“เคอี กรุ๊ป” จัดโซนกำหนดพื้นที่รองรับไรเดอร์ ลดแออัด-ลดเสี่ยง

Published on

ศูนย์การค้าเครือ เคอี กรุ๊ป เดินหน้าช่วยเหลือร้านค้า ผู้ประกอบการร้านอาหาร ด้วยการเปิดบริการ 2 ช่องทางขาย เดลิเวอรี่ และ พิคอัพ รองรับและอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้ออาหาร ภายใต้แคมเปญ “ALLY Caring You” หวังให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยกัน

กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.อี.รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ALLY REIT เปิดเผยว่า หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ออกมายืนยันให้ร้านอาหารในศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ซื้อกลับบ้าน (take away) โดยต้องเดลิเวอรี (Delivery) เท่านั้น พร้อมแจงเหตุผลชัดว่าหากให้เข้าไปซื้อ จะทำให้แออัดเกิดความเสี่ยงต่อโรคอีก ดังนั้น ในส่วนของศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์เครือเคอี กรุ๊ป ภายใต้การบริหารงานของกองทรัสต์ ALLY REIT

ประกอบด้วย โครงการคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี), เดอะ คริสตัล (เอกมัย-รามอินทรา, ราชพฤกษ์, ชัยพฤกษ์), เพลินนารี่, เดอะซีน, อมอรินี่, แอมพาร์, สัมมากร เพลส (รามคำแหง, ราชพฤกษ์, และรังสิต) มีผู้ประกอบการร้านค้า รวมถึงร้านอาหารอยู่ภายในโครงการต่างๆ เป็นจำนวนมาก จึงเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร เพิ่มช่องทางการซื้อสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการเดินทางออกจากบ้าน ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างจริงจัง ภายใต้แคมเปญ “ALLY Caring You”  ทั้งนี้ เพราะตระหนักถึงความยากลำบากในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ในช่วงมาตรการคุมเข้มของภาครัฐ และเข้าใจถึงความไม่สะดวกของลูกค้า

สำหรับช่องทางการสั่งอาหารไปรับประทานที่บ้านอย่างปลอดภัย สด ใหม่ มีคุณภาพ รสชาติอร่อยจากวัตถุดิบที่คัดสรรเป็นอย่างดี ศูนย์การค้าฯ ได้เปิดบริการเสริม 2 ช่องทาง เพื่อบริการลูกค้า

  1. เดลิเวอรี่ (Delivery) จุดนั่งรอของ Driver อย่างเป็นสัดส่วน เพื่อลดความแออัดและความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยและความถูกต้องของสินค้า
  2. พิคอัพ (Pick up) บริการนัดรับและตรวจสอบความถูกต้อง ณ จุดนัดรับสินค้าก่อนชำระเงินเพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วและรวดเร็วในการรับสินค้า เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเน้นการชำระแบบ Online Payment

โดยทั้ง 2 ช่องทาง ศูนย์การค้าฯ มีมาตรการเข้มงวดสำหรับเจ้าหน้าที่และพนักงานร้านค้าทุกคน ที่ต้องผ่านการตรวจคัดกรองก่อนเข้าทำงานทุกวัน และบังคับสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันระหว่างการทำงาน พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สวมหน้ากากอนามัย และทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ขณะเดียวกันต้องรักษาระยะห่างทางสังคมด้วย รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของไรเดอร์ (Rider) ได้จัดพื้นที่นั่งรอรับอาหารอย่างเป็นระเบียบ มีระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร มีระบบการจัดการและควบคุมกำกับไม่ให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มไรเดอร์เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ

กวินทร์ กล่าวต่อว่า “เคอี กรุ๊ป และกองทรัสต์ ALLY REIT ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงมาตรการทางสาธารณสุขเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการได้เป็นอย่างดี และการันตีได้ว่าลูกค้าจะได้รับความปลอดภัยตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยที่ดี และเคอี กรุ๊ปจะทำอย่างดีที่สุด ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ พร้อมเป็นกำลังใจให้ทั้งผู้ค้าขาย และไรเดอร์ ผู้ขับขี่ส่งอาหาร ร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปด้วยกัน”

Latest articles

แพทย์วิมุต เตือนวัยทำงานอย่ามองข้าม “กรดไหลย้อน-โรคกระเพาะ” เสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหารส่วนบนเรื้อรัง

“โรคระบบทางเดินอาหารส่วนบน” กำลังคุกคามคนวัยทำงานอย่างเงียบ ๆ ที่น่ากังวลคือ โดยหลายคนเริ่มต้นจากอาการใกล้ตัวอย่างกรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะ ที่มักถูกมองว่าเป็นเพียงอาการชั่วคราวและปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ทั้งที่หากเกิดการอักเสบเรื้อรังต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครุนแรง เช่น มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหารได้

เพาเวอร์บาย ปลุกตลาดทีวีไทยรับบอลโลก 2026 ดันแคมเปญ “Champion Deals”

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกระแสบอลโลก 2026 เร่งชิงตลาดทีวีไทยผ่านกลยุทธ์ “Moment Marketing” เปิดตัวแคมเปญ “Champion Deals” จับอินไซต์คอบอลยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Home Entertainment ภายในบ้านมากขึ้น

LINE MAN ร่วม ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ชูจุดแข็งแชมป์คนละครึ่งเดลิเวอรี

LINE MAN ขานรับนโยบายภาครัฐ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่อยู่เคียงข้างทั้งร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”

เจาะลึกกองทุน DE สนับสนุนไอเดียสู่การใช้งานจริง 

กองทุน DE  ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

More like this