เกาะติดหมอกควันภาคเหนือ เตือนเสี่ยง 4 กลุ่มโรค

Published on

คณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์และผลกระทบด้านสุขภาพจากหมอกควันภาคเหนือ ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมแนะนำประชาชนโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ควรใส่หน้ากากที่มีประสิทธิภาพป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กทุกครั้งขณะอยู่กลางแจ้ง และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมคณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์และผลกระทบด้านสุขภาพจากหมอกควันภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาหมอกควันร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวว่า ในช่วงนี้บริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ประสบปัญหาจากหมอกควันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นป่าเขา จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่าได้ง่าย ประกอบกับมีการเผาขยะต่างๆ และเผาเศษวัชพืชตามไร่สวนเพื่อเตรียมที่ดินไว้สำหรับทำการเกษตร ทำให้มีผลกระทบด้านสุขภาพกับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

กรมควบคุมโรค สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดของกรมควบคุมโรค ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน สำนักระบาดวิทยา  สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 พิษณุโลก ประกอบด้วยผู้บริหารกรมควบคุมโรค และคณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์และผลกระทบด้านสุขภาพจากหมอกควันภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาหมอกควันร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน รวมถึงสนับสนุนวัสดุ เช่น หน้ากากอนามัย และยาแก้แพ้ต่างๆ แก่หน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อพิจารณานำไปใช้ให้เหมาะสมตามความจำเป็นกับกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ปัญหาหมอกควันดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีความเสี่ยงป่วยจาก 4 กลุ่มโรค ได้แก่ 1.กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว 2.กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล แสบจมูกและลำคอ 3.กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ เช่น อาการคันตามร่างกาย มีผื่นแดงตามร่างกาย และ 4.กลุ่มโรคตาอักเสบ เช่น อาการแสบหรือคันตา ตาแดง น้ำตาไหล และมองภาพไม่ค่อยชัด  ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอด หอบหืด ภูมิแพ้ เป็นต้น  หากได้รับมลพิษจากหมอกควันเข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงมากกว่าประชาชนทั่วไป  โดยขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ควรใส่หน้ากากที่มีประสิทธิภาพป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กทุกครั้งขณะอยู่กลางแจ้ง และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง  สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

 

Latest articles

Trip.com Group เปิดรายงานความยั่งยืนปี 2025

Trip.com Group ประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 20 วัน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานชายทั่วโลกสามารถลาไปดูแลบุตรหลังคลอดได้ โดยยังได้รับค่าจ้างตามปกติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนครอบครัวของพนักงานในทุกภูมิภาค

พักใจ ใช้ชีวิตช้า ๆ พะงัน-พำนัก | Low Season, High Energy

มาทดลองใช้ชีวิตแบบ Work-life Balance พร้อมเข้าร่วมงาน “Feel All the Feelings @Phangan: ชาร์จพลังชีวิต” ที่จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์เชิงสร้างสรรค์ของเกาะพะงัน

“MOSHI” ประกาศแต่งตั้ง “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” นั่งแท่นเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์

‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ประกาศเปิดตัว “บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ (Presenter) คนแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความทันสมัย สดใหม่ และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

บริติช เคานซิล แนะระบบการศึกษาภาษาอังกฤษของไทยต้องเริ่มต้นที่ครูประถมศึกษา

การยกระดับทักษะภาษาอังกฤษในประเทศไทยจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดยหันมาลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ กับกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในการปูรากฐานและหล่อหลอมเยาวชนรุ่นใหม่นั่นคือ “ครูประถมศึกษา”

More like this