ชุมชนปลอดโควิด แบบอย่าง อสม.เคาะประตูบ้าน

Published on

สสส. – กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หนุน อสม. 1 ล้านคนทั่วประเทศ เคาะประตูบ้านต้านโควิด-19 ชู ต.บุญเรือง จ.เชียงราย ตัวอย่างกลไกชุมชนเข้มแข็ง ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนเรา ล้างมือ ถือสันโดษ ไม่โทษใคร รีบไปรีบกลับ รับผิดชอบต่อสังคม”

นายฤทธิ์ ช่างปัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบัน ต.บุญเรือง มีประชากรราว 6,300 คน จาก 10 หมู่บ้าน ในช่วงเกิดโควิด-19 พบว่าชาวบ้านที่ไปทำงานต่างจังหวัด เริ่มทยอยกันเดินทางกลับภูมิลำเนา รพ.สต.บุญเรือง จึงแก้ปัญหาด้วยการให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีอยู่ 124 คน กระจายกันรณรงค์สื่อสารคนในชุมชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ โดยขอความร่วมมือผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับ พักผ่อนอยู่บ้านตามอัธยาศัย แทนการใช้คำว่ากักตัว พร้อมชี้แจงวิธีการดูแลตัวเองตามหลักสาธารณสุข หลังจากนั้น อสม. จะต้องเข้าไปเก็บข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านทุกวัน ซึ่งเป็นข้อมูลการเดินทางเข้าออกของคนในชุมชน และข้อมูลสุขภาพที่ได้จากการตรวจวัดไข้ เพื่อนำส่งรายงานให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย โดยพบว่าตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ยังไม่พบผู้ป่วยติดโควิด-19 แม้แต่รายเดียว แต่ในอนาคตหากพบผู้ติดเชื้อและผู้ได้รับผลกระทบจากชุมชน ก็ได้เตรียมสถานที่ไว้รองรับแล้ว

นายฤทธิ์ ช่างปัด

“ล่าสุดในตำบลไม่มีการจัดงานมหรสพทุกประเภทแล้ว ยกเว้นงานศพ แต่มีมาตรการจำกัดคนมาร่วมงานอย่างเคร่งครัด มีการวัดไข้ แจกอาหารจานเดียวแทนการกินข้าวร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มทำหน้ากากผ้ามัสลิน โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสวัสดิการหมู่บ้าน จากกองทุนต่างๆ รวมถึงการรับบริจาค ตลอดจนปันเงินบางส่วนมาซื้อข้าวสารอาหารแห้งแจกจ่ายให้ผู้ที่ขาดแคลน และในส่วนของตลาดสด ได้ทำการฉีดล้างทำความสะอาด จัดระยะห่างคนซื้อคนขายตามหลักสาธารณสุข พร้อมกำชับให้ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เข้ามาภายในตลาด” นายฤทธิ์ กล่าว

พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโก

พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโก ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ต.บุญเรือง มีรูปแบบการสื่อสารภายในที่มีประสิทธิภาพ มีการใช้ไลน์กลุ่มสื่อสารข้อมูลความคืบหน้าต่างๆ เกี่ยวกับโควิด-19 เป็นไปตามหลักเว้นระยะห่างทางสังคมที่ สสส. กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายรณรงค์อย่างเข้มข้นมาตลอด และพบว่าชาวบ้านจำนวนมากถึง 90% เข้าใจวิธีการดูแลตัวเอง จนเกิดเป็นสโลแกนชุมชนที่ว่า “กินร้อน ช้อนเรา ล้างมือ ถือสันโดษ ไม่โทษใคร รีบไปรีบกลับ รับผิดชอบต่อสังคม” และเมื่อทุกคนเกิดความเข้าใจแล้ว มาตรการทางสังคมก็จะตามมา ในภายหลังพบว่าคนในชุมชนต่างทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา คอยแนะนำเตือนกันและกันหากมีใครเผลอลืม ซึ่งถือเป็นความยั่งยืนในการแก้ปัญหาที่ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน

“ตำบลบุญเรืองคือแบบอย่างการทำงานให้กับ อสม. อีกกว่า 1 ล้านคน ใน 152 ตำบล จากโครงการตำบลจัดการสุขภาพเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่ง สสส. ได้สนับสนุนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพขับเคลื่อนให้เกิดชุมชนสร้างสุขโดยกลไกตำบลจัดการคุณภาพชีวิต แต่ล่าสุดได้ปรับรูปแบบโครงการตามสถานการณ์ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของ “อสม. เคาะประตูบ้าน ต้านโควิด-19” โดย สสส. ได้จุดประกายให้เกิดนวัตกรรมทางความคิด และเกิดระบบการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหารพราน ตำรวจภูธร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ” พญ.ขจีรัตน์ กล่าว

Latest articles

Dusit Central Park ร่วมสมทบทุน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มอบรายได้ 535,939.31 บาท

Dusit Central Park ร่วมสมทบทุน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มอบรายได้ 535,939.31 บาท ภายใต้แคมเปญ “Legacy in Light เมื่อตำนานส่องแสง”

COVERMARK X WACOAL มอบสิทธิพิเศษข้ามแบรนด์สุดคุ้ม

เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับ WACOAL (วาโก้) แบรนด์ชุดชั้นในยอดนิยมอันดับ 1 มอบสิทธิพิเศษข้ามแบรนด์สุดคุ้ม

 Thai Rice GCF  ธ.ก.ส. ส่งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก วงเงินกว่า 5.3 พันล้าน

ธ.ก.ส. ร่วม GIZ เปิดตัวเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF วงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย 40,000 ราย

5 Must-Know เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส แลนด์มาร์กใหม่ที่คนขอนแก่นต้องรู้

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เตรียมเปิด ‘เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส’ โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนพื้นที่ 30 ไร่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแห่งที่ 2 ของจังหวัด...

More like this