ก้าวสู่สังคมสูงวัย ออกกำลังกายในน้ำ สร้างภูมิกันล้ม

Published on

ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีก 2 ปีข้างหน้า นั่นหมายความว่า เราจะมีลุงป้าน้าอา หรือ คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย อยู่ในสังคมเป็นจำนวนมาก และบุคคลเหล่านั้นล้วนเป็นที่รักและเคารพของลูกหลาน การเตรียมรับมือในการก้าวสู่สังคมสูงวัย จึงเป็นหน้าที่ของทุกคน โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ซึ่งปัญหาที่เกิดได้ง่ายในชีวิตประจำวันคือการพลัดตกหกล้ม ที่อาจจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น จากความเสื่อมของอวัยวะที่ไม่สามารถต้านรับการกระทบกระเทือนได้เหมือนเดิม

เมื่อเร็วๆ นี้ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธาน ร่วมกับเครือข่าย นางสาวธัณณ์จิรา ไทยธานี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาวิชาการ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ รศ.ดร.ไพลวรรณ สัทธานนท์ รองคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ผศ.ดร.สันทณี เครือขอน และคณะภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัวแทนผู้สูงอายุ ร่วมรณรงค์ป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ “ก้าวสู่สูงวัย ออกกำลังกายในน้ำ กันล้ม” พร้อมกิจกรรมรณรงค์และสาธิตการออกกำลังกายในน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยในการทรงตัว เพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยมีการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทำให้อีก 2 ปี จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และยังพบปัญหาสุขภาพจากการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง การเดินบกพร่อง การมองเห็นเลือนราง และปัญหาที่พบบ่อย  คือ การบาดเจ็บจากการพลัดตกหกล้ม จากการสำรวจพบว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หกล้มทุกปี โดยผู้สูงอายุเพศหญิงพลัดตกหกล้มสูงกว่าเพศชาย 1.6 เท่า และใช้บริการรถพยาบาลฉุกเฉินด้วยสาเหตุการพลัดตกหกล้มวันละ 140 ครั้ง ทั้งยังเป็นสาเหตุของผู้ป่วยในอันดับ 1 และผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการหกล้มเฉลี่ยวันละ 2 คน ผลจากการหกล้มทำให้ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เล็กน้อย ถึงขั้นรุนแรงจนสะโพกหักกว่า 3,000 คนต่อปี ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง จากการที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการดูแล ช่วยเหลือในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

การบาดเจ็บจากการพลัดตกหกล้ม มักเกิดภายนอกบ้าน ส่วนใหญ่เกิดจาก การลื่น สะดุด และก้าวพลาดบนพื้นระดับเดียวกัน ร้อยละ 66 ตกหรือล้มจากบันไดหรือขั้นบันได ร้อยละ 5.6 ซึ่งปัจจัยเสี่ยงได้แก่   การทรงตัวบกพร่อง การมองเห็นบกพร่อง รับประทานยาที่เสี่ยงหรือยามากกว่า 4 ชนิด มีประวัติการพลัดตก  หกล้ม และอยู่บ้านยกพื้นสูง หรือต้องขึ้น – ลงบันไดทุกวัน ซึ่งในปัจจุบันผู้สูงอายุยังคงใช้ชีวิตประจำวัน ในสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ดังนั้น ควรมีการดัดแปลงบ้านให้เหมาะสมกับวัย เช่น มีราวจับบริเวณบันได มีราวจับ  ในห้องน้ำและห้องนอน พื้นปรับให้ไม่ลื่น ใช้โถส้วมแบบชักโครกหรือนั่งราบ เป็นต้น

สำหรับการป้องกันพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุมีมาตรการที่สำคัญ ได้แก่ 1.ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่า 150 นาที/สัปดาห์ โดยเฉพาะการออกกำลังกายในน้ำ ซึ่งมีความปลอดภัย ไม่ทำให้ข้อเข่าและข้อสะโพก เกิดการบาดเจ็บ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยในการทรงตัว และป้องกันการพลัดตกหกล้มได้ 2.ผู้สูงอายุเข้ารับการประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม และ 3.ทีมสหสาขาจัดการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยร่วมกัน จะช่วยลดโอกาสการหกล้มได้ นอกจากนี้ขอแนะนำให้ชุมชนและเครือข่ายร่วมกันปรับปรุงบ้านและสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุสามารถประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้ด้วยตนเองที่ www.Thaincd.com ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

Latest articles

“Climate Citizen” จุดประกายพลังสู่ Bangkok Climate Action Week 2026

ชุมชนผู้ขับเคลื่อนประเด็นสภาพภูมิอากาศของกรุงเทพฯ ได้มารวมตัวกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ในงาน “Climate Citizen เมืองนี้เราลิขิต เศรษฐกิจแห่งความหวัง (Economy We...

เทคนิคใส่เสื้อ Baby Tee ให้พรางหุ่น พรางแขน พกความมั่นใจ 

แฟชั่นเสื้อยืดทรงพอดียอดฮิตอย่างเสื้อ Baby Tee กลายเป็นไอเทมติดตู้ที่สายแฟชั่นทุกคนต้องมี เพราะนอกจากจะแมตช์เข้ากับกางเกงหรือกระโปรงได้หลากหลายสไตล์แล้ว ยังช่วยเสริมลุคให้ดูน่ารักและมีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว 

ชี้เป้าแหล่งเกร็ดความรู้สั้นๆ เกี่ยวกับสุขภาพ

เทรนด์การดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบันกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ทว่าในวิถีชีวิตที่ต้องแข่งกับเวลาและความรีบเร่งในแต่ละวัน การจะมานั่งอ่านตำราเล่มหนาหรือบทความวิชาการยาว ๆ เพื่ออัปเดตวิธีดูแลตัวเองคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน คนรักสุขภาพยุคนี้จึงเริ่มมองหาข้อมูลประเภทที่อ่านง่าย กระชับ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน

บริการขนส่งข้ามพรมแดน ตัวช่วยขยายตลาด SME สู่ต่างประเทศ

สำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการเติบโตมากกว่าตลาดในประเทศ การส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม หรือกลุ่ม CLMV ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้าไทยสูง ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบอุตสาหกรรม อะไหล่ เครื่องสำอาง อาหารแปรรูป

More like this