9 วัคซีนจำเป็นที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ก่อนเดินทาง

Published on

หนึ่งในแผนท่องเที่ยวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้หรือมองข้ามไปก็คือ การฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายไม่ต้องพบกับความเจ็บป่วย อีกทั้งยังช่วยลดความรุนแรงหากต้องเผชิญกับโรคที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุควรตรวจร่างกายและฉีดวัคซีนก่อนออกเดินทางเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปตาม แพลนและได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

นพ.ไพฑูรย์ บุญมา แพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า วัคซีนที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวมีรายละเอียดดังนี้ 1.วัคซีนโรคไข้เหลือง (Yellow fever vaccine) ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (WHO IHR) แนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศในแถบแอฟริกากลางและอเมริกาใต้ต้องรับวัคซีนไข้เหลืองก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน เนื่องจากประเทศดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดสูง ส่วนการรับเข็มกระตุ้นนั้นจะทำได้ทุก 10 ปี

2.วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี ปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่ตลอด ในประเทศไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนก่อนช่วงฤดูฝน สำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยว ควรฉีดก่อนเดินทางอย่างน้อย 2 สัปดาห์

3.วัคซีนป้องกันโรคไข้ไทฟอยด์ (Typhoid vaccine)แนะนำให้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้ไทฟอยด์เมื่อต้องไปในพื้นที่เสี่ยงภัยและต้องพักอาศัย หรือทำงานอยู่กับชาวพื้นเมือง หรือต้องอาศัยอยู่ในที่ที่มีสุขอนามัยที่ไม่ดีพอ อาหาร น้ำดื่มไม่สะอาด พื้นที่ที่เสี่ยงต่อโรคนี้ ได้แก่ อินเดีย แอฟริกา เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกากลาง วัคซีนชนิดนี้จะรับเพียงเข็มเดียวและควรได้รับก่อนที่จะออกเดินทางประมาณ 1 เดือน และควรได้รับการกระตุ้นซ้ำทุก 3 ปี หากต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานาน

4.วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A vaccine) แนะนำฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอในประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง เนื่องจากมีโอกาสสูงในการเกิดโรครุนแรง ผู้ประกอบอาหาร กลุ่มชายรักชาย ผู้ติดยาเสพติด หรือผู้ที่จะเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ที่มีสุขอนามัยไม่ดีพอ โดยควรฉีดเพียง 2 เข็มห่างกัน 6 – 12 เดือน

5.วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B vaccine) โรคไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรังนำไปสู่โรคตับแข็งและมะเร็งตับได้ แนะนำฉีดวัคซีนประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคนี้ ได้แก่ ผู้ติดยาเสพติด รักร่วมเพศ ผู้ป่วยโรคไตที่ทำการฟอกไต ผู้ป่วยที่รับเลือดบ่อย ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ โดยฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 1 – 2 เดือน ครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งแรก 6 เดือน

6.วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Vaccine) หลายคนอาจสงสัยว่าวัคซีนพิษสุนัขบ้านี้เกี่ยวกับการเดินทางอย่างไร เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นวัคซีนที่พบได้บ่อยถ้าต้องเดินทางไปอยู่ในประเทศที่มีสัตว์เร่ร่อนจำนวนมาก และถ้าต้องอยู่ในประเทศนั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน หรือต้องทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการสัมผัสกับสัตว์นำโรค การให้วัคซีนแบ่งให้เป็น 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 จะแบ่งให้หลังจากรับเข็มแรก 7 วัน และครั้งที่ 3 จะรับหลังจากเข็มที่ 2 เป็นเวลา 14 – 21 วัน การรับเข็มกระตุ้นหรือเข็มที่ 4 ไม่จำเป็นต่อผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ นอกเสียจากว่าเคยได้รับวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้ามานานกว่า 10 ปีแล้ว

7.วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal vaccine) นักท่องเที่ยวควรรับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น หากต้องอาศัยอยู่กับประชากรของประเทศซึ่งมีการระบาดเป็นเวลานาน เช่น แอฟริกาและซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น โดยผู้ที่ต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ประเทศซาอุดิอาระเบียจะต้องรับวัคซีนนี้ก่อนทุกคน ซึ่งเป็นการฉีดเพียงครั้งเดียวก่อนออกเดินทางประมาณ 2 – 3 สัปดาห์

8.วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค (Cholera vaccine) การให้วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคเป็นวัคซีนที่ผู้ที่ต้องเดินทางส่วนใหญ่ควรได้รับ ส่วนมากโรคนี้จะระบาดในพื้นที่ที่ไม่สะอาดและไม่ถูกสุขลักษณะ มีน้ำที่ไม่สะอาด เช่น เขตแอฟริกา เอเชียใต้ หรือตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น วัคซีนชนิดนี้จะเป็นวัคซีนชนิดรับประทานแบ่งให้ 2 ครั้ง โดยให้ห่างกันในระยะเวลา 1 – 6 สัปดาห์ เด็กอายุ 2 – 6 ปี ควรได้รับ 3 ครั้ง โดยระยะห่าง 1 – 6 สัปดาห์เช่นกัน ผู้รับวัคซีนต้องมั่นใจว่าได้รับวัคซีนครบถ้วนก่อนจะออกเดินทางอย่างน้อย 1 สัปดาห์

และ 9.วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม (Measles / Mumps / Rubella vaccine) จะได้รับในเด็กทุกคนตั้งแต่เกิด แต่หากยังไม่ได้รับวัคซีนนี้และต้องเดินทางไปยังประเทศที่โรคกำลังแพร่ระบาด ควรจะรับวัคซีนก่อนออกเดินทาง โดยวัคซีนจะแบ่งเป็น 2 เข็ม ทั่วไปจะได้รับในเด็กอายุ 12 – 13 เดือน และเริ่มเข้าโรงเรียน อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่สามารถรับได้ 2 เข็มเช่นกัน โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มเป็นเวลา 1 เดือน โดยควรจะได้รับเข็มที่ 2 ก่อนออกเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีน แพทย์จะพิจารณาการฉีดวัคซีนให้กับนักท่องเที่ยวตามความเหมาะสม ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ ผลการตรวจร่างกาย สถานที่หรือประเทศที่ไปท่องเที่ยว ระยะเวลาในการท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมที่ทำขณะท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนก่อนท่องเที่ยวคือหนึ่งในแพลนที่ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 02-310-3003 02-755-1003 หรือ โทร.1719

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this