WHO เผยชุดมาตรการ SAFER ไทยขานรับ ลดป่วย-ตายจากแอลกอฮอล์

Published on

สธ.-สสส. ร่วมประชุมคู่ขนาน UN แลกเปลี่ยนวิธีควบคุมน้ำเมาภายในประเทศ ขานรับชุดมาตรการ SAFER สนับสนุนทั่วโลกลดผลกระทบบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไฟเขียวยกระดับมาตรการควบคุมทุกรูปแบบ

พญ.ซุมยา สวามินาถัน

พญ.ซุมยา สวามินาถัน รองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวในเวทีคู่ขนานของการประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ (UN High Level Meeting on Prevention and Control of NCDs) ในหัวข้อ “แอลกอฮอล์ กับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Alcohol, NCDs and Sustainable Development) เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนบทเรียนความสำเร็จจากการดำเนินงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และองค์การอนามัยโลกได้เผยแพร่ชุดมาตรการ SAFER เป็นครั้งแรก เพื่อให้ทั่วโลกนำไปปรับใช้ในการลดอัตราการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตของประชากรจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประกอบไปด้วย “Strengthen (S)” เสริมประสิทธิภาพการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เข้มแข็งมากขึ้น

“Advance (A)” ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอัตราการดื่มแล้วขับ

“Facilitate (F)” สนับสนุนการเข้าถึงการบำบัดและรักษาโรคจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“Enforce (E)” บังคับใช้กฎหมายการห้ามหรือจำกัดการโฆษณา การให้ทุน และการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลแอฮอล์

“Raise (R)” ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อเพิ่มราคาให้สูงขึ้น โดย WHO พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และคำแนะนำแก่ประเทศสมาชิก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกรอบองค์การอนามัยโลกและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG)

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนงานแอลกอฮอล์อย่างเข้มข้นมาโดยตลอด และประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ อันเป็นผลมาจากการประกาศใช้ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ พ.ศ.2551 ทำให้เกิดกลไกการควบคุมในระดับชาติ คือคณะกรรมการนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ (นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน) และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน) ประกอบกับประเทศไทยได้ประยุกต์ใช้ยุทธศาสตร์โลกว่าด้วยการควบคุมอันตรายจากแอลกอฮอล์ ปี 2553 จึงเกิดการกำหนดแนวทางการทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมาตรการที่คุ้มทุนและมีประสิทธิผล (best-buy policies) เพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนปรับกระบวนทัศน์ใหม่ของสังคม ให้การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ ด้วยการรณรงค์ผ่านช่องทางการตลาดเพื่อสังคม สนับสนุนเครือข่ายคนรุ่นใหม่ไร้แอลกอฮอล์ และส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์หรือเทศกาลปลอดเหล้า เป็นต้น

“สิ่งที่ยังท้าทายหลายประเทศอยู่ในเวลานี้คือ ปัจจัยการค้ากำหนดสุขภาพ จากการที่ธุรกิจการค้าพยายามแทรกแซงนโยบาย และใช้กลยุทธ์ทางการตลาดสารพัดรูปแบบเพื่อทำให้แอลกอฮอล์เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางคือเด็กและเยาวชน ดังนั้น ประเทศไทยจึงเห็นด้วยกับชุดมาตรการ SAFER ขององค์การอนามัยโลก ที่จะกระตุ้นให้ประเทศไทยและประเทศสมาชิกทั่วโลกขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้รุดหน้าต่อไปอย่างมีทิศทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการบริโภคแอลกอฮอล์ในระดับที่อันตรายลง 10% ให้ได้ภายในปี 2568” ผจก.กองทุน สสส. กล่าว

ทั้งนี้ ประเทศที่มีบทบาทหลักบนเวทีคู่ขนาน ประกอบไปด้วย สโลวีเนีย ศรีลังกา ลิทัวเนีย รัสเซีย สวีเดน เอสโตเนีย ฟิลิปปินส์ ซูรินาม และไทย ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจาก WHO และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) รวมถึงผู้แทนจากภาคประชาสังคมนานาชาติที่ทำงานต่อต้านพิษภัยจากสุรา อาทิ NCD Alliances, IOGT International และ Vital Strategies

Latest articles

ไทยช่วยไทย พาเหรดสินค้าราคาประหยัด พบกันวันศุกร์ หน้าที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

สินค้าที่จำหน่ายในโครงการ มีสินค้าจากห้างค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิตสินค้า ซึ่งเป็นสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ และแบรนด์รอง ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช ซอสปรุงรส รวมกว่า 3,000 รายการ

ยกทัพสินค้าออฟฟิเชียล GLOBAL ENHYPEN POP–UP in BANGKOK

“GLOBAL ENHYPEN POP–UP in BANGKOK”  ยกทัพสินค้าออฟฟิเชียลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากหลากหลายคอลเลกชันที่สะท้อนเอกลักษณ์และคอนเซ็ปต์ของวง ไม่ว่าจะเป็น BLOOD SAGA, WALK THE LINE

ไทยช่วยไทย พลัส เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า ลดสูงสุด 86% ตลอดเดือนพฤษภาคม

พาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back To School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศ

J-Beauty มั่นใจตลาดความงามเมืองไทย Drip Tune สกินแคร์ญี่ปุ่น พร้อมบุกตลาดไทย  

found & found บิวตี้เดสติเนชันด้านสุขภาพและความงามจากญี่ปุ่น–เกาหลี จับมือกับ Sugi Holdings ส่งมอบ “Drip Tune” แบรนด์สกินแคร์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมเข้าทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

More like this