถขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการรับรู้ได้ และทางผู้เผยแพร่โฆษณาก็สามารถสร้างรายได้จากผู้ชมได้เช่นกัน ซึ่งทุก ๆ เดือน MGID ได้เข้าถึงผู้ใช้ (Unique Users) ถึง 900 ล้านคน โดยมีการแสดงโฆษณา 2 แสนล้านครั้งจากผู้เผยแพร่โฆษณาที่เชื่อถือได้ 25,000 ราย

Latest articles

Bangkok World Music Day’ 26 : 30+ artists – 5 stages – 12 hours

The French Embassy in Thailand, in partnership with One Bangkok, Alliance Française de Bangkok...

ก๊าซเรือนกระจกด้านไอที การจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก AI

ความก้าวหน้าของโมเดล AI อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจก็จริง แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า (2571) ครึ่งหนึ่ง (50%) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้านไอที จะมาจากโมเดล AI

เอนกายท่ามกลางขุนเขา กับพูลวิลล่าสุดหรู ณ โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน

โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน ชวนคุณสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบของเขาใหญ่ กับพูลวิลล่าส่วนตัวที่พร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายอย่างแท้จริง ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569

SUBCON Thailand 2026 จับคู่ธุรกิจ 9,600 คู่ มูลค่าการซื้อขายกว่า 2.3 หมื่นล้าน

บีโอไอเผยความสำเร็จการจัดงาน “SUBCON Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 13 – 16 พฤษภาคม 2569 แพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีผู้ร่วมงานมากกว่า 50,000 คน ยอดเจรจาธุรกิจกว่า 9,600 คู่ คาดเกิดมูลค่าซื้อขายกว่า 23,000 ล้านบาท

More like this