ลดเหลื่อมล้ำ-เข้าถึงบริการสุขภาพ-ลดปัจจัยเสี่ยงโรคอุบัติใหม่

Published on

‘สาธิต’-บอร์ด สสส. เห็นชอบแผนหลัก 3 ปี (65-67) เน้น 7 ยุทธศาสตร์เชิงรุก “ลดเหลื่อมล้ำ-เข้าถึงบริการสุขภาพ-ลดปัจจัยเสี่ยงโรคอุบัติใหม่”

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 8/2564  เผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ แผนการดำเนินงาน ประจำปี 2565 และ แผนหลัก 3 ปี (2565-2567) หลังจากการพิจารณากลั่นกรองแผนการดำเนินงานกองทุนฯ ประจำปี และ แผนหลัก 3 ปี โดยมีคณะกรรมการกองทุนฯ คณะกรรมการบริหารแผน ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในการเสนอแลกเปลี่ยนแนวทางและกำหนดเป้าหมาย ซึ่งเป็นไปตามหลักกระบวนการมีส่วนร่วมของ สสส. แผนหลัก 3 ปี ของ สสส. เป็นการกำหนดนโยบายเชิงรุกที่กำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ให้ตอบสนองกับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ โดยมีแนวทางนโยบายและจุดเน้นในการจัดทำแผนฯ 5 ข้อ สำคัญ คือ 1.ยึดทิศทาง เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปี 2.เน้นสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างก้าวกระโดด ด้วยการขยายผลการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพ 3.สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัล เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ 4. คำนึงถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และ ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอุบัติใหม่ 5.ยกระดับการเชื่อมโยงเครือข่าย ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพในระดับพื้น ระดับชาติและสากล

“แผนการดำเนินของ สสส. ในปี 2565 และการกำหนดแผนหลัก 3 ปี ได้มีการวิเคราะห์กำหนดเป้าหมายการทำงานอย่างชัดเจน รอบด้าน ครบทุกมิติ เปิดรับฟังความคิดเห็น สร้างกลไกการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการแผน ผู้บริหารและภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ ทำให้เห็นถึงการคำนึงถึงประโยชน์สุขภาพของคนไทยในปัจจุบันและอนาคตเป็นหลักสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยึดหลักธรรมาภิบาลทั้ง 8 ด้าน อาทิ การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน  รับผิดชอบต่อสังคม ความโปร่งใสในการทำงาน เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและเข้าใจได้ สร้างงานที่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผลและที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานและขอให้ สสส. ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพเพื่อประชาชนคนไทย ให้มีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ” ดร.สาธิต กล่าว

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ในปีนี้ สสส.ครบ 20 ปี ในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพให้คนไทยให้เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ซึ่งทิศทางและเป้าหมายของแผนการดำเนินงานของ สสส. จะยึดโยงกับแผนระยะ 10 ปี ครอบคลุมเป้าหมายยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ 1.ยาสูบ 2.แอลกอฮอล์และยาเสพติด 3.อาหาร 4.กิจกรรมทางกาย 5.ความปลอดภัยทางถนน 6.สุขภาพจิต  7.มลพิษจากสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพิ่มเติมคือ ปัญหาสุขภาพอุบัติใหม่และปัจจัยเสี่ยงอื่น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เป้าหมายทั้งหมด จะเชื่อมถึงการลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ ให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง

“ สสส. และภาคีเครือข่าย จะส่งเสริมงานวิชาการและนวัตกรรม พัฒนากลไกทางนโยบายทางสังคม เพิ่มการสื่อสารการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้เข้าใจ-เข้าถึง การทำงานของ สสส. พัฒนากลไกการจัดการข้อมูลสื่อ ให้สอดคล้องกับความต้องการข้อมูลการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันแก้ไขปัญหา บุหรี่ไฟฟ้า การสร้างสุขภาวะชุมชน การสนับสนุนการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ การเข้าถึงเด็กและเยาวชนและประชากรกลุ่มเฉพาะต่าง ๆ เช่น คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มคนไร้บ้าน กลุ่มเปราะบาง ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ โดยเน้นบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด”ดร.สุปรีดา กล่าว

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this