ม.มหิดล รุกปกป้องสิทธิผู้ด้อยโอกาสทางสังคม จาก COVID-19

Published on

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในปัจจุบันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดความคาดหวังที่กลายเป็นการคุกคาม จนทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งต้องปฏิบัติงานภายใต้ความกดดัน และความเสี่ยงจากการติดเชื้อในการที่ต้องตรวจคัดกรอง ดูแลรักษาผู้ป่วย เสียขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติงาน

ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การรักษาพยาบาลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยรัฐมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาด รวมทั้งให้เข้าถึงการรักษาพยาบาล ไม่ว่าคนรวยหรือคนจนก็ควรจะได้รับการปกป้องรักษาสิทธิดังกล่าว ทว่าในขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์กำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังมีศักยภาพในการรักษาสิทธิของผู้ป่วยได้เพียงในระดับหนึ่ง ซึ่งทุกคนจะต้องเข้าใจถึงข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ดังกล่าวด้วย

จากการบอกเล่าของผู้เชี่ยวชาญในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ท่านหนึ่งเปิดเผยว่า ในการตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องได้รับการทำ swab หรือเก็บสารคัดหลังจากด้านหลังตรงจมูก และลำคอไปตรวจหาเชื้อ นอกเหนือไปจากการดูว่ามีไข้ หรือการเอกซเรย์ปอด ซึ่งทำได้ยากมาก เนื่องจากต้องอาศัยความชำนาญในการเก็บตัวอย่าง และเสี่ยงต่อผู้ทำการตรวจซึ่งมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อไปด้วย

ดร.เอกพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ผ่านมา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พยายามจะสื่อสารให้ความรู้ในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรจะได้รับ แต่ในสภาวการณ์เช่นนี้จะเห็นได้ว่ากลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กลุ่มคนที่อยู่ในระดับล่างของสังคม ไม่ว่าจะเป็นพวกแรงงานรายวัน ไปจนถึงคนไร้บ้าน ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากสภาวการณ์ฉุกเฉินนี้เป็นลำดับแรกๆ โดยอาจจะไม่ใช่เฉพาะเรื่องการติดเชื้อ แต่หมายถึงการดำรงชีวิตโดยทั่วไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมา เราพยายามสื่อสารกับสังคม และผู้ที่มีอำนาจว่าควรจะปกป้องผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคมมากที่สุดก่อน

ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช

นอกจากนี้ การเห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ในเวลานี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ณ เวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เราควรจะเป็นกำลังใจให้กันและกัน พยายามรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี แล้วก็ให้อยู่ในบ้านของตัวเอง งดการมีปฏิสัมพันธ์กันในช่วงนี้ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดได้ในระดับหนึ่ง

“ในขณะที่เรารู้สึกปลอดภัยที่บ้าน อย่าลืมว่ายังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนักและมีความเสี่ยงสูงเพื่อพวกเรา ตลอดจนอาชีพที่ถ้าเกิดหยุดทำงานขึ้นมา สังคมก็จะอยู่ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถโดยสาร พนักงานเก็บขยะ แม่บ้าน คนกวาดถนน ฯลฯ จึงอยากขอให้ร่วมเป็นกำลังใจ เพื่อเราจะได้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช กล่าวทิ้งท้าย

Latest articles

บำรุงราษฎร์ชูโมเดลดูแลอัลไซเมอร์  เปิดมิติใหม่ตรวจแม่นยำ ชะลอโรคระยะแรก  

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ชูแนวทางดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์แบบองค์รวมรับมือสังคมสูงวัย ผสานความเชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา จิตเวชผู้สูงอายุ เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และโภชนศาสตร์คลินิก ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการดูแลระยะยาว

ป.ย.ป. โชว์ผลสำเร็จโครงการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่

“โครงการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม” มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการวัฒนธรรมรุ่นใหม่ พร้อมจัดการประกวดคัดเลือกสุดยอดต้นแบบผลงานของเยาวชนสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับประเทศ เพื่อส่งเสริมผลงานที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

ททท. เปิดตัว TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027 ชู 5 ทิศทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทย

ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยตามแนวคิด Value over Volume ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและเพิ่มมูลค่าจากการเดินทาง

จากความห่วงใยสู่ทักษะที่อาจช่วยชีวิต แลคตาซอย เดินหน้าส่งต่อความรู้ CPR ให้สังคมไทย

เหตุฉุกเฉินเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหรือการสำลักอาหาร และในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีมีความหมาย การมีความรู้และทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานอาจช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับคนรอบข้างได้

More like this