โควิด-19 เพิ่มความท้าทายให้กับผู้ป่วยโรคพังผืดในปอด

Published on

สมาคมอุรเวชช์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพิ่มความท้าทายให้แก่แพทย์ในการวินิจฉัยโรคพังผืดในปอด หรือ Fibrotic-ILD (Fibrotic-Interstitial Lung Disease)

เนื่องจากอาการคล้ายโรคปอดและระบบหายใจอื่นๆ ที่แพทย์คุ้นเคย และใกล้เคียงกับอาการโรคโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในปัจจุบัน ทั้งอาการหอบเหนื่อย ไอแห้ง จากการอ่อนเพลียนั้น อาจส่งผลให้เกิดความไม่ชัดเจนและลำบากในการคัดกรองวินิจฉัยโรค ทำให้อาการลุกลามรุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แพทย์และผู้ป่วยจึงควรมีความเข้าใจในการสังเกตสัญญาณโรคเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “โรคพังผืดในปอด หรือ Fibrotic-ILD (Fibrotic-Interstitial Lung Disease)  เป็นกลุ่มโรคที่เกิดการอักเสบตรงเนื้อเยื่อในปอด เป็นโรคหายากที่ยังไม่ทราบสาเหตุ อีกทั้งข้อมูลทางวิชาการยังอยู่ในวงจำกัด ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและการรักษาแบบสหวิชาชีพ โรคพังผืดในปอดมีความรุนแรงเทียบเท่ากับโรคมะเร็ง หากไม่ได้รับการรักษาจะมีชีวิตยู่ต่อได้เพียง 3.5 ปี แต่หากได้รับการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้น  ก็จะสามารถบรรเทาอาการของโรคและมีชีวิตได้นานขึ้น ดังนั้น ในเดือนกันยายน ของทุกปีเป็นวาระสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพังผืดในปอดเพื่อช่วยให้แพทย์ช่วยคัดกรองโรคได้รวดเร็ว และรักษาโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ขณะเดียวกัน คนไข้จำเป็นต้องมีความเข้าใจโรคเพื่อให้สามารถบอกถึงสัญญาณอันตรายได้เร็วที่สุดเช่นกัน

ผู้ป่วยโรคพังผืดในปอด มักได้รับการวินิจฉัยที่สายเกินไป เนื่องจากมีอาการคล้ายกับโรคอื่นที่แพทย์คุ้นเคย เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ในเพศชาย ภาวะหัวใจล้มเหลวในเพศหญิง  วัณโรค มะเร็งปอด โรคหัวใจ นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ยิ่งเพิ่มความท้าทายในการวินิจฉัยโรค เนื่องจากมีอาการคล้ายผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งอาการหอบเหนื่อย ไอแห้ง และการอักเสบที่ปอด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยต้องสังเกตอาการตัวเองให้ดีเพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง โดยอาการโรคที่บ่งชี้ว่าอาจเข้าข่ายเป็นโรคพังผืดในปอด ได้แก่ มีอาการไอ หรือ หอบเหนื่อยมานานกว่า 2 เดือน โดยหาสาเหตุอื่นไม่พบ และไม่เคยสูบบุหรี่ ส่วนแพทย์หากสงสัยและส่งวินิจฉัยเพื่อเติมหากมีผลเอกเรย์ปอดที่ผิดปกติ ฟังเสียงหายใจผิดปกติที่ชายปอดทั้ง 2 ข้าง คล้ายเสียงลอกแถบตีนตุ๊กแก และออกซิเจนปลายนิ้วต่ำเมื่ออกกำลัง นอกจากนี้ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ปอดถูกทำรายอย่างรุนแรงอาจเสี่ยงต่อภาวะ โรคพังผืดในปอดด้วยเช่นกัน

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล

“สมาคมฯ เห็นถึงความสำคัญในการสร้างความเข้าใจเรื่องโรคพังผืดในปอด จึงได้ร่วมกับคณะทำงานโรคปอดอินเตอร์สติเชียลและโรคปอดจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม (ILD assembly) จัดงานเติมเต็มลมหายใจ สัมนาสดบนเฟซบุ๊กเพจ รู้ไว้ไอแอลดี วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 11.00-12.30 น. เพื่อศึกษาและซักถามข้อมูลโรคพังผืดในปอด อาการโรค ข้อปฏิบัติและสังเกตอาการ และสอบถามสดกับอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รศ.นพ.กมล แก้วกิติณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการโรคปอดอินเตอร์สติเชียลและโรคปอดจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธ์ อุปนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในกิจกรรมพิเศษนี้”

Latest articles

แพทย์วิมุต เตือนวัยทำงานอย่ามองข้าม “กรดไหลย้อน-โรคกระเพาะ” เสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหารส่วนบนเรื้อรัง

“โรคระบบทางเดินอาหารส่วนบน” กำลังคุกคามคนวัยทำงานอย่างเงียบ ๆ ที่น่ากังวลคือ โดยหลายคนเริ่มต้นจากอาการใกล้ตัวอย่างกรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะ ที่มักถูกมองว่าเป็นเพียงอาการชั่วคราวและปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ทั้งที่หากเกิดการอักเสบเรื้อรังต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครุนแรง เช่น มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหารได้

เพาเวอร์บาย ปลุกตลาดทีวีไทยรับบอลโลก 2026 ดันแคมเปญ “Champion Deals”

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกระแสบอลโลก 2026 เร่งชิงตลาดทีวีไทยผ่านกลยุทธ์ “Moment Marketing” เปิดตัวแคมเปญ “Champion Deals” จับอินไซต์คอบอลยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Home Entertainment ภายในบ้านมากขึ้น

LINE MAN ร่วม ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ชูจุดแข็งแชมป์คนละครึ่งเดลิเวอรี

LINE MAN ขานรับนโยบายภาครัฐ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่อยู่เคียงข้างทั้งร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”

เจาะลึกกองทุน DE สนับสนุนไอเดียสู่การใช้งานจริง 

กองทุน DE  ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

More like this