รองอธิบดี พส. ลงสำรวจพื้นที่นิคมสร้างตนเองบางระกำ  

Published on

ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 นายอนันต์ ดนตรี รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (รองอธิบดี พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะที่ปรึกษาด้านงานนิคมฯ ลงพื้นที่ในเขตนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางสาวโสพิญฐ์  สุวรรณหงส์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด พส. จังหวัดพิษณุโลก ร่วมลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวท่อและสถานีขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ของนิคมฯ ซึ่งบริษัท ปตท.สผ. สยาม จำกัด (โครงการเอส 1) ยื่นเรื่องขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อก่อสร้างฐานผลิตปิโตรเลียม รวมพื้นที่กว่า 280 ไร่ พร้อมทั้งประชุมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และให้ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายอนันต์ ดนตรี กล่าวว่า นิคมสร้างตนเองจัดตั้งขึ้น โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อการจัดสรรที่ดินให้ราษฎรกลุ่มเป้าหมายอพยพครอบครัวเข้าไปตั้งถิ่นฐานประกอบอาชีพและอยู่อาศัยในนิคมสร้างตนเองอย่างเป็นระเบียบและถาวร พร้อมทั้งส่งเสริมให้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้นเป็นของตนเองและเป็นมรดกตกทอดไปสู่ลูกหลาน ให้สมาชิกนิคมมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถช่วยเหลือตนเอง ครอบครัวและชุมชนได้ และเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในลักษณะโครงการพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและการปกครอง สำหรับพื้นที่นิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เป็นนิคมฯ ในลักษณะพิเศษเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาทางการปกครอง จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ราษฎรได้รู้จักอาชีพใหม่ ๆ ที่คนไทยไม่คุ้นเคยซึ่งสามารถยึดเป็นพื้นฐานที่มั่นคงในทางเศรษฐกิจและขยายให้เพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคตได้ ตลอดจนแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลกับราษฎร และระหว่างราษฎรกับราษฎร

นายอนันต์  กล่าวต่ออีกว่า นิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ในความรับผิดชอบกว่า 239,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 4 จังหวัด 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก, อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร, อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย และอำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ซึ่งในบางพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นที่ตั้งของอุปกรณ์สำหรับผลิตน้ำมันดิบบนบกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยของ บริษัท ปตท.สผ. สยาม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อการพัฒนาและเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียม จึงมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่บางส่วนในเขตนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ในการก่อสร้างฐานสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม ตลอดจนก่อสร้างขยายถนน ขยายโค้ง และทำทางเบี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอันเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในการทดแทนการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องอยู่บนความถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวมีระยะเวลานานถึงวันที่ 14 มีนาคม 2577

“ผมให้ความสำคัญในการดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดินในพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองเพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จึงเดินทางมาดูพื้นที่ในวันนี้ พร้อมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านนิคมฯ เพื่อประชุมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและสร้างความเข้าใจให้กับผู้ดำเนินการต่าง ๆ ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่นิคมฯ และเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ปตท.สผ. สยาม จำกัด ที่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้อง ด้วยความรอบคอบภายใต้กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยราษฎรซึ่งเป็นสมาชิกของนิคมฯ ต้องยินยอม และไม่เสียประโยชน์ ตลอดจนเข้าใจในเหตุผลความจำเป็นระดับประเทศด้วย” นายอนันต์  กล่าวในตอนท้าย

Latest articles

มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา  จับมือพันธมิตร จัดงานวิ่งเชื่อมสองสะพาน Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026

แถลงข่าวเปิดงานวิ่งแห่งปี “Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026” ภายใต้แนวคิด “วิ่งเชื่อมสองสะพาน” ครั้งแรกของการเปิดประสบการณ์การวิ่งชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา 360 องศาบน สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2

รวมเคล็ดลับสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์  ดูแลผิวช่วงฮอร์โมนเปลี่ยน เตรียมพร้อมก่อนคลอด

หลายคนอาจโฟกัสกับการดูแลลูกน้อยในครรภ์ จนลืมไปว่าการดูแลสุขภาพของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะตลอดระยะเวลา 9 เดือน ร่างกายของคุณแม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งฮอร์โมน ผิวพรรณ และความต้องการสารอาหารที่เพิ่มขึ้น

รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ จัดประชุมใหญ่ ขับเคลื่อนมาตรฐานการรักษาด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก

หัวใจสำคัญของการดูแล ผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และโรคต่อมไร้ท่อในปัจจุบัน คือการมองให้ลึกกว่าการรักษาโรคเฉพาะจุด เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมีโรคร่วมหลายด้าน ทั้งโรคอ้วน ความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพกระดูก ฯลฯ

ม.มหิดลเตรียมผลักดัน โรคไข้ดิน สู่ วาระโลก หลังทุ่มเทวิจัยกว่า 30 ปี

โรคเมลิออยโดสิส หรือไข้ดิน  ในปัจจุบันยังคงระบาดชุกในช่วงฤดูฝน แต่กลับพบผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสดินปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียก่อโรค แม้ผิวหนังที่สัมผัสไม่มีบาดแผล และผู้ป่วยไม่ได้สัมผัสโดยตรงกับแหล่งน้ำคูคลองต้องสงสัย ก็อาจติดเชื้อที่ถูกพัดขึ้นมา ปนมากับอากาศได้

More like this