9 หน่วยงานรัฐ ผนึกกำลัง ดันไทย เป็นศูนย์กลางการค้าสมุนไพร่ของภูมิภาค

Published on

9 หน่วยงานผนึกกำลัง ดันไทยเป็นศูนย์กลางการค้าสมุนไพรในอาเซียน ทั้งการผลิต การแปรรูป การนำไปใช้ โดยการสนับสนุนของภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 3 .6 แสนล้านบาท

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาพืชสมุนไพรเพื่อให้เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยความร่วมมือของ 9 หน่วยงานในกระบวนการปลูก ผลิต จำหน่ายที่ครอบคลุม ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมทั้งแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ยารักษาโรค เวชสำอาง อาหารเสริม เครื่องดื่ม เป็นต้น สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อเพื่อให้เกิดความยั่งยืน คือการเปิดตลาดเชิงธุรกิจระหว่างผู้ซื้อและผู้ประกอบการที่มีความสนใจ มุ่งหวังให้เป็นแหล่งซื้อขายสมุนไพรครบวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และเป็นต้นแบบโมเดลศูนย์กลางจัดจำหน่ายครบวงจรอย่างถาวร

“สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การตลาด การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์และการดำเนินงานแบบครบวงจร ทั้งการผลิต การแปรรูป การนำไปใช้ ถ้าทำได้แบบนี้ตลาดสมุนไพรของไทย จะเป็นสมุนไพร 4.0 อย่างแน่นอน โดยการสนับสนุนของภาครัฐและภาคเอกชน” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าว

ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการมาร่วมจำหน่ายสินค้ามากถึง 200 ราย โดยแบ่งเป็น 6 โซน ได้แก่ 1.โซนเฮลท์แอนด์เวลลเนส 2.โซนวีไอพี เฮิร์บ เมดีซีน เมืองสมุนไพรและประชารัฐ 3.โซนอาหารเสริมและเครื่องสำอาง 4.โซนวัตถุดิบและสมุนไพร 5.โซนอาหารและเครื่องดื่มจากสมุนไพร และ 6.โซนบรรจุภัณฑ์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ในงานยังมีการจัดกิจกรรรมการสัมมนาและฝึกอบรมให้คำปรึกษาทางด้านธุรกิจสมุนไพร การจับคู่ทางธุรกิจและเชิญบริษัทต่างชาติชั้นนำเยี่ยมชมบูธและการแสดงสินค้าในงานนี้ด้วย เพื่อเป็นแหล่งใหม่ในการเลือกผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่มีคุณภาพของประเทศให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับหน่วยงานที่เข้ามาดำเนินงาน ทั้งหมด 9 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมี 4 จังหวัดที่เป็นต้นแบบผลิตสมุนไพรครบวงจร ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดสกลนคร ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี และภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้กำลังขยายเพิ่มขึ้นอีก 9 จังหวัด ตั้งเป้า 5 ปีข้างหน้า ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน มูลค่าของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัวภายในปี 2564 จากเดิม 1.8 แสนล้านเพิ่มขึ้นเป็น 3.6 แสนล้าน

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this