ตรวจก่อนแต่ง พร้อมให้จริงก่อนมีลูก

Published on

การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน เป็นการวางแผนก่อนใช้ชีวิตครอบครัวที่จะทำให้ทราบว่าสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่พร้อมแค่ไหนกับการมีเจ้าตัวเล็ก เพื่อครอบครัวที่สมบูรณ์ทั้งสุขภาพกายและใจ และหากพบปัญหามีบุตรยากย่อมสามารถรับมือได้ทันท่วงที ช่วยให้การมีเจ้าตัวเล็กเป็นไปอย่างราบรื่น

พญ. วนิชา ปัญญาคำเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพสตรี รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานนั้นมีความสำคัญกับชีวิตครอบครัวมาก เพราะจะทำให้ทราบถึงความพร้อมในการมีบุตร ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการมีบุตร และแนวทางการดูแลร่างกายให้พร้อมสำหรับการมีบุตร สำหรับการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน แพทย์จะทำการซักประวัติโดยละเอียด ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสุขภาพทั่วไป เพื่อดูความสมบูรณ์ของร่างกายคุณพ่อและคุณแม่ ได้แก่ การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต ตรวจการทำงานของระบบหายใจ การทำงานของหัวใจ รวมถึงการตรวจเต้านมและตรวจหน้าท้องร่วมด้วย ตรวจเลือดดูความพร้อมประเมินความเสี่ยง

โดยจะทำการตรวจดูกรุ๊ปเลือด ความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงที่เสี่ยงต่อการเป็นโลหิตจาง ตรวจภูมิต้านทานที่ควรมี เช่น ภูมิต้านทานหัดเยอรมัน ไวรัสตับอักเสบบี โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อายุเกิน 35 ปี หากมีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไทรอยด์ อาจเป็นอันตรายขณะตั้งครรภ์ได้หากไม่ได้ควบคุมหรือดูแลอย่างเหมาะสม เพราะบางโรคในขณะตั้งครรภ์ไม่สามารถทานยาได้ ตรวจโรคทางพันธุกรรม โดยเฉพาะพันธุกรรมแฝงอย่างธาลัสซีเมียที่คนไทยมีภาวะแฝงจากโรคนี้ถึง 45%

ตรวจภายในเพื่อดูความปกติของมดลูกและรังไข่ เพื่อหาเนื้องอกมดลูก ช็อกโกแลตซีสต์ และความผิดปกติต่าง ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งมีผลต่อการตั้งครรภ์โดยตรง รวมทั้งการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกเมื่อถึงวัย ผู้ที่มีความเสี่ยงคือผู้ที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แต่หากยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่อายุ 21 ปีขึ้นไปก็ควรตรวจค้นหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกร่วมด้วย

ในบางกรณีจะมีการตรวจอัลตราซาวนด์ก่อนแต่งงาน โดยจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ จะช่วยให้การตรวจวินิจฉัยละเอียด ถูกต้อง ชัดเจนขึ้น ซึ่งการตรวจอัลตราซาวนด์เป็นไปเพื่อตรวจดูสุขภาพของมดลูกและรังไข่ ตรวจดูพยาธิสภาพที่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์ เช่น เนื้องอกมดลูก ช็อกโกแลตซีสต์ที่รังไข่ ประจำเดือนมากผิดปกติ มีลิ่มเลือด เป็นต้น

พญ. วนิชา ปัญญาคำเลิศ

รวมถึงตรวจดูการทำงานของรังไข่ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ไข่ไม่ตก ยิ่งในช่วงวัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิงคือ อายุ 18 – 35 ปี ตามสถิติพบว่า 20 – 30% ของคู่สมรสกลับต้องประสบปัญหามีบุตรยาก ที่น่าสนใจคือ กว่าจะทราบว่าตนเองมีบุตรยาก มักจะรู้หลังจากแต่งงานไปนานเป็นปี ๆ แล้ว เสียเวลาและโอกาสไปโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในคุณผู้หญิงที่แต่งงานตอนอายุเกิน 35 ปี เพราะความสามารถในการเจริญพันธุ์เริ่มลดลงทุก ๆ ปีตามรังไข่ที่เสื่อมคุณภาพจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น โอกาสในการมีบุตรยากจึงสูง แต่ 70% ของคู่สมรสที่มีบุตรยากสามารถหาสาเหตุได้ไม่ยาก หากปรึกษาแพทย์และตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน

ความเสี่ยงจากการไม่ตรวจก่อนแต่งจะทำให้ขาดการวางแผนในการมีบุตร เสียเวลาและโอกาสในการแก้ไขภาวะมีบุตรยากแต่เนิ่น ๆ อาจเกิดความเครียดและกังวลเมื่อตั้งครรภ์ เพราะขาดการเตรียมตัวเตรียมใจที่ดี อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์สูงกว่าปกติ เช่น โลหิตจาง เบาหวาน ไทรอยด์ ครรภ์เป็นพิษ และอาจทำให้ทารกอาจเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์หรือเจริญเติบโตช้า เกิดภาวะแท้งบุตร หรือ คลอดก่อนกำหนดได้ การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานหรือใช้ชีวิตครอบครัวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเพื่อชีวิตครอบครัวที่ดีและยังช่วยให้ทราบข้อมูลแต่เนิ่น ๆ หากมีปัญหามีบุตรยากและไม่เสียโอกาสถ้าต้องการมีบุตร

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this