“แกร็บแอสซิสท์” เข้าใจ เข้าถึง…เพื่อบริการที่ดีกว่าสำหรับผู้พิการ

Published on

การเข้าถึงโอกาสในการเดินทางอย่างเท่าเทียมและสะดวกสบายถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้พิการใน
ประเทศไทยยังต้องเผชิญ โดยเฉพาะระบบขนส่งโดยสารสาธารณะ

เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลซึ่งตรงกับวันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เมื่อเร็วๆ นี้ แกร็บ ประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “บริการแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อคนทุกกลุ่มในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล” ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้พิการ พร้อมแนะนำเทคนิคและวิธีการในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้พิการประเภทต่างๆ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ สามารถให้บริการการเดินทางที่สะดวกสบายและตอบสนองความต้องการของผู้พิการ รวมถึงผู้สูงอายุได้อย่างเข้าถึงมากที่สุด

คุณเสาวลักษณ์ ทองก๊วย หัวหน้าสํานักงานองค์การคนพิการสากลประจําภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า สำหรับการอบรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “คิดแวบ” ที่เปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นกับตัวแทนคนพิการ โดยได้รับเกียรติจาก คุณเสาวลักษณ์ ทองก๊วย หัวหน้าสํานักงานองค์การคนพิการสากลประจําภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย โดยเธอกล่าวว่า “เราได้นำกิจกรรมคิดแวบมาใช้ประเมินความคิดในเบื้องต้นและวิเคราะห์จิตใต้สำนึกเชิงลบของคนขับที่มีต่อคนพิการ

ซึ่งพบว่าคนขับส่วนใหญ่จะรู้สึกสงสารหรือบางรายอาจตีตราคนพิการ แต่ในทางกลับกันกลุ่มคนพิการอยากให้เข้าใจว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้ป่วยหรือบุคคลอ่อนแอ กิจกรรมนี้นอกจากจะทำให้คนขับรู้จักตัวเองมากขึ้นแล้ว ยังทำให้พวกเขาเข้าใจความคิดและมุมมองของคนพิการมากขึ้นด้วย ในฐานะตัวแทนของสํานักงานองค์การคนพิการสากลประจําภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความเข้าใจและพัฒนาศักยภาพให้กับพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่ และดีใจที่ได้เห็นว่าภาคเอกชนอย่างแกร็บให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการบริการขนส่งเพื่อกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บที่คอยให้บริการผู้พิการเพิ่มมากขึ้นในอนาคต”

นอกจากการปรับทัศนคติแล้ว พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่ยังได้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ในการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการทั้ง 7 ประเภท อันได้แก่ ผู้พิการทางกายหรือทางการเคลื่อนไหว ผู้พิการหรือมีความบกพร่องทางการได้ยิน (หูหนวก) ผู้พิการหรือมีความบกพร่องทางการมองเห็น (ตาบอด) ผู้พิการทางการเรียนรู้ (เรียนรู้ช้า) ผู้พิการทางออทิสติก (มักมีอาการอยู่ไม่นิ่ง) กลุ่มดาวน์ซินโดรม และกลุ่มจิตสังคม (เป็นความพิการที่มองไม่เห็น เช่น อาการซึมเศร้าหรือไบโพล่า ซึ่งมีความเครียดจากหลายปัจจัย) โดยต้องเรียนรู้วิธีการพูดคุยสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจและสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธี การใช้ภาษามือเบื้องต้นเพื่อสื่อสารกับผู้พิการทางการได้ยิน การต้อนรับผู้โดยสารที่พิการทางสายตา ทักษะในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การจัดการกับเก้าอี้รถเข็น การพับเก็บรถเข็นและอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่น ๆ รวมทั้งการช่วยเหลือเคลื่อนย้ายคนพิการจากรถเข็น
เป็นต้น

ด้านพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่ คุณกฤศชญาญ์วี บัวแดง ในฐานะหญิงสาวหนึ่งเดียวที่เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้กล่าวว่า “ขับแกร็บแท็กซี่มาเกือบ 5 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ปี 2558 แต่เพิ่งมีโอกาสได้มาอบรมเพื่อให้บริการแกร็บ
แอสซิสท์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาเราเคยได้เจอผู้โดยสารทั้งที่เป็นคนพิการแบบใช้รถเข็นและคนตาบอด แต่เราไม่รู้วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง เวลาจะเข้าไปช่วยก็กลัวทำผิดพลาด พอเห็นแกร็บเปิดอบรมจึงตัดสินใจมาลองเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจถึงความต้องการของคนพิการมากขึ้น ทั้งยังได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น การพูดคุยสอบถามกับผู้โดยสารก่อนว่าต้องการให้ช่วยอะไรตรงไหนบ้าง การสื่อสารด้วยภาษามือกับคน หูหนวก การสื่อสารด้วยภาษากายกับคนตาบอด วิธีการใช้และพับเก็บรถเข็น รวมไปถึงการประคองและอุ้มผู้โดยสารที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เรียกได้ว่าเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความมั่นใจ ทำให้เรากล้าให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารมากขึ้น”

อีกหนึ่งพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่ซึ่งมีคนใกล้ตัวเป็นคนป่วยแบบต้องใช้รถเข็นอย่าง คุณปรัชญา ภูกาบเพชร ก็ไม่พลาดที่จะเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรของแกร็บแอสซิสท์ โดยได้เผยความในใจว่า “แม้ว่าผมจะมีความใกล้ชิดกับคนพิการเนื่องจากญาติสนิทของผมป่วยเป็นโรคโปลิโอ แต่ต้องยอมรับว่าผมเองยังมีความเข้าใจในกลุ่มคนพิการไม่ดีพอ โดยส่วนตัวผมเคยเจอผู้โดยสารซึ่งเป็นคนพิการแล้วเราให้การช่วยเหลือผิดวิธี ทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้เราไม่กล้าจะช่วยเหลืออีกเพราะไม่รู้วิธีหรือขั้นตอนที่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผมสนใจและลองมาอบรมกับทางแกร็บ เพื่อที่เราจะได้ช่วยผู้โดยสารระหว่างการเดินทางได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ถือเป็นกิจกรรมที่ดีมากครับ ผมรู้สึกดีทุกครั้งและภูมิใจในตัวเองที่งานของเรามีส่วนช่วยเหลือคนอื่นในชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถือเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่สำหรับอาชีพขับแท็กซี่ครับ”

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา บริการแกร็บแอสซิสท์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่
เข้าร่วมการอบรมแล้วกว่า 400 คน เพื่อร่วมให้บริการผู้โดยสารซึ่งเป็นผู้พิการและผู้สูงอายุนับหลายพันคน
โดยแกร็บจะยังคงสานต่อความมุ่งมั่นในการให้บริการการเดินทางที่ทั่วถึงและเท่าเทียมแก่คนไทยทุกคน

รวมถึงการสนับสนุนให้คนหูหนวกและผู้ที่มีอุปสรรคทางการได้ยินมีโอกาสในการสร้างรายได้บนแอปพลิเคชันของแกร็บ ด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ภายใต้โครงการ “Break The Silence – เพราะมันอยู่ที่ใจไม่ใช่เสียง” ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจเพื่อสังคมในระดับภูมิภาค “Grab For Good” (แกร็บเพื่อชีวิตที่ดีกว่า) ที่ต้องการขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า พร้อมส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนสังคม โดยอาศัยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อให้ทุกคนก้าวทันเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล

Latest articles

MAGURO จับมือ ONYX Hospitality ส่งแคมเปญ “กินแล้วได้เที่ยว เที่ยวแล้วได้กิน” เริ่ม 15 ต.ค. 69 – 31 มี.ค. 70

MAGURO GROUP ผู้นำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียมและแมสพรีเมียมในประเทศไทย จับมือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งครบรอบ 60 ปีในปีนี้ ส่งต่อสิทธิประโยชน์ระหว่างสมาชิก Give More+ Club...

โบ เพียว เอ็กซ์ จัดงานใหญ่ ชวนสัมผัสตัวตน “แบมแบม” ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

โบ เพียว เอ็กซ์ (BO PURE X) จัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ “Xpression Beauty – See More Me” พาทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงพร้อมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ “แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” (BamBam) ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

เมื่อศิลปะไร้ขีดจำกัด ถึงเวลาที่สังคมต้องก้าวข้ามข้อจำกัดทางความคิด

มูลนิธิอาร์ตโนแฮนด์ จับมือ 6 องค์กรศิลปะเพื่อผู้พิการ เปิดนิทรรศการ “ART FOR CHANGE BEYOND ABILITY” รวมพลังศิลปินพิการ ถ่ายทอดผลงานกว่า 300 ชิ้น ชวนสังคมมองเห็นคุณค่าของมนุษย์ผ่านงานศิลปะ

ถอดโมเดลเส้นทางสู่อุตสาหกรรมเกษตรคาร์บอนต่ำของกลุ่มมิตรผล

รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2015-2025 เป็น 11 ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก

More like this