ช้อปให้เธอยิ้มได้ หนุนสตรีไทยไกลจากความรุนแรง 12-16 ก.ย.นี้

Published on

แม้ตัวเลขของเหยื่อความรุนแรงในสังคมไทยจะเพิ่มสูงขึ้นทุกปี อีกทั้งยังมีรูปแบบที่หลากหลายจนคาดไม่ถึงมาก แต่ส่วนใหญ่ปัญหาของความรุนแรง ก็ยังเกิดจากครอบครัว และนั่นคือสิ่งที่รัฐบาล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงต้องดำเนินภารกิจต่อเนื่อง เพื่อสางปัญหาเหล่านั้นให้หมดไป เพราะเชื่อว่า สังคมจะดีได้ต้องเริ่มต้นที่ครอบครัว

“ปัญหาความรุนแรงของสังคมในประเทศไทย ส่วนใหญ่ยังเกิดขึ้นในครอบครัว ดังนั้น ต้องพยายามแก้ในเรื่องนี้ให้ได้ เพราะสังคมก็คือครอบครัว จากครอบครัวเล็ก รวมเป็นสังคมระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ หากแก้ปัญหาครอบครัวได้ นั่นเท่ากับว่าเป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง” พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 กันยายน 2561 ที่ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

“มหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง” จัดขึ้นเพื่อแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพื้นถิ่น ฝีมือกลุ่มสตรีและครอบครัวทั่วประเทศกว่า 200 ร้านค้า และเชิญภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรง มาออกบูธและจัดแสดงนิทรรศการประเด็นความรุนแรง อีกจำนวน 45 บูธ

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงในทุกรูปแบบ เพื่อให้ความรู้ สร้างความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง รวมถึงการประกวดผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพสตรี การแสดงแฟชั่นโชว์เอกลักษณ์ผ้าไทย เป็นต้น

พลเอกอนันตพร กล่าวว่า พม. มีบทบาทหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแลประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ครอบครัวมีความเข้มแข็ง ส่งผลให้สังคมมั่นคงประเทศชาติบ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมทางสังคม ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมจะต้องได้รับสิทธิ โอกาส และการคุ้มครองอย่างเสมอภาค ซึ่งรัฐบาลเองก็มีนโยบายส่งเสริมทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา และเสริมสร้างศักยภาพคนอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงการป้องกันและการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในสังคม ซึ่ง พม. ให้ความสำคัญ

ทั้งนี้ ปัญหาความรุนแรงในสังคมมักเริ่มต้นจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว แล้วขยายออกไปสู่ชุมชนและสังคม โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ เช่น การว่างงาน ความยากจน ซึ่งเป็นผลให้เกิดความเครียด และนำมาซึ่งความรุนแรง แต่หากบุคคลในครอบครัวมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง  ก็จะสามารถลดปัญหาความรุนแรงและไปสู่เป้าหมายที่เป็นศูนย์ (Zero Violence) ได้

การจัดงานมหกรรมตลาดนัดฯ ภายใต้แนวคิด “สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง” ถือได้ว่าเป็นการเชื่อมงานด้านอาชีพสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรง  ด้วยการสร้างโอกาสและรายได้ที่มั่นคงให้แก่สตรีและครอบครัว

ด้าน นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (อธิบดี สค.) กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง  เป็นการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพื้นถิ่นฝีมือกลุ่มสตรีและครอบครัวทั่วประเทศที่ได้รับการส่งเสริม ฝึกสอน และพัฒนาฝีมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ทั้ง 8 แห่ง ของ สค. พม. มาจำหน่ายและสาธิตวิธีการผลิต โดยสมาชิกในครอบครัวได้ร่วมกันทำ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจให้สตรีและครอบครัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและสังคมลงได้

โดยทางศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้ให้การสนับสนุนในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ เช่น การออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า การตัดและตกแต่งทรงผม การนวดแผนไทย การโรงแรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอาหาร เสื้อผ้า กระเป๋า และของใช้ในครัวเรือน ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสรรค์สร้างเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ รวมไปถึงราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถจับจ่ายได้ นอกจากนั้น ยังมีการส่งเสริมต่อยอดให้สตรีได้รวมกลุ่มเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตนเองอีกด้วย

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรี การออกบูทของเครือข่ายด้านสตรีและครอบครัว การสร้างโลกธุรกิจใหม่ด้วยไลน์แอด โดยเภสัชกรหญิงโสภา พิมพ์สิริพานิชย์ ตลอดจน การเสวนา “การช่วยให้เด็กและสตรีเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทอลครั้งแรกในประเทศไทย” (โดยผู้แทนจาก DTAC อัยการจังหวัด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) และการเสวนา “มิติการทำงานของพื้นที่เพื่อการส่งเสริมสัมพันธภาพ ลดความรุนแรงในครอบครัว” การเล่านิทาน “เรื่องมะปรางหวานกับบ้านบินได้” จาก ศพค. ท่ามะปราง    ซึ่งเป็นกลไกหลักในการทำงานของ สค. และพบกับ 2 บุคคลดัง คุณศัลยา สุขะนิวัตติ์ ผู้เขียนบทฯ และ คุณหยา จรรยา ธนาสว่างกุล นักแสดงที่รับบท “พี่ผิน” จากละครบุพเพสันนิวาส รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กับคุณท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ศิลปินดารา เป็นต้น

รางวัลผลิตภัณฑ์กระเป๋าแฟชั่น อับดับ 1 เป็นของ กระเป๋าสานจากต้นเตย ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จ.ศรีสะเกษ
รางวัลประเภทเสื้อผ้าแฟชั่น จากลำปาง

จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจร่วม ช้อป ชิม ชม ในงานมหกรรมตลาดนัด สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทย ไร้ความรุนแรง ซึ่งเป็นการสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้แก่คนในสังคม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

จากการที่เราได้เข้าร่วมงานในวันแรกพบว่า บรรดาสินค้าที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายนั้น ล้วนมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ โดยในวันนี้ ยังมีการมอบรางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่นประจำปี 2561 ทั้งประเภท เสื้อผ้าแฟชั่น และ กระเป๋าแฟชั่น แม้จะมีที่ 1 เพียงหนึ่งเดียว แต่รางวัลรองๆ ลงมา ก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่ากัน แถมยังมีความน่าสนใจ สำหรับคนที่มีสไตล์ที่แตกต่างกัน

อยากรู้ อยากชม ว่าเป็นอย่างไร ก็มุ่งเข้าไปที่งาน นอกจากเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ และของที่ระลึกแล้ว ภายในงานยังมีของกินจากท้องถิ่นต่างๆ มาให้อร่อยกันถึงที่ โดยในทุกๆ วันก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ให้ร่วมสนุกพร้อมสร้างสรรค์ความรู้

ให้ทุกคนในสังคม มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความรุนแรงในสังคม ที่เริ่มต้นมาจากปัญหาครอบครัว เพราะเราคนไทยทุกคน ก็คือ “ครอบครัวเดียวกัน”

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this