หากได้รับกลองเป็นของขวัญ นั่นหมายถึงความปังและกำลังใจ เพราะเสียงกลองช่วยกระตุ้นให้ฮึกเหิม การอวยพรให้ผู้รับมีเรี่ยวแรงก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเจออุปสรรคใด ก็พร้อมเป็นเสียงหนุนหลังเสมอ
หมู่บ้านทำกลองที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ “หมู่บ้านทำกลองเอกราช” ตั้งอยู่ที่ ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกลองไทยและศูนย์ซ่อมกลองที่สำคัญ มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
ปัจจุบันมีครัวเรือนในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับการทำกลองประมาณ 30 ครัวเรือน โดยราว 20 ครัวเรือนมีการผลิตและจำหน่ายกลองหน้าร้าน ส่วนอีกสิบกว่าครัวเรือนทำกลองเพื่อส่งให้ร้านค้าหรือจำหน่ายผ่านช่องทางอื่น
ไม้ที่ใช้ทำกลอง มีทั้งไม้ฉำฉาและไม้ก้ามปู ส่วนหนังมาจากหนังวัว สำหรับกลองขนาดทั่วไป หนังควาย สำหรับกลองขนาดใหญ่ และหนังสัตว์อื่น ๆ อย่างหนังแพะ
จุดเด่นอีกประการของหมู่บ้านกลองเอกราช คือความสามารถในการผลิตกลองได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่กลองไทยที่ใช้ในงานประเพณี ไปจนถึงกลองสำหรับการแสดงและกลองรูปแบบต่างประเทศ โดยมีทั้งกลองสำหรับใช้งานจริงและกลองขนาดเล็กสำหรับเป็นของที่ระลึก
กลองที่พบได้ในชุมชน ได้แก่
– กลองยาว — กลองหน้าเดียว รูปร่างยาว มีส่วนปลายบาน ใช้สะพายบ่า นิยมบรรเลงในขบวนแห่ งานบุญ และการแสดงพื้นบ้าน
– กลองเพล — กลองที่ใช้ในวัด โดยตีเพื่อบอกเวลาเพลตามธรรมเนียมของวัด
– กลองทัด — กลองสองหน้าขนาดใหญ่ ใช้ในวงปี่พาทย์และการบรรเลงดนตรีไทย
– กลองรำวงและกลองโทน — ใช้ประกอบการแสดงและการละเล่นตามรูปแบบดนตรีแต่ละประเภท
– ตะโพนและรำมะนา — เครื่องดนตรีประเภทกลองที่ใช้ในวงดนตรีและการแสดงบางชนิด
– กลองขนาดเล็กและกลองของที่ระลึก — ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการของฝากที่มีเอกลักษณ์
หากติดต่อเข้ามาล่วงหน้า นอกจากจะได้ชม และเลือกซื้อกลองเอกราชแล้ว ยังสามารถร่วมกิจกรรม DIY ทำกลองที่ระลึกอีกด้วย


