สสส. ผนึกภาครัฐ-เอกชน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านขอนแก่น

Published on

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน อ.เมือง จ.ขอนแก่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานการสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้านจังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้บริหารสสส. หน่วยงานในพื้นที่ และตัวแทนคนเคยไร้บ้านที่เปลี่ยนจากคนไร้บ้านสู่เจ้าของธุรกิจ เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยวในชุมชน แกนนำคนไร้บ้านช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่สาธารณะ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณไชยมาตย์ รองประธานฯ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินโครงการลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพเพื่อผู้ด้อยโอกาส: คนไร้บ้าน และคนพิการในเขตสุขภาพที่ 7 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และขอนแก่น มีการดำเนินงานตั้งแต่ปี  2557 เน้นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นเอกสารและข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อนำมาวางกรอบยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเฉพาะ เน้นการเสริมศักยภาพคนทำงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านโดยเชื่อมให้เห็นปัญหาที่มีต้นเหตุมาจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม จากนั้นพัฒนาจุดเชื่อมร้อยการทำงาน (node) และหนุนเสริมให้เกิดเครือข่าย (network) ในการขับเคลื่อนงาน รวมไปถึงการพัฒนาระบบข้อมูล คนไร้บ้าน ซึ่งผลการดำเนินงานประสบผลสำเร็จเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ขาดโอกาสไปในทางที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข มีความภาคภูมิใจในตนเองและเห็นคุณค่าในตนเองมากขึ้น

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ขอนแก่น เป็น 1 ใน 3 จังหวัด พื้นที่นำร่องการดำเนินงานที่สำคัญของ สสส. และภาคีเครือข่าย โดยสสส.หนุนเสริมศักยภาพภาคีเครือข่ายให้เกิดการบูรณาการทำงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งในพื้นที่จ.ขอนแก่น มีความแตกต่างจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ คือพยายามหนุนเสริมการทำงานกับภาครัฐ จนภาครัฐเห็นความสำคัญนำไปสู่การมีนโยบายสาธารณะร่วมกับขับเคลื่อนทั้งมิติสุขภาพ สิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงสนับสนุนทางด้านองค์ความรู้ทางวิชาการ ทั้งในเชิงข้อมูล เชิงประชากร และโมเดลการดูแลฟื้นฟูและเสริมศักยภาพคนไร้บ้านทั้งทางด้านสุขภาพ และอาชีพที่ต้องมีความเหมาะสมกับระยะของการเข้าสู่ภาวะไร้บ้าน และมีการนำ “บอลลูน โมเดล” มาใช้ในการสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้าน เป็นการทำงานเชิงระบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง สสส.ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” เชื่อมโยงหน่วยงานที่รับผิดชอบ เน้นการป้องกันการเกิดคนไร้บ้าน การพัฒนาและฟื้นฟูศักยภาพ เพื่อลดจำนวนคนไร้บ้าน และส่งกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี และการหนุนเสริมเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นคนไร้บ้านซ้ำ

ทั้งนี้ ข้อมูลทางวิชาการที่ สสส.ได้สนับสนุน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า  คนไร้บ้านในประเทศไทยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 60 ปี ซึ่งต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยของประชากรไทยโดยรวมค่อนข้างมาก ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของคนไร้บ้านส่วนใหญ่มาจากโรคติดเชื้อ เช่น กลุ่มโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ในปอด ซึ่งแตกต่างจากคนทั่วไปที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งและหัวใจ สะท้อนให้เห็นว่าการอาศัยในพื้นที่สาธารณะเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ และหากอาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะเป็นเวลานานจะพบปัญหาสุขภาพจิตที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ คนไร้บ้านยังมีอัตราการสูบบุหรี่และยาเส้นสูงถึงร้อยละ 55 และดื่มสุราเป็นประจำร้อยละ 41 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศมาก สสส.จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านและผลักดันเรื่องระบบหลักประกันสุขภาพซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการเข้ารับบริการทางสุขภาพที่จำเป็นสำหรับคนไร้บ้าน

นายคณิน เชื้อดวงผุย ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านแบบบูรณาการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เริ่มตั้งแต่การทำฐานข้อมูลคนไร้บ้าน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการทำงาน ควบคู่ไปกับกิจกรรมเดินกาแฟ ทำให้เราได้รู้จักคนไร้บ้าน มีความคุ้นเคยและได้รับความไว้วางใจ เกิดเป็นเครือข่ายคนไร้บ้าน ซึ่งขอนแก่นมีคนไร้บ้านอยู่ราว 136 คน และมีแกนนำคนไร้บ้านที่มีศักยภาพในการทำงาน จำนวน 10 คน มีการประชุมและทำกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง มีการขับเคลื่อนในระดับนโยบายสุขภาพ เช่น ประเด็นคนไร้บ้านถูกบรรจุในประเด็นกลุ่ม “เปราะบาง” ของสมัชชาสุขภาพจังหวัดขอนแก่น และในปี พ.ศ.2561 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ความสำคัญกับประเด็นคนไร้บ้าน โดยเสนอให้มีการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำไปพิจารณาในเชิงนโยบายเกี่ยวการบริการสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับคนไร้บ้าน มีการเตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพส่งเสริมอาชีพ ทำให้คนไร้บ้านมีงานทำจำนวน 12 ราย เช่น ค้าขาย รับจ้าง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลและตรวจสุขภาพเบื้องต้น จำนวน 24 ราย โดยได้รับการตรวจสุขภาพโดยละเอียด และเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการพื้นฐาน จำนวน 39 ราย ได้แก่ การมีบัตรประชาชน มีบัตรคนพิการ และบัตรผู้สูงอายุ ส่งผลให้สามารถได้รับสิทธิ์และโอกาสด้านการมีงานทำ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “เดินกาแฟ” โดยการนำเครื่องดื่ม ขนม และยา ไปเยี่ยมเยียนคนไร้บ้านแลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนไร้บ้านถึงเป้าหมายและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตในพื้นที่สาธารณะ ที่บริเวณศาลหลักเมืองขอนเเก่น พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บริการ ตรวจสุขภาพ โดยโรงพยาบาลขอนแก่น สำรวจและลงทะเบียนเพื่อการพิสูจน์และพัฒนาสิทธิ โดยเทศบาลนครขอนแก่น และจัดบริการอื่นๆ เช่น การตัดผม การสำรวจความต้องการด้านอาชีพ การศึกษา ฯลฯ

Latest articles

ไทยก้าวสู่ “Education Destination” แห่งใหม่ของเอเชีย นานาชาติสนใจ Boarding School ในไทยเพิ่มขึ้น

ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะ “Education Destination” แห่งใหม่ของเอเชีย ท่ามกลางบริบทโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนในหลายภูมิภาค ส่งผลให้ครอบครัวนานาชาติเริ่มมองหาจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาที่ตอบโจทย์ทั้ง “คุณภาพการศึกษา” และ “สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการใช้ชีวิตระยะยาว” ไปพร้อมกัน

‘มิชลิน’ จับมือ Scale-Up Booster เร่งพัฒนา OYA Urban Tree โซลูชันร่มเงาอัจฉริยะจาก ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’

เพื่อรับมือกับคลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยครั้งขึ้นในเขตเมืองและในช่วงที่มีการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ มิชลินได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเร่งพัฒนา OYA Urban Tree ซึ่งต่อยอดมาจากนวัตกรรมต้นแบบที่เรียกว่า Sombrero โดยโซลูชั่นร่มเงาอัจฉริยะแบบพองลมนี้เป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนาของ ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’

Lactasoy Healthy Club ชวน เติมพลังชีวิตผ่านกิจกรรม Lactasoy Climb and Recharge

ในวันที่การดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายในฟิตเนส แต่ยังหมายถึงการได้ออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ช่วยเติมพลังทั้งร่างกายและจิตใจ กิจกรรมแนว Active Lifestyle จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างสมดุลให้ชีวิต

SiteMinder เผยประเทศไทยมียอดการจองจากนักท่องเที่ยว สูงเป็นอันดับต้นของเอเชียในช่วงกลางปี 2569

ประเทศไทยติดอันดับกลุ่มประเทศที่มียอดการจองโรงแรมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงที่สุดในเอเชียสำหรับช่วงกลางปีนี้ จากข้อมูลล่าสุดของ SiteMinder ผู้นำแพลตฟอร์มระดับโลกด้านการค้าเพื่อยกระดับธุรกิจโรงแรม

More like this