COACT  Learning @ Home หนุนเด็กๆ เรียนรู้อย่างไร้รอยต่อ

Published on

สสส. ห่วงเด็กเล็กติดจอ  ขาดกิจกรรมเล่นสนุก หนุนโครงการ COACT จัดโปรแกรม Learning @ Home ตัวช่วย “ครอบครัว” ดูแลลูก พัฒนาการไม่สะดุด เปลี่ยนบ้านเป็นโรงเรียนแสนสุข เน้นเรียนรู้ไร้รอยต่อ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศ

นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 มีการปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) ทั่วประเทศ ซึ่งจากการสำรวจเด็กปฐมวัย ชั้นเตรียมอนุบาล และอนุบาลในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 6 แห่ง จำนวน 417 คน พบว่า การปิดศพด.ส่งผลต่อเด็กๆ 4 ประการสำคัญ คือ 1. ถูกจำกัดพื้นที่ 2. ครอบครัวขาดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็ก 3. เด็กใช้เวลาอยู่กับจอใสมากขึ้น 4. เด็กขาดกิจกรรมเล่นสนุกกับเพื่อน  สสส. จึงสนับสนุนแนวทางการเรียนรู้อยู่ที่บ้าน (Learning @ Home) ผ่านโครงการสร้างเสริมศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัย (โครงการ COACT) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กในช่วงวิกฤตนี้ซึ่งเด็กอยู่บ้าน โดยเปลี่ยนบ้านเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการที่ได้เน้นย้ำว่าโรงเรียนหยุดได้แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้

รศ.ดร.จุฑามาศ โชติบาง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตัวแทนทีมวิชาการโครงการ COACT กล่าวว่า ได้พัฒนารูปแบบความร่วมมือของครูและผู้ปกครองในการเสริมสร้างการเรียนรู้ที่บ้าน Learn@Home เป็นโปรแกรมตัวช่วยให้ครอบครัวสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ ให้พัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้ศูนย์เด็กเล็กจะปิดยาว โดยครูผู้ดูแลเด็กร่วมมือกับผู้ปกครองพัฒนารูปแบบ จัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับเด็กอายุ 2-6  ปี ในช่วงเดือนพ.ค.-ก.ค.2563 มีการนำร่องในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.) ที่เป็นศูนย์เรียนรู้ 21 แห่ง และขยายผลไปอีก 300 แห่ง เพื่อให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบไร้รอยต่อระหว่างบ้านและศพด.เน้นการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้สมวัยทั้ง 4 ด้าน ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา บูรณาการผ่านการเล่นและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย ซึ่งเครื่องมือสำคัญที่ทาง COACT พัฒนาขึ้นคือ ตารางกิจกรรมที่ครบเนื้อหาและขั้นตอนมีหลักสูตรเสริมสร้างการเรียนรู้ที่บ้านสำหรับเด็กปฐมวัยและสอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

“ได้พูดคุยกับผู้ปกครอง พบว่าบางคนตกงาน อยู่บ้านทั้งวันไม่รู้จะเล่นอะไรกับลูก ทุกคนรู้สึกเครียด เด็กก็ไม่มีเพื่อนเล่น ขณะที่สสส.ห่วงว่าเมื่อเด็กอยู่บ้านนาน จะทำให้เด็กวัยนี้ติดมือถือ แท็บเล็ต เพราะผู้ปกครองไม่รู้จะหากิจกรรมอะไรให้ลูกทำ บางครั้งจำเป็นต้องให้ลูกเล่นโทรศัพท์มือถือ ทั้งๆที่ เด็กวัยนี้ไม่ควรอยู่กับจอใสทั้งมือถือและทีวีเกิน 1 ชม./วัน ดังนั้น การที่ศพด.จะจัดการเรียนการสอนที่บ้านจึงต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ผู้บริหารท้องถิ่น ครูและกลุ่มอสม. เพื่อให้เข้าใจและร่วมมือกัน  เพราะการปรับการเรียนรู้ให้เหมาะสมภายใต้ข้อจำกัดเป็นสิ่งจำเป็น เราจัดอบรมผู้ปกครอง สอนเทคนิคการเล่านิทาน การทำสื่อการสอน โดยพ่อแม่จะถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอส่งทางไลน์ ซึ่งจะมีกลุ่มไลน์ของคุณครูและพ่อแม่ คุณครูจะเข้ามาชื่นชมเด็กๆ ผ่านคลิปวีดีโอ ส่วนครอบครัวที่ไม่ใช้ไลน์ ครูจะออกเยี่ยมบ้านเพื่อประเมินพัฒนาการของเด็ก มีของเล่นเสริมพัฒนาการที่จะนำไปให้เด็กๆ ที่บ้านพร้อมกับส่งอาหารกลางวัน ขณะเดียวกันสสส.ได้สนับสนุนหน้ากากผ้า สำหรับเด็กด้วย”รศ.ดร.จุฑามาศ กล่าว

นางสุทธินันท์ จันทร์เทพ ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วัดพรหมวิหาร ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย กล่าวว่า ศพด. ได้เปิดรับเด็กในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเด็กกลุ่มนี้ต้องปรับให้เรียนที่บ้าน ในเบื้องต้นได้ทำตารางการเรียนไว้ 8 สัปดาห์เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นมา มีคุณครู 8 คนให้คำแนะนำผู้ปกครองผ่านกลุ่มไลน์ ซึ่งตารางเรียนปรับให้เหมือนกับมาเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กเพื่อให้เด็กปรับตัวได้เมื่อเปิดศูนย์ สำหรับตารางการเรียนที่บ้านของเด็กวัยก่อนอนุบาลไม่ได้ซับซ้อน เน้นการส่งเสริมการช่วยเหลือตัวเองและทำทุกอย่างด้วยตัวเอง สำหรับตัวอย่างตารางเรียนที่บ้านเริ่มจากตื่นนอน 7  โมงเช้า ฝึกให้ลูกล้างหน้าแปรงฟัน ล้างมือ 7 ขั้นตอน ครูส่งคลิปทานอาหารเช้า แนะนำเรื่องอาหารว่าง ถ่ายคลิปการแนะนำตัวของลูก เช่น ลูกชื่ออะไร ให้เด็กบอกชื่อโรงเรียน กิจกรรมเคลื่อนไหวออกำลังกายโดยปรับให้เข้าวิถีชีวิตเช่น ปั่นจักรยาน เต้นประกอบเพลง เป็นต้น

Latest articles

Sumsub เผยองค์กรไทยครองแชมป์ความพร้อมธรรมาภิบาล AI ใน APAC แต่พบอัตราความผิดพลาดสูงสุดในภูมิภาค

รายงานล่าสุดชี้ 73% ของธุรกิจไทยเดินหน้าใช้ AI อัตโนมัติขั้นสูงที่ทำงานได้โดยแทบไร้การควบคุมจากมนุษย์ ทว่าเกือบครึ่งยังไร้ระบบบันทึกประวัติการตัดสินใจที่รัดกุม เสี่ยงเผชิญปัญหาทางกฎหมายเมื่อหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มเข้มงวด

สธ.- สปสช. เผยบริการปฐมภูมิแก้ปัญหาสุขภาพ 85% ปี 70 อัดฉีด ปักหมุด 108 อำเภอ 76 จังหวัด

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เดินหน้ายกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิปี 2570 ดูแลประชาชนกว่า 10.6 ล้านคน ครอบคลุม 108 อำเภอ ใน 76 จังหวัด...

MAGURO จับมือ ONYX Hospitality ส่งแคมเปญ “กินแล้วได้เที่ยว เที่ยวแล้วได้กิน” เริ่ม 15 ต.ค. 69 – 31 มี.ค. 70

MAGURO GROUP ผู้นำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียมและแมสพรีเมียมในประเทศไทย จับมือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งครบรอบ 60 ปีในปีนี้ ส่งต่อสิทธิประโยชน์ระหว่างสมาชิก Give More+ Club...

โบ เพียว เอ็กซ์ จัดงานใหญ่ ชวนสัมผัสตัวตน “แบมแบม” ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

โบ เพียว เอ็กซ์ (BO PURE X) จัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ “Xpression Beauty – See More Me” พาทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงพร้อมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ “แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” (BamBam) ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

More like this