สายการบินกาตาร์ สร้างสรรค์เมนูอาหารไทยใหม่สำหรับผู้โดยสารไทย

Published on

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ร่วมกับเชฟเอียน กิตติชัย สร้างสรรค์เมนูอาหารไทยใหม่ สำหรับผู้โดยสารในประเทศไทย พร้อมให้บริการในเที่ยวบินชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจเส้นทางกรุงเทพฯ – โดฮา  

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ประกาศความร่วมมือกับเชฟเอียน กิตติชัย ในการสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยจานพิเศษ สำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจเส้นทางบินกรุงเทพฯ – โดฮา โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อมอบบริการบนเครื่องบินอันน่าจดจำ ตั้งแต่การตกแต่งภายใน ไปจนถึงเมนูอาหารที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตจากเชฟที่ดีที่สุดจากทั่วโลก สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ปรารถนาสร้างประสบการณ์ที่โดดเด่นและน่าประทับใจให้แก่ผู้โดยสารทุกครั้งที่เดินทางกับสายการบินฯ

มร.อัคบาร์ อัล บาเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กรุ้ป กล่าวว่า “สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส มีความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์เมนูอาหารบนเครื่องบินที่ดีที่สุด เรามีความตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับเชฟเอียน กิตติชัย เชฟที่ดีที่สุดท่านหนึ่งของประเทศไทย เพื่อให้บริการอาหารจานพิเศษแก่ผู้โดยสารสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ และมั่นใจว่ารายการอาหารใหม่นี้จะเป็นที่นิยมต่อผู้โดยสารอย่างแน่นอน”

เชฟเอียน กิตติชัย กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ในการสร้างสรรค์เมนูพิเศษ ที่มีรสชาติและวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้แก่ผู้โดยสาร และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับสายการบินที่มีความมุ่งมั่นในการให้บริการด้วยความเป็นเลิศ และสร้างความประทับใจด้วยเมนูอาหารที่มีความแปลกใหม่และมีรสชาติอร่อยจากประเทศบ้านเกิดให้แก่ผู้โดยสารของสายการบินระดับโลก”

เมนูอาหารเชฟเอียน กิตติชัย ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบอาหารจานพิเศษ อาทิ เมนูแกงระแวงเนื้อ อาหาร หารับประทานยากจากภาคใต้ โดดเด่นที่ความนุ่มอร่อยของเนื้อซี่โครงตุ๋น ความเผ็ดหอมของเครื่องเทศพริกแกงใต้ สูตรเฉพาะ และพริกชี้ฟ้าย่าง เมนูฉู่ฉี่กุ้ง ความหวานของเนื้อกุ้งลายเสือตุ๋นกะทิเสิร์ฟบนเครื่องแกงฉู่ฉี่รสเข้มข้นกำลังดี เพิ่มความหอมด้วย มะพร้าวคั่ว ทานคู่กับยอดมะพร้าว และผักกาดกวางตุ้ง

ผู้โดยสารสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส จากประเทศไทยจะเพลิดเพลินกับการวางแผนการเดินทางที่มีให้เลือกมากขึ้นถึง 63 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จาก 4 ปลายทางในประเทศไทย ประกอบด้วย กรุงเทพฯ 49 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และภูเก็ต 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย อาทิ “สายการบินชั้นธุรกิจที่ดีที่สุดแห่งปี พ.ศ. 2561” (World’s Best Business Class) โดยองค์กรจัดอันดับการขนส่งทางอากาศระดับโลกสกายแทร็กซ์ (Skytrax) นอกจากนี้ ยังมีรางวัลที่น่าภาคภูมิใจอีกหลายสาขาได้แก่ รางวัลที่นั่งชั้นโดยสารชั้นธุรกิจที่ดีที่สุด (Best Business Class Seat), สายการบินยอดเยี่ยมที่สุดในตะวันออกกลาง (Best Airline in the Middle East) และรางวัลห้องพักรับรองผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสที่ดีที่สุด (World’s Best First Class Airline Lounge)

สายการบินกาตาร์ แอร์เวยส์ ให้บริการด้วยฝูงบินที่ทันสมัยกว่า 250 ลำ จากท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด (Hamad International Airport: HIA)ด้วยเครือข่ายเส้นทางการบินระดับโลกของสายการบินกาตาร์ แอร์เวยส์กว่า 160 เส้นทางทั่วโลก ทั้งนี้ ในต้นปีนี้ สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ยังมีแผนเพิ่มเที่ยวบิน ในปี พ.ศ. 2562 ได้แก่ อิชมีร์ ตุรกี, ราบัต โมรอคโค, มัลตา, ดาวาว ฟิลิปปินส์, ลิสบอน โปรตุเกส, โมกาดิชู โซมาลี และลังกาวี มาเลซีย

Latest articles

MAGURO จับมือ ONYX Hospitality ส่งแคมเปญ “กินแล้วได้เที่ยว เที่ยวแล้วได้กิน” เริ่ม 15 ต.ค. 69 – 31 มี.ค. 70

MAGURO GROUP ผู้นำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียมและแมสพรีเมียมในประเทศไทย จับมือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งครบรอบ 60 ปีในปีนี้ ส่งต่อสิทธิประโยชน์ระหว่างสมาชิก Give More+ Club...

โบ เพียว เอ็กซ์ จัดงานใหญ่ ชวนสัมผัสตัวตน “แบมแบม” ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

โบ เพียว เอ็กซ์ (BO PURE X) จัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ “Xpression Beauty – See More Me” พาทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงพร้อมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ “แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” (BamBam) ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

เมื่อศิลปะไร้ขีดจำกัด ถึงเวลาที่สังคมต้องก้าวข้ามข้อจำกัดทางความคิด

มูลนิธิอาร์ตโนแฮนด์ จับมือ 6 องค์กรศิลปะเพื่อผู้พิการ เปิดนิทรรศการ “ART FOR CHANGE BEYOND ABILITY” รวมพลังศิลปินพิการ ถ่ายทอดผลงานกว่า 300 ชิ้น ชวนสังคมมองเห็นคุณค่าของมนุษย์ผ่านงานศิลปะ

ถอดโมเดลเส้นทางสู่อุตสาหกรรมเกษตรคาร์บอนต่ำของกลุ่มมิตรผล

รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2015-2025 เป็น 11 ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก

More like this