จากความห่วงใยสู่ทักษะที่อาจช่วยชีวิต แลคตาซอย เดินหน้าส่งต่อความรู้ CPR ให้สังคมไทย

Published on

เหตุฉุกเฉินเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหรือการสำลักอาหาร และในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีมีความหมาย การมีความรู้และทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานอาจช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับคนรอบข้างได้

ด้วยเหตุนี้ บริษัท แลคตาซอย จำกัด จึงเดินหน้าส่งต่อความห่วงใยผ่านแคมเปญ “HEART CARE SHARE by LACTASOY” ภายใต้แนวคิด “หนึ่งความรู้…คุ้มค่าหลายชีวิต” เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติทักษะการช่วยชีวิตอย่างถูกวิธี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ร่วมกับ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีทีมวิทยากรให้ความรู้ทั้งการทำ CPR การช่วยเหลือผู้มีภาวะสำลัก (Choking) และการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED)

เบื้องหลังการตัดสินใจเข้าร่วมอบรมของแต่ละคน สะท้อนให้เห็นว่าทักษะช่วยชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากเพียงใด “คุณใบบัว” หนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรม เล่าว่า “ตลอดปีที่ผ่านมาได้พบเห็นคนใกล้ตัวประสบภาวะสโตรกหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจนเสียชีวิตหลายราย จึงอยากเรียนรู้วิธีช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พอได้มาเรียนแล้วก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น หากไปเจอสถานการณ์จริงก็น่าจะทำได้ แม้จะไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ตาม” พร้อมมองว่าการอบรมครั้งนี้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ทักษะที่สามารถนำไปช่วยเหลือสังคมได้

เช่นเดียวกับ “คุณบอย” ผู้เข้าร่วมอบรมที่อาศัยอยู่กับคุณแม่วัย 77 ปี ซึ่งมีอาการเจ็บป่วยและวูบบ่อยครั้ง ทำให้ต้องการเรียนรู้วิธีรับมือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น “วิทยากรสอนให้คิดเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การตั้งสติ การโทรแจ้งผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการเข้าช่วยเหลือ จากเดิมที่ไม่มีความรู้ด้านการช่วยชีวิต การได้ลงมือฝึกปฏิบัติช่วยให้รู้สึกมั่นใจและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมากขึ้น”

คุณพรรวนา มหาทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ กล่าวว่า “โครงการ HEART CARE SHARE by LACTASOY เป็นโครงการที่ตั้งใจให้ประชาชนทั่วไปสามารถสมัครเข้ามาอบรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ มาให้ความรู้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สังคมได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะในวินาทีฉุกเฉินของชีวิต มันมีเส้นบาง ๆ เท่านั้นเองระหว่างการสูญเสียหรือการมีชีวิตอยู่”

นอกจากการฝึกอบรมแล้ว ภายในกิจกรรมยังมีเวที HEALTHY TALK ที่ได้พิธีกรและนักแสดง เอส–กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ มาถ่ายทอดประสบการณ์จากเหตุการณ์หยุดหายใจ ขณะที่นักแสดงจิตอาสาอย่าง ทับทิม–อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ ก็มาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานอาสากู้ภัยและการช่วยชีวิตด้วย CPR
พร้อมกันนี้ แลคตาซอยยังมอบทุนสนับสนุนจำนวน 300,000 บาท สำหรับจัดทำหุ่นฝึกช่วยชีวิต “สมชาย” และผลิตภัณฑ์แลคตาซอย 10,800 กล่อง ให้แก่มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมและการฝึกอบรมทักษะช่วยชีวิตแก่ประชาชนต่อไป

HEART CARE SHARE by LACTASOY กำหนดจัดอบรมรวม 12 รอบ ในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงความรู้และฝึกฝนทักษะการช่วยชีวิต เพราะแม้เราไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ อาจมีความหมายอย่างยิ่งในวันที่คนใกล้ตัวต้องการความช่วยเหลือ และนี่คือความตั้งใจของแลคตาซอยในการส่งต่อความห่วงใยผ่านความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

Latest articles

บำรุงราษฎร์ชูโมเดลดูแลอัลไซเมอร์ เปิดมิติใหม่ตรวจแม่นยำ ชะลอโรคระยะแรก

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ชูแนวทางดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์แบบองค์รวมรับมือสังคมสูงวัย ผสานความเชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา จิตเวชผู้สูงอายุ เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และโภชนศาสตร์คลินิก ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการดูแลระยะยาว

ป.ย.ป. โชว์ผลสำเร็จโครงการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่

“โครงการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม” มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการวัฒนธรรมรุ่นใหม่ พร้อมจัดการประกวดคัดเลือกสุดยอดต้นแบบผลงานของเยาวชนสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับประเทศ เพื่อส่งเสริมผลงานที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

ททท. เปิดตัว TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027 ชู 5 ทิศทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทย

ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยตามแนวคิด Value over Volume ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและเพิ่มมูลค่าจากการเดินทาง

Sumsub เผยองค์กรไทยครองแชมป์ความพร้อมธรรมาภิบาล AI ใน APAC แต่พบอัตราความผิดพลาดสูงสุดในภูมิภาค

รายงานล่าสุดชี้ 73% ของธุรกิจไทยเดินหน้าใช้ AI อัตโนมัติขั้นสูงที่ทำงานได้โดยแทบไร้การควบคุมจากมนุษย์ ทว่าเกือบครึ่งยังไร้ระบบบันทึกประวัติการตัดสินใจที่รัดกุม เสี่ยงเผชิญปัญหาทางกฎหมายเมื่อหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มเข้มงวด

More like this