สมิติเวช ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด ชูเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดตัวแคมเปญ #เราไม่อยากให้ใครกังวล

Published on

โรงพยาบาลสมิติเวช อาสาดูแลสุขภาพของทุกคนในยามวิกฤติ จัดแคมเปญ “เราไม่อยากให้ใครกังวล” ชูจุดเด่นนำนวัตกรรม – เทคโนโลยีการดูแลและบริการด้านสุขภาพ พร้อมมาตรการหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอช กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก ดังนั้นต้องมีการปรับตัวและไม่ดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ อีกต่อไป เมื่อโควิด-19 นำไปสู่ยุค New Normal ทิศทางการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป การที่คนไข้เปลี่ยนไปเพราะมีระบบดิจิทัลเข้ามาในชีวิตประจำวันมากขึ้น ง่ายๆ เลย คือโทรศัพท์มือถือ ทำให้เรารู้เท่าทันปัจจุบันตลอดเวลา ทางการสาธารณสุขก็เช่นกัน การที่มีระบบ Telemedicine เข้ามา ประกอบกับพฤติกรรมของคนที่คนรักสุขภาพมากขึ้น ไม่อยากป่วย ไม่อยากมาโรงพยาบาล ถ้าจำเป็นต้องมา ไม่อยากมารอ ไม่อยากติดเชื้อ จุดเหล่านี้เป็น Pain point ของผู้รับบริการทั้งสิ้น โรงพยาบาลสมิติเวชได้พัฒนาระบบต่างๆ มาเพื่อที่จะแก้จุดนี้ตลอด อย่าง แอพพลิเคชั่น Samitivej Plus สามารถนัดหมายแพทย์ได้ รู้ประวัติการรักษาของตัวเอง Samitivej Virtual Hospital ปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ได้ นอกจากนี้โรงพยาบาลได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆและแอพพลิเคชั่นอื่นๆเข้ามาใช้เพื่อให้การพบแพทย์เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายอีกด้วย

• TytoCare ชุดอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้น ช่วยให้หมอวินิจฉัยและให้คำปรึกษาออนไลน์ผ่าน Samitivej Virtual Hospital ตลอด 24 ชั่วโมง Tytocare สามารถตรวจปอด ส่องหู ช่องคอ ผิวหนัง วัดอุณหภูมิ หัวใจและการเต้นของหัวใจ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 สมิติเวชได้มีการมอบอุปกรณ์ TytoCare จำนวน 200 ชุดให้กับหน่วยงานภาครัฐ ในการตรวจผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และเป็นการสร้างคุณค่า

•ENGAGE CARE แอพพลิเคชั่นติดตามข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน และความดันโลหิต แบบเรียลไทม์ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากโรคแทรกซ้อน
•Samitivej Pace สำหรับติดตามสถานะการผ่าตัด ญาติสามารถรู้ถึงสถานะคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัด รวมถึงวิธีเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังผ่าตัด
•Samitivej Prompt ติดตามสถานะการดูแลผู้ป่วยในวอร์ด ญาติและผู้ป่วยสามารถรู้ถึงกิจวัตรประจำวัน ทีมผู้ดูแล ฝากข้อความถึงแพทย์ และค่ารักษาพยาบาล

นพ. ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กล่าวต่อว่า เทคโนโลยีต่างๆ ที่เรานำมาให้บริการผู้ป่วย เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด19 ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะปรับปรุงพัฒนาการให้บริการ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย คนไข้สามารถใช้บริการด้านสุขภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง ง่ายๆแค่ปลายนิ้วคลิก โดยช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีคนไข้ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นสูงถึง 4,000 คนต่อเดือน ซึ่งจากเดิมที่เรา เริ่มเปิดให้บริการมีเรามีเพียง 500 คนต่อเดือน และหลังจากสถานการณ์การระบาดของโรค โควิด 19 ในประเทศไทย เริ่มลดลง ปัจจุบันมีคนไข้ใช้บริการประมาณ 1,000 คนต่อเดือน

ซึ่งแน่นอนทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยช่วงที่ผ่านมามีจำนวนคนไข้ลดลงมากทั้งคนไข้ในประเทศ โดยเฉพาะคนไข้ต่างประเทศ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ ดังนั้นเราจึงปรับตัวคิดค้นเทคโนโลยีและการให้บริการใหม่ๆ เพราะทุกคนกังวลเรื่องการมาโรงพยาบาล แต่เรามองว่า ทุกสถานการณ์คือโอกาส ซึ่งเทคโนโลยีที่เรานำมาให้บริการ สามารถตอบโจทย์ชีวิต New Normal ได้เป็นอย่างดี สามารถทำให้คนไข้เข้าถึงบริการ ลดความเสี่ยงในการมาโรงพยาบาล และลดเวลาในการรอพบแพทย์ได้ถึง 60% หรือประมาณ 24 นาที

พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล รองผู้อำนวยการ รพ สมิติเวช สุขุมวิท และผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กล่าวเสริมว่า ทางฝ่ายพัฒนาธุรกิจได้มีมาตรการนำนโนบายของทางโรงพยาบาลมาปรับใช้เพื่อจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้รับบริการ จึงเกิดเป็นแคมเปญ “สมิติเวช พร้อมฟันฝ่าวิกฤติ เคียงคู่คนไทย” ด้วย 6 มาตรการ1ดังนี้
1. หมดกังวล ราคาผ่าตัด2 ราคาแพ็กเกจโปร่งใส ตรวจสอบได้
2 หมดกังวล ค่าห้อง3 หากต้องนอนนานกว่าที่ระบุในแพ็กเกจ
3. หมดกังวล โควิด-19 ตรวจฟรี สำหรับผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด
4. หมดกังวล ค่าห้องส่วนเกินจากสิทธิ์4 สำหรับผู้ใช้สิทธิ์ประกัน ที่จำเป็นต้องนอน รพ.
5. หมดกังวล ปรึกษาแพทย์ผ่านออนไลน์ พร้อมจัดส่งยาฟรี ทั่วประเทศ
6. หมดกังวล ด้วยเทคโนโลยีติดตามสถานะการผ่าตัด และแผนการรักษาสำหรับผู้ป่วยใน

Latest articles

ซัมเมอร์นี้เก็บกระเป๋าไปฮ่องกงกับ Trip.com จัดดีลคุ้ม 2 ต่อ รับส่วนลดสูงถึง 50%

ซัมเมอร์นี้ Trip.com ชวนนักเดินทางชาวไทยสัมผัสสีสันแห่งฤดูร้อนในฮ่องกง พร้อมอีเวนต์ระดับนานาชาติ กิจกรรมความบันเทิง และสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวตลอดฤดูกาล ภายใต้แคมเปญ “Hong Kong Summer Fun” โดย Trip.com ได้จับมือกับการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เปิดตัวดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษตลอดทั้งแคมเปญ

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax and Tariff Complexity Survey Pinpoints the Threshold That Triggers C-suite Action

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey finds that 41% of business leaders would consider significant supply chain realignment even with cost increases below 20%, and another 42% capping their tolerance for tariff-related cost increase at 40% - a threshold far lower than expected.

ดีลอยท์ชี้ต้นทุนพุ่ง 21-40% ดันธุรกิจเกือบครึ่งในเอเชียแปซิฟิก ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่

ดีลอยท์เปิดเผยผลสำรวจ Deloitte Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey 2025 พบว่า ร้อยละ 41 ของผู้นำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 20 ขณะที่อีกร้อยละ 42 ระบุว่า สามารถรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากรได้ไม่เกินร้อยละ 40 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

เทรนด์โภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนไทย

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมองหาทางเลือกด้านโภชนาการที่ทั้งสะดวกและสอดรับกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เต็ดตรา แพ้ค เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอาหารเสริมและโภชนาการ (Food Supplement and Nutrition: FSN) พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านนวัตกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

More like this