ต้องเจ็บปวดกันอีกสักเท่าไหร่ ฉุกคิดสักนิดก่อนซื้อให้มอเตอร์ไซด์ให้ลูก

Published on

“เคยมั้ย…อยากให้มอเตอร์ไซค์เป็นของขวัญลูก ลองคิดดูอีกทีว่าพวกเขาพร้อมหรือยัง ทั้งอายุ ความสามารถในการขับขี่ การตัดสินใจ ความคึกคะนองตามช่วงวัย เพราะไม่เช่นนั้นของขวัญชิ้นนี้อาจกลายเป็นมัจจุราชพรากชีวิตลูกของเราก็ได้”

ถ้อยคำที่ชวนให้สะท้อนคิด เพราะปัจจุบันนี้วิถีบนท้องถนนของเยาวชนไทย ยังคงเป็นเรื่องที่น่าห่วง และเป็นประเด็นสังคมที่ได้รับความสนจากทุกฝ่าย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ “มอไซค์วัยละอ่อน…ของขวัญหรือมัจจุราช” โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต  โดยภายในงานมีการแสดงละครจำลองสถานการณ์ความสูญเสีย จากการที่แม่ให้มอเตอร์ไซค์เป็นของขวัญกับลูก

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์  ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทย ข้อมูลจากใบมรณบัตรแสดงให้เห็นว่า ในแต่ละปีมีเด็กและเยาวชนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ย 2,510 ราย กว่า 80% เกิดจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่ากับโรงเรียนขนาดใหญ่ 1 โรงเรียนหายไปในแต่ละปี ซึ่งกลุ่มอายุ 15-19 ปี เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตสูงสุด เฉลี่ยปีละ 1,688 ราย จากการขับขี่เพื่อเดินทางไปโรงเรียนหรือในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมเสี่ยงที่พบคือ ขับเร็ว ย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย และส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ โดยเป็นกลุ่มอายุน้อยกว่า 15 ปี เฉลี่ยปีละ 822 ราย ที่น่าตกใจคือเด็กอายุน้อยที่สุด เริ่มขับขี่จักรยานยนต์ตั้งแต่ 7 ขวบ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งหมดนี้จะสูงขึ้นอีก 20-30% หากรวมกับฐานข้อมูลประกันภัยและตำรวจ

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวต่อว่า ในมิติทางสังคมพ่อแม่ยังขาดอำนาจในการต่อรองกับลูก เห็นได้จากการซื้อรถจักรยานยนต์เป็นของขวัญวันเกิดหรือรางวัลเมื่อลูกสอบได้คะแนนดี จึงไม่กล้าขัดใจ ในขณะที่ค่ายรถจักรยานยนต์มีความพยายามโฆษณาส่งเสริมการขาย  ซื้อง่ายขายคล่อง เน้นผลิตรถที่มีกำลังแรง และนำเสนอโปรโมชั่นสนับสนุนการขายต่างๆ โดยไม่กำหนดเงื่อนไขด้านความปลอดภัย จากสถานการณ์ดังกล่าว ศวปถ.และ สสส. ได้ร่วมกันสนับสนุนการจัดการความรู้และวิจัย ประเด็นจักรยานยนต์กับความปลอดภัยทางถนน รวมถึงการพัฒนาระบบข้อมูลภาพรวมและพื้นที่ตัวอย่าง มุ่งลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ปฏิบัติการ ด้วยโมเดลการจัดการพฤติกรรมเสี่ยงและกายภาพ

“สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการคือการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของรถ หรือผู้ปกครองที่ปล่อยให้ลูกออกมาขับขี่โดยไม่สวมหมวกนิรภัยและไม่มีใบขับขี่ พร้อมทั้งควรมีระบบการสอบสวนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุว่ามาจากด้านใดบ้าง เช่น ด้านพฤติกรรม ด้านยานพาหนะ (การดัดแปลงสภาพ) และนำผลที่ได้ไปดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ เพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่จะช่วยลดการใช้จักรยานยนต์ในกลุ่มเด็กเยาวชน เช่น รถประจำทาง รถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย รวมทั้งกำกับดูแลให้การโฆษณาส่งเสริมการขายต้องเน้นความปลอดภัย ไม่สื่อถึงความท้าทายหรือสมรรถนะความแรงของรถจักรยานยนต์” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

นางกลีบจันทร์  สินสมุทร แม่ผู้สูญเสียลูกชายคนเล็กวัย 14 ปี หลังซื้อมอเตอร์ไซค์ให้เป็นของขวัญได้เพียง 7 วัน เล่าว่า ลูกชายรบเร้าให้ซื้อรถมือสองให้ โดยแลกเปลี่ยนกับการไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ในวันที่เกิดเหตุลูกชายได้ออกไปลองรถกับเพื่อนๆ บนถนนสี่เลนส์ และด้วยทัศนวิสัยไม่ดี รถของน้องชนเข้ากับท้ายรถพ่วง ศีรษะกระแทกรถพ่วงอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต ตนจึงอยากบอกคนที่เป็นพ่อแม่ว่า การซื้อรถจักรยานยนต์ให้ลูกวัยเด็กเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม อยากให้ดูความสูญเสียของตนเป็นอุทาหรณ์  และขอฝากไปยังผู้ขับขี่คนอื่นๆ ว่าควรสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง แม้ระยะทางแค่ใกล้ๆก็ตาม ซึ่งในวันนั้นตำรวจบอกกับแม่ว่า หากน้องสวมใส่หมวกกันน็อค อาจจะไม่ถึงขั้นเสียชีวิต

ด้านนายปัณณวิชญ์  คงศิลป แกนนำเครือข่าย 2 ล้อ สีน้ำเงิน และสมาชิกบลูโซนไรเดอร์ กล่าวว่า อันตรายของบิ๊กไบค์อยู่ที่การขาดทักษะ ขาดการฝึกอบรม ขาดความระมัดระวัง โดยปกติแล้วคนขับบิ๊กไบค์มักอยู่ในวัยทำงาน มีวุฒิภาวะเพียงพอในการขับขี่และตัดสินใจ และการเดินทางทุกครั้งจะต้องมีระบบเซฟตี้ที่เพียงพอ มีกฎกติกาชัดเจนที่ต้องปฏิบัติร่วมกันโดยเคร่งครัด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือมีเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่ นำบิ๊กไบค์ออกมาวิ่งบนท้องถนน ตนจึงขอเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดการสูญเสีย ขณะเดียวกันผู้ปกครองควรรักลูกอย่างมีเหตุผล เพราะการซื้อรถจักรยานยนต์ให้เปรียบเสมือนการยื่นความเสี่ยงให้กับลูกไปแล้วครึ่งหนึ่ง 

“ผมขอเสนอทางออกทางหนึ่งสำหรับผู้ปกครองว่า  หากบุตรหลานอยู่ในวัยที่พร้อมในการใช้รถ ควรแนะนำให้เข้ารวมกลุ่มบิ๊กไบค์กับผู้ใหญ่ กลุ่มที่มีมาตรฐานเพียงพอ เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้กฎระเบียบจากเพื่อนๆ พี่ๆ ในกลุ่ม  และชวนกันขับขี่รถไปทำกิจกรรมจิตอาสาตามที่ต่างๆ ได้ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ได้เห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่สร้างปัญหาให้สังคม ซึ่งจุดนี้จะช่วยลดพฤติกรรมความคึกคะนองที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในวัยรุ่นได้ เมื่อเขาได้เรียนรู้ ได้เสียสละ เขาจะคิดเป็นและเลือกเส้นทางที่ดีได้ด้วยตัวเอง” นายปัณณวิชญ์ กล่าว

Latest articles

สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แนะตรวจ 3 ประเด็น เหตุรถขนแบตเตอรี่ลิเธียมระเบิด

สำหรับผลกระทบที่เกิดจากไฟหรือความร้อนนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ อธิบายว่า ความร้อนหรือไฟไหม้มีผลกระทบต่อโครงสร้าง เช่น อาจทำให้คอนกรีตและเหล็กเสริมเสื่อมกำลังลง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่โครงสร้างโดนความร้อน

ไทยช่วยไทย พาเหรดสินค้าราคาประหยัด พบกันวันศุกร์ หน้าที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

สินค้าที่จำหน่ายในโครงการ มีสินค้าจากห้างค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิตสินค้า ซึ่งเป็นสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ และแบรนด์รอง ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช ซอสปรุงรส รวมกว่า 3,000 รายการ

ยกทัพสินค้าออฟฟิเชียล GLOBAL ENHYPEN POP–UP in BANGKOK

“GLOBAL ENHYPEN POP–UP in BANGKOK”  ยกทัพสินค้าออฟฟิเชียลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากหลากหลายคอลเลกชันที่สะท้อนเอกลักษณ์และคอนเซ็ปต์ของวง ไม่ว่าจะเป็น BLOOD SAGA, WALK THE LINE

ไทยช่วยไทย พลัส เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า ลดสูงสุด 86% ตลอดเดือนพฤษภาคม

พาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back To School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศ

More like this