ม.มหิดล ทดสอบเปิดห้องเรียนเด็กปฐมวัย และถอดบทเรียนออนไลน์

Published on

เด็กในช่วงวัยต่ำกว่า 6 ขวบ ถือเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการชีวิตในทุกด้าน “ศูนย์เด็กเล็ก” เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ซึ่งมีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการควบคุมให้มีคุณภาพและปลอดโรค

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ทำให้ศูนย์เด็กเล็กที่มีกว่า 48,000 แห่งทั่วประเทศต้องวางแผนเตรียมการป้องกันและควบคุมโรคเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของโรค ซึ่งรวมถึง ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล  ได้จัดให้มีการทดสอบเปิดห้องเรียนก่อนเปิดเทอม 1 เดือนเพื่อการประเมินความเสี่ยง และจะมีการขยายผลถอดบทเรียนสู่การจัดประชุมวิชาการออนไลน์ “เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต้นแบบศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย New Normal” ผ่านแอพพลิเคชัน “Zoom” จำนวน 5 รอบ ในวันที่ 23, 25, 26, 28 และ 30 มิถุนายน 2563 เวลา09.30 – 15.45 น.

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่วัยเตาะแตะ 1 ขวบ 3 เดือน ไปจนถึงวัยอนุบาลอายุ 6 ขวบ โดยมีกระบวนการเฝ้าระวังติดตาม ประเมินผลความก้าวหน้าของพัฒนาการและการเจริญเติบโตเด็ก ทั้งทางด้านสุขภาพ พฤติกรรมการกิน การนอน การเล่น ฯลฯ โดยกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ มีการจัดการดูแล และการทำกิจกรรมแบบ Inclusive care

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์

ที่ผ่านมา ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดให้มีการทดลองให้เด็กจำนวน30 คนเข้าห้องเรียนต้นแบบที่มีการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส Covid-19 ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยให้เด็กใส่หน้ากากผ้า และรักษาระยะห่างแบบ Group Distancing ซึ่งแบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน ในพื้นที่ละ 5 ตารางเมตร ให้อยู่แต่ในกลุ่มของตัวเอง เพื่อจำกัดขอบเขต และลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด และติดเชื้อ

นอกจากนี้ ยังจัดให้เด็กและครูแต่งกายปลอดเชื้อ ทำความสะอาดของเล่นทุกครั้งหลังสัมผัส ให้เด็กนอนกลางวันห่างกัน 1 เมตร กินอาหารแบ่งตามกลุ่ม รวมทั้งมีระบบให้ผู้ปกครองได้เช็คอินผ่านการสแกนเพื่อตรวจสอบการรับ-ส่งบุตร-หลานที่ศูนย์ฯ และให้ข้อมูลเฝ้าระวังการติดเชื้อรายวัน

ตลอดจนได้ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ตรวจ Covid-19 ให้กับเด็กเล็กของศูนย์ฯ ครั้งแรกในช่วงทดลองและจะตรวจซ้ำอีกในทุกสิ้นเดือน ด้วยเทคนิค RT-PCR จากการเก็บตัวอย่างจากน้ำลายที่ทำได้ง่ายกว่า ราคาไม่สูงมาก และให้ผลใกล้เคียงการเก็บตัวอย่างทางโพรงจมูกซึ่งทำได้ยากและมีราคาแพงกว่ามาก

นายแพทย์สมคนึง ตัณฑ์วรกุล ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์สุขภาพแนวหน้ารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (Rama Frontier) ที่นำทีมเข้าตรวจ Covid-19 ได้เปิดเผยถึงผลจากการตรวจครั้งแรกว่าไม่พบการติดเชื้อในทุกราย ทั้งเด็กๆ ครู เจ้าหน้าที่ แม่บ้าน และแม่ครัว ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเฝ้าระวังที่ “การ์ดไม่ตก” เป็นการเริ่มต้นที่ดีของดำเนินชีวิตปกติใหม่ (New normal)

ซึ่งในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่เป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดให้เด็กของศูนย์ฯ ทั้งหมด 220 คน ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กในช่วงวัยเดียวกันของ “โครงการศูนย์สมานใจปฐมวัยสาธิต” ซึ่งเป็นเด็กที่ได้รับบาดแผลทางใจจากการถูกกระทำและทอดทิ้งจากครอบครัว อีกจำนวน 12 คน

โดยจากการประเมินรวมกลุ่มทำกิจกรรมแบบ Inclusive care ที่ผ่านมาพบว่า เด็กที่มาจาก “โครงการศูนย์สมานใจปฐมวัยสาธิต” มีอารมณ์จิตใจ และพัฒนาการที่ดีขึ้น ดีกว่าเมื่อก่อนที่เด็กจะต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาสัปดาห์ละครึ่งชั่วโมงแต่เพียงทางเดียว โดย”โครงการศูนย์สมานใจปฐมวัยสาธิต” เป็นโครงการที่ดำเนินการโดยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มากว่า 1 ปี และจะขยายผลเพื่อช่วยเหลือเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบที่ได้รับบาดแผลทางใจในระดับมหภาคต่อไป

ไม่ว่าการแพร่ระบาด Covid-19 ระลอกสอง (Second wave) จะเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ไม่ควรประมาท แม้การเฝ้าระวังจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็คาดว่าสามารถทำให้ผู้ปกครองและประชาชนยอมรับความเสี่ยงในจุดสมดุลได้ ซึ่งผลจากการทดสอบจะนำไปต่อยอดจัดประชุมวิชาการออนไลน์ “เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย New Normal” ผ่านแอพพลิเคชัน”Zoom” จำนวน 5 รอบ ในวันที่ 23, 25, 26, 28 และ 30 มิถุนายน 2563 เวลา 09.30 – 15.45 น. โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทั้ง 5 รอบได้ที่ www.cf.mahidol.ac.th เฟสบุ๊ค : NICFD Mahidol

Latest articles

KMA ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย ในงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST

KMA Cosmetics ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการรีวิวจาก KOL และ TikToker ชาวต่างชาติ และได้รับการคัดเลือกโดย EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย)

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

More like this