สสส. แนะ คนไทย เพิ่มกินผัก-ผลไม้ และอาหารเพื่อสุขภาพ สกัดโรคอ้วน

Published on

สสส. เดินหน้าลดปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมการกินอาหารของคนไทย เพิ่มกินผัก-ผลไม้ และอาหารเพื่อสุขภาพ สกัดโรคอ้วน ป้องกันป่วยกลุ่มโรค NCDs โชว์ผลงานรูปธรรมแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ลดหวาน มัน เค็ม ตลาดสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน เอื้อสร้างสังคมสุขภาวะ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แผนอาหารสุขภาวะ บูรณาการความร่วมมือภาคีเครือข่ายเพื่อขยายผลและสื่อสารงานอาหารสู่สาธารณะ ร่วมกับภาคีเครือข่ายอาหารทั่วประเทศ จัดเวทีประชุมประจำปีแผนอาหาร 2565 “นำเสนอผลงาน นวัตกรรม รูปธรรมพื้นที่ ความรู้ และการขับเคลื่อนสังคม” เป็นครั้งแรก ในโอกาสที่ดำเนินงานครบรอบ 15 ปี ของแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. เพื่อนำเสนอนวัตกรรมและแลกเปลี่ยนการทำงานของภาคีแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ ที่สร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นพลเมืองอาหาร ชุมชนอาหาร ที่นำไปสู่การสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า พฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งการกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ถูกจัดอยู่ในอันดับ 5 ของปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด ขณะที่ภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 3 โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน คือ การกินอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ที่มากเกิน อีกทั้งยังพบว่าในปัจจุบันคนไทยเกินกว่าร้อยละ 60 กินผักผลไม้ในปริมาณน้อย แต่กลับมีแนวโน้มเข้าถึงอาหารแปรรูปต่างๆ ได้ง่าย เพราะซื้อหาได้สะดวก มีให้เลือกหลากหลาย ราคาไม่แพง

ดังนั้นการจัดการปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการกินอาหารของคนไทยจึงนับเป็นโจทย์สำคัญที่มีความท้าทายและจำเป็นต้องอาศัยการทำงานที่ขับเคลื่อนทั้งระบบอาหารตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การจำหน่าย ไปจนถึงการปรุงประกอบอาหารและการบริโภค เพื่อเอื้อให้ประชากรสามารถเข้าถึงผักผลไม้และอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพได้มากขึ้น รวมทั้งลดโอกาสหรือช่องทางการเข้าถึงอาหารประเภทแปรรูป เพื่อนำไปสู่พฤติกรรมการกินที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการและดีต่อสุขภาพ

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์

ดร.สุปรีดา กล่าวต่อว่า จากการสำรวจผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 และการบังคับใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ร่วมกับการส่งเสริมมาตรการ Social distancing ในช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ปี 2563 พบว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้คนไทยหันมาทำอาหารกินเอง 57.5% แต่กลับกินผักและผลไม้ลดลง 8.3% และ 10.5% ตามลำดับ นอกจากนี้ คนไทยมีความเครียด 39% นอนหลับยากมากขึ้น 16.7% มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 29.3% และดื่มเครื่องดื่มรสหวานเพิ่มขึ้น 18.7% กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 18.3% อาหารกระป๋อง 15.6% ขนมกรุบกรอบ 13.6% และขนมหวานหรือลูกกวาด 6.8%ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทำให้ภาระของโรค NCDs รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรกลุ่มเปราะบาง

​“รูปธรรมการทำงานของ สสส. และภาคีเครือข่ายอาหาร ทำให้คนเข้าถึงการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพและโภชนาการที่เหมาะสม สร้างค่านิยมและพฤติกรรมของการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ โดยการใช้ความรู้ ใช้พลังการสื่อสารสังคม และการผลักดันนโยบายที่สำคัญๆ ประกอบกับ สสส. ได้มีส่วนร่วมกันรณรงค์ให้เกิดความตื่นตัวและมีความรู้ในการเลือกบริโภคอาหารและโภชนาการที่มีคุณค่าเหมาะสมตามวัย เพื่อปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ล้นเกินทั้งลดหวาน มัน เค็ม และเพิ่มการผักผลไม้ให้มากขึ้น รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ” ดร.สุปรีดา กล่าว

​ประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 กล่าวว่า นับแต่ปี 2555 เป็นต้นมา แผนอาหารเพื่อสุขภาวะได้ขับเคลื่อนประเด็นอาหารเพื่อความตระหนักและการรับรู้ของสังคมไทย และส่งผลต่อการสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ขับเคลื่อนเรื่องการลดการเพื่อลดการบริโภคหวาน มัน เค็ม ที่ล้นเกิน เสริมสร้างความปลอดภัยและด้านความมั่นคงทางอาหาร เป็นต้น

นอกจากนั้นยังดำเนินการพัฒนารูปธรรมและต้นแบบการจัดการด้านอาหารในระดับพื้นที่ ได้แก่ โรงเรียนอาหารสุขภาวะ โรงเรียนอ่อนหวาน โรงพยาบาลสีเขียว โรงพยาบาลลดหวานมันเค็ม ขับเคลื่อนให้เกิดการทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การทำเกษตรกรรมในพื้นที่เขตเมือง สร้างช่องทางจำหน่ายผลผลิตที่ปลอดภัยในรูปแบบตลาดสีเขียว การพัฒนาและจัดการอาหารริมบาทวิถีให้มีคคุณภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นต้น รวมทั้งการผลักดันนโยบายและมาตรการที่ส่งผลต่อการสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารและโภชนาการที่ดี การสื่อสารประเด็นอาหารต่อสังคมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ของสังคมในวงกว้างทั่วในประเทศ

สำหรับเวทีประชุมประจำปีแผนอาหาร 2565 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16-17 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 16:00 น. และขอเชิญผู้สนใจร่วมติดตามรายละเอียดกำหนดการและหัวข้อการอภิปรายที่สนใจได้ทางเฟซบุ๊กเพจ Food Citizens และเข้าร่วมรับฟังได้ทางแอปพลิเคชัน Zoom Meeting ID Meeting ID : 5474998536 Passcord : 547499 ในวันและเวลาดังกล่าว หรือรับชมการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กเพจ Food Citizens

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this