หน้าหนาว เข้าป่ากางเต็นท์ ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วยไข้รากสาดใหญ่

Published on

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวเข้าป่ากางเต็นท์เพื่อสัมผัสอากาศหนาว ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่ ปีนี้พบผู้ป่วยมากกว่า 7 พันรายแล้ว โดยพบอัตราป่วยสูงสุดในภาคเหนือ แนะสวมเสื้อปิดคอ เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว ส่วนที่อยู่นอกร่มผ้าให้ทายากันแมลงกัด

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้เข้าสู่ต้นฤดูหนาวสภาพอากาศในหลายพื้นที่มีความหนาวเย็น โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง และป่าไม้ ประชาชนทั้งเด็กและผู้ใหญ่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อรับลมหนาวและกางเต็นท์นอนในป่า   ซึ่งนักท่องเที่ยวจะมากขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ สิ่งที่ต้องระมัดระวังคืออาจถูก “ตัวไรอ่อน” กัดได้ เสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่

ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 14 ตุลาคม 2561   มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้รากสาดใหญ่ 7,192 ราย มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ภาคที่มีอัตราการป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือมีอัตราการป่วยสูงสุด รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ แม่ฮ่องสอน ตาก น่าน เชียงราย เชียงใหม่ ตามลำดับ

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า “โรคไข้รากสาดใหญ่” หรือ “โรคสครับไทฟัส” (Scrub typhus)   เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีตัวไรอ่อนเป็นพาหะ ติดต่อทางบาดแผลที่ถูกตัวไรอ่อนกัด ไรอ่อนจะอาศัยอยู่ตามใบไม้ ใบหญ้า ใกล้กับพื้นดิน ไรอ่อนจะกระโดดเกาะตามเสื้อผ้าของคนและกัดผิวหนังที่สัมผัสกับเสื้อผ้า ปกติเราจะมองไม่เห็นตัวไรอ่อน เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก ส่วนใหญ่คนจะถูกกัดบริเวณรักแร้ ขาหนีบ รอบเอว หลังถูกไรอ่อนกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีอาการปวดศีรษะที่ขมับและหน้าผาก มีไข้สูงตลอดเวลา หนาวสั่น ตาแดงคลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย และบริเวณที่ถูกกัดเป็นแผลบุ๋มสีดำคล้ายรอยไหม้จากบุหรี่จี้ (Eschar) พบผื่นแดงตามร่างกายและแขนขา แต่จะไม่คัน ผู้ป่วยบางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ อาจทำให้เสียชีวิตได้

คำแนะนำสำหรับประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวตั้งแคมป์ กางเต็นท์นอนในป่า ควรกางบริเวณโล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ หรือหญ้าที่ขึ้นรก คือ ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และทาโลชั่นกันยุงที่มีส่วนผสมของสาร DEET หรือใช้สมุนไพรทากันยุงซึ่งสามารถป้องกันตัวไรอ่อนกัดได้ นอกจากนี้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณที่มีตัวไรอ่อนชุกชุม ไม่ว่าจะเป็นป่าโปร่ง ป่าละเมาะ บริเวณที่มีการปลูกป่าใหม่หรือตั้งรกรากใหม่ ทุ่งหญ้า ชายป่าหรือบริเวณต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง หลังออกจากป่าให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย และนำเสื้อผ้าที่สวมใส่มาซักให้สะอาด ด้วยผงซักฟอกเข้มข้น เพราะอาจมีตัวไรอ่อนติดมากับร่างกายหรือเสื้อผ้าได้  หากมีอาการไข้และอาการข้างต้น ภายใน 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเข้าป่าให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว ป้องกันการเสียชีวิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

Latest articles

Hacker ป่วนฐานข้อมูลสมาชิกสภาวิศวกร หวั่นสบช่องมิจฉาชีพ เรียกร้องหน่วยงานรัฐตรวจสอบด่วน

ข้อมูลส่วนตัวของวิศวกรที่ถูกดึงไปนั้น อาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าถึงวิศวกรได้ และใช้วิธีการต่างๆในการหลอกลวงเพื่อหวังผลประโยชน์ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้มาสร้างความน่าเชื่อถือ

“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี”  แบบขวด 30 เม็ด เพียง 169 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

‘บีไชน์’ (B-Shine) ส่งตัวช่วยสำคัญ ‘ไบโอ โปร ซี’ (Bio Pro C) วิตามินซีสูตรพิเศษที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องภูมิคุ้มกัน แต่มาพร้อมคุณสมบัติแบบ 3-in-1 ที่เน้นการดูแลถนอมดวงตาควบคู่ไปกับการบำรุงผิวพรรณในหนึ่งเดียว

Tank Tinker ก้าวสู่โอซีซี เสริมพอร์ตธุรกิจไลฟ์สไตล์ เติมเต็มคนรักสัตว์

Tank Tinker มุ่งเน้นสินค้าที่มีดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานได้จริง เน้นความแข็งแรง ทนทาน และความปลอดภัย ครอบคลุมตั้งแต่สายรัดอก รองเท้า ของเล่น อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของ Pet Parent ยุคใหม่

พช. หนุน OTOP รุกตลาดญี่ปุ่น ยกระดับงานคราฟต์ระดับสากล งานเทศกาลไทย ณ กรุงโตเกียว

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดประชุมเตรียมความพร้อมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เพื่อเสริมศักยภาพก่อนเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานเทศกาลไทย ณ สวนโยโยงิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 9–10 พฤษภาคม 2569

More like this