สสส. ชี้ นโยบายขึ้นภาษีเหล้าเบียร์ ได้ประโยชน์ 3 เด้ง

Published on

เวทีคู่ขนานการประชุมคณะกรรมาธิการสหประชาชาติ ชี้ นโยบายขึ้นภาษีเหล้าเบียร์ช่วยนานาประเทศฟื้นฟูหลังโควิด-19 และหนุนการบรรลุเป้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้าน สสส. ชี้ไทยมีแต่ได้กับได้ ประโยชน์ 3 เด้ง เพิ่มรายได้รัฐ-ลดภาระสุขภาพและสังคม-สกัดนักดื่มหน้าใหม่ ศรีลังกาเดินตามไทยใช้ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” แก้ปัญหาการบริโภคสุรา

โมเวนดิ อินเตอร์เนชันแนล องค์กรขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนานโยบายควบคุมแอลกอฮอล์ระดับโลก และองค์การอนามัยโลกภาคพื้นอเมริกา ร่วมจัดเวทีคู่ขนาน (Side Event) ของการประชุมคณะกรรมาธิการสหประชาชาติด้านการพัฒนาสังคม ครั้งที่ 60 (60th United Nations Commission on Social Development) เรื่อง ภาษีแอลกอฮอล์ : โอกาสและศักยภาพเพื่อฟื้นฟูหลังโควิด-19 และการพัฒนาที่ยั่งยืน (Alcohol Taxation: The untapped potential for covid-19 recovery and sustainable development) โดยมีการถอดบทเรียนนโยบายด้านภาษีแอลกอฮอล์ โดยหน่วยงานสากลและจากประเทศต่างๆ เป็นกรณีศึกษาเพื่อการฟื้นฟูประเทศภายหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2573 (Sustainable Development Goals: SDGs 2030)

คริสตินา สเปอโควา ประธาน โมเวนดิ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ครัวเรือนยากจนลง และส่งผลต่อสุขภาพและสังคม กระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างน้อย 13 เป้าหมาย จากทั้งหมด 17 เป้าหมาย อาทิ เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน เป้าที่ 2 ยุติความหิวโหย และ เป้าที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

“เมื่อปี 2553 องค์การอนามัยโลกออกรายงานชี้แนะประเทศสมาชิกว่า นโยบายขึ้นภาษีแอลกอฮอล์จะช่วยลดปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่ประเทศต่างๆ ยังไม่ค่อยนำไปใช้เพิ่มการจัดเก็บรายได้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม นอกจากนี้นโยบายด้านภาษียังโดนแทรกแซงอย่างหนักจากภาคอุตสาหกรรม ต่อมาจึงมีการศึกษาและถอดบทเรียนจนได้ข้อบ่งชี้ในปี 2562 ว่า ภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นภาษีเพื่อสุขภาพที่ช่วยให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติสามารถขับเคลื่อนการทำงานให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้มากถึง 10 เป้าหมายด้วยกัน” คริสตินา กล่าว

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สุราและยาสูบเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนถึง 13 ข้อ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างยิ่ง เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนทำให้คนไทยเสียชีวิตประมาณ 5 หมื่นราย/ปี เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม คำนวณเป็นเม็ดเงินมากกว่า 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่ากับ 0.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ของประเทศในปี 2560 สำหรับการศึกษาประเด็นปัญหาเชิงสังคมพบว่า คนไทยราว 4 ล้านคน ได้รับผลกระทบจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่น อุบัติเหตุเมาแล้วขับ ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาทะเลาะวิวาท ความรุนแรงในที่ทำงาน

“สำหรับประเทศไทยมีทั้งนโยบายการจัดเก็บภาษีเหล้าเบียร์และการนำใช้ภาษีเพื่อการพัฒนาสุขภาวะ ผ่านการทำงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จึงเป็นประโยชน์ถึง 3 ต่อ (Win-Win-Win Approach) คือ 1. เพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีในประเทศ 2. ลดภาระทางสุขภาพและสังคม หนุนเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน และ 3. ลดการเกิดนักสูบนักดื่มหน้าใหม่ โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมาผลการศึกษาการบริโภคแอลกอฮอล์ในระดับอันตรายของประชากรของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังช่วยยกระดับสุขภาวะในสังคมไทยในภาพรวมอีกด้วย” ดร.สุปรีดา กล่าว

ดร.โรฮาน รัตนายาเก ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขศรีลังกา กล่าวว่า ประเทศศรีลังกามีมาตรการป้องกันปัญหาเมาแล้วขับอย่างเข้มงวด และยังมีแนวทางการทำงานที่ศึกษาจากประเทศไทยคือ “สามเหลี่ยม เขยื้อนภูเขา” ซึ่งช่วยลดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศ โดยศรีลังกามีต้นทุนที่ดีคือวัฒนธรรมที่ไม่ดื่มเหล้าสุราเป็นทุนเดิม ซึ่งจากตัวเลขการศึกษาของศูนย์วิจัยนโยบายสุรา (Centre for Alcohol Policy Solutions: CAPS) พบว่า 40.2% ของประชากรศรีลังกาเพศชาย และมากถึง 96.5% ของประชากรเพศหญิงไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของสื่อทำให้เกิดค่านิยมที่เปลี่ยนไปในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ประกอบกับความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าดื่มเหล้าเบียร์นิดหน่อยไม่เป็นปัญหากับสุขภาพ สิ่งเหล่านี้คืองานที่ต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในประเทศ

ด้าน ดร.ชีลา ดัตตา ผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารโลก กล่าวว่า นโยบายทางภาษีแอลกอฮอล์สามารถช่วยให้นโยบายสุขภาพถ้วนหน้ามีความก้าวหน้าและส่งเสริมการพัฒนาชุมชนสุขภาวะ นอกจากนี้ยังช่วยให้ประเทศต่างๆ มีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาประเทศให้กลับมาเข้มแข็งภายหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this