พม. เกาะติดการขับเคลื่อน พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ

Published on

พม. นำคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ จ.สกลนคร ติดตามการขับเคลื่อน พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ประจำปีงบประมาณ 2560-2561 หนุนความเข้าใจเรื่องเพศสภาพ สร้างความเข้าใจในมาตรการป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ 

นางถิรวดี พุ่มนิคม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสตรี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลโครงการในคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ได้ลงพื้นที่เป็นครั้งแรกในการติดตามผลโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศประจำปีงบประมาณ 2561 โดยมี คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลโครงการในคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศร่วมลงพื้นที่ ประกอบด้วย นางสุพัตรา ภู่ธนานุสรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ศ.ดร. อัญชลี มีมุข ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ นางนุจรีย์ เต็มรุ่ง ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกองทุนฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการติดตามและประเมินผลโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร มีกลุ่มเป้าหมายเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) นักเรียน นักศึกษา สภาเด็กจังหวัดสกลนคร ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และวิทยากรกว่า 120 คน เข้าร่วมโครงการ ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ภูพาน ตำบลเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

นางถิรวดี  กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้ผลักดันให้มีพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ขึ้น เพื่อคุ้มครองและป้องกันเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง หรือผู้แสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด โดยมี กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ  ในการส่งเสริมให้หน่วยงานร่วมดำเนินการ รวมทั้งใช้ในการช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฏิบัติฯโดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณประจำปี งบประมาณ 2560 จำนวน 10 ล้านบาท และ ปี 2561 จำนวน 5 ล้านบาท

ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศแล้วจำนวน 2 โคงการ เป็นเงิน 119,400 บาท ได้แก่ โครงการสร้างเสริมองค์ความรู้การส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ จังหวัดชัยภูมิ โดยชมรมอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ (องค์กรสาธารณประโยชน์) วงเงิน 69,400 บาท

และโครงการที่อนุกรรมการฯ ลงพื้นที่มาติดตามในวันนี้ คือ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร วงเงิน 50,000 บาท ซึ่งโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการมีความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เข้าใจเรื่องเพศสภาพ คนเราเกิดมาพร้อมกับอวัยวะเพศที่แตกต่างกันอันบ่งบอกถึงเพศ (Sex) หญิงและชาย แต่มิได้หมายความว่าแต่ละคนต้องแสดงบทบาทตามเพศเสมอไป ในทางกลับกันบทบาทของแต่ละเพศเป็นสิ่งที่ถูกสร้าง ควบคุมและปลูกฝังโดยสังคม ให้แต่ละบุคคลมีการแสดงออก บทบาทและการปฏิบัติทางเพศที่ต่างกันออกไป และการขอรับความช่วยเหลือกรณีถูกเลือกปฏิบัติฯ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ขยายผล บอกต่อ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ความเข้าใจในมาตรการป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศให้ได้รับความคุ้มครอง ตลอดจนก่อให้เกิดกลุ่ม “เครือข่ายรณรงค์ความเท่าเทียมทางเพศ จังหวัดสกลนคร” ได้อีกด้วย

ทางด้าน นางสาวสุพัตรา ภู่ธนานุสรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจติดตามในวันนี้ เป็นการติดตามที่มิใช่มุ่งจับจ้องหาข้อผิดพลาด แต่เป็นการติดตามเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาให้เกิดประโยชน์และเป็นไปตามเจตนารมย์ของกองทุนฯ ซึ่งจากการติดตามในวันนี้ พบว่า โครงการนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ มีวิทยากรที่สามารถให้ความรู้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลดีต่อการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศได้ มีทั้งการ Work Shop และวิชาการ ที่เชิญ นางฑิตา พิทักษ์สันติสุข รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสกลนคร มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ทางด้านกฎหมายที่สามารถเข้าใจได้ง่ายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ตลอดจนสิทธิของประชาชนตามกฎหมายต่าง ๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ประกอบกับผู้เข้าร่วมโครงการมีความหลากหลายเป็นตัวแทนมาจากหลายภาคส่วน และต่างให้ความสนใจ จะเห็นได้จากการสนทนาโต้ตอบซึ่งกันและกัน เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการที่กำหนดไว้

สำหรับ ศ.ดร. อัญชลี มีมุข ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ได้กล่าวถึง รูปแบบการดำเนินโครงการที่มุ่งให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม ซึ่งเป็นเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม และมีความคิดหรือความเชื่อที่แตกต่างกัน เช่น กิจกรรมแบ่งกลุ่มวิเคราะห์หัวข้อ “สถานะเพศ : gender” (ร่ายกายฉัน, รสนิยมทางเพศ, ระดมความคิดเห็น และแบ่งกลุ่มการผลิตสื่อรณรงค์ “โปสเตอร์ทำมือสื่อสารเรื่องเพศ” ตลอดจนมีการ Focus Group นำเสนอหัวข้อ “เครือข่ายรณรงค์ความเท่าเทียมระหว่างเพศ จังหวัดสกลนคร” ตามประเด็นต่าง ๆ เป็น 4 ฐาน ได้แก่ 1) ฐานกิจกรรมบทบาทสมมุติ “คำดีที่อยากฟัง : คำไม่ดีที่ไม่อยากฟัง” 2) ฐานกิจกรรมแหล่งบริการให้ความช่วยเหลือ 3) ฐานกิจกรรมความรุนแรงในครอบครัว และ 4) ฐานกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งในทุกฐานกิจกรรมจะเชื่อมร้อยกับ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 โดยมีคณะทำงานเพศวิถีศึกษาจังหวัดสกลนครและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร เป็นวิทยากรประจำกลุ่ม ซึ่งถือเป็นวิทยากรคุณภาพที่มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เป็นอย่างดี

สุดท้าย คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลโครงการในคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ได้ฝากถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่ประสงค์ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ หรือ E-mail : fundktp@gmail.com หรือ โทร 0 2642 7742 ได้ในเวลาราชการ หากจำเป็นเร่งด่วน สามารถโทรสายด่วนของ พม. ได้ที่หมายเลข 1300

Latest articles

COVERMARK จัดแคมเปญ “Treat Your Day” พร้อมมอบโปรสุดพิเศษ

COVERMARK THAILAND (คัฟเวอร์มาร์ค ประเทศไทย) ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป จัดแคมเปญพิเศษ “Treat Your Day ผิวพร้อมตั้งแต่เช้า เมคอัพสวยทั้งวัน” เชิญชวนลูกค้ารับบริการวิเคราะห์ สภาพผิวเบื้องต้น และทดลองผลิตภัณฑ์ TREATMENT DAY CREAM

ชวนรู้จัก “กองทุน DE” โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัลของคุณ

กองทุนดีอี ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินของรัฐ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน  ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

ภูเก็ต เปิดตัว “Shopping List ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ายกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ตสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

เปิดยุทธศาสตร์ “จีนยุคใหม่” ถอดรหัส “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” ผ่านเวที วทจ. รุ่น 8

“จีน” ยังคงเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ทั่วโลกจับตา ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีความแน่นแฟ้นยาวนานกว่า 50 ปี ก็กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงด้านเศรษฐกิจ หากแต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

More like this