เทศกาลข้าวใหม่ ปี 65 ชวนคนไทยระลึกถึงความสำคัญของ “ชาวนา-ข้าวอินทรีย์”

Published on

เปิดเทศกาลข้าวใหม่ ประจำปี 2565 ชวนคนไทยระลึกถึงความสำคัญของ “ชาวนา-ข้าวอินทรีย์” ชูความหลากหลายพันธุ์ข้าว สสส. สานเสริมพลังเชื่อมโยงผลผลิตอาหารเพื่อสุขภาวะจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม

สุภา ใยเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) กล่าวว่า มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนฯ ร่วมกับโครงการสวนผักคนเมือง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานเทศกาลข้าวใหม่ ประจำปี 2565 ตอน ‘จากต้นทางหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ถึงข้าวใหม่กรุ่นกลิ่นในจาน’ ระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของข้าวและชาวนา โดยเฉพาะข้าวพื้นบ้านของไทยที่เพาะปลูกตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในมิติของพันธุกรรม โภชนาการ และรสชาติ ซึ่งนับวันจะหล่นหายไปจากโต๊ะอาหารของคนไทย

สุภา กล่าวต่อว่า นอกจากความหลากหลายของข้าวพื้นบ้าน เทศกาลข้าวใหม่ครั้งนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของผู้ผลิตอย่าง ชาวนารายย่อย ที่ยังคงรักษาวิถีการผลิตแบบปลอดสารเคมี รวมถึงมิติเชิงวัฒนธรรมในการผลิตที่ละเอียดอ่อนและแตกต่างหลากหลายตามแต่ละภูมินิเวศ ด้วยการสื่อสารเรื่องราวของชาวนาและรายละเอียดทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในท้องนา ผ่านรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมชิมข้าวพื้นบ้านกว่า 50 สายพันธุ์ ซึ่งคัดสรรโดยชาวนาอินทรีย์ทั่วประเทศไทย

​ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนการจัดกิจกรรมเทศกาลข้าวใหม่ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมความหลากหลายทางทรัพยากรอาหาร และสืบสานวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งของระบบอาหารชุมชนสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนของสังคมไทย กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการสานเสริมพลังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบอาหาร ตั้งแต่การผลิต การกระจาย และการบริโภค ด้วยการแลกเปลี่ยนแนวคิด องค์ความรู้ และสื่อสารสร้างความรอบรู้ในวิถีการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน

​“สสส. มุ่งเน้นการจัดการเชิงระบบเพื่อการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตสู่เกษตรกรรมยั่งยืน สนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูฐานทรัพยากรอาหาร วัฒนธรรมอาหาร และกลไกเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาหารอย่างมีส่วนร่วม สร้างระบบการเชื่อมโยงอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้เกิดการเข้าถึงอย่างเพียงพอสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง ส่งเสริมองค์ความรู้ นวัตกรรม และสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

​ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม ‘ล้อมวงกินข้าว เล่าเรื่องในนา’ ซึ่งเชิญนักวิชาการ นักเขียน เชฟ ชาวนา มาพูดคุยถึงประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการผลิตข้าวไทยอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอเมนูอาหารพื้นถิ่นจากกลุ่มพี่น้องเกษตรกรอินทรีย์ 4 ภาค อาทิ แกงส้มมันขี้หนู ต้มยำปลาช่อนโบราณ ปลากระโทงแดดเดียว น้ำพริกปลาสด และผักพื้นบ้านนานาชนิดส่งตรงจากสวนทั่วไทย

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมเวิร์กชอป อาทิ เวิร์กชอปทำขนมจีนเส้นสดจากแป้งข้าวพื้นบ้าน และเวิร์กชอปการปรุงเมนูง่ายๆ จากข้าวพื้นบ้าน เพื่อนำเสนอไอเดียการใช้ข้าวพื้นบ้านในการปรุงอาหารได้อย่างอร่อยและหลากหลายมากขึ้น นอกจากนั้นยังมีตลาดข้าวพื้นบ้าน ซึ่งพี่น้องเกษตรกรจากทั่วประเทศนำข้าวพื้นถิ่นเก็บเกี่ยวใหม่ๆ มาออกร้าน ทั้งยังมีสินค้าเกษตรอินทรีย์นานาชนิดมาตั้งแผงให้จับจ่ายกันภายในงาน

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this