ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ super-aged society หรือสังคมสูงวัยระดับสุดยอด อย่างเป็นทางการ ทำให้มุมมองเรื่องการดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยเปลี่ยนไปจากเดิม ตอนนี้เราไม่ได้มองเพียงการทำอย่างไรให้อายุยืนยาว แต่หันมาให้ความสำคัญกับการมี “ช่วงเวลาสุขภาพดี” หรือการทำอย่างไรให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง กระฉับกระเฉง และพึ่งพาตัวเองได้นานที่สุด
ผู้สูงวัยที่ยังคงแข็งแรง ชอบเดินทางท่องเที่ยว ดูแลลูกหลาน และทำประโยชน์ให้สังคม ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจแบบ Silver Economy ในยุคนี้ แต่อุปสรรคหนึ่งที่มักถูกมองข้ามและขัดขวางไม่ให้เรามีสุขภาพดีในวัยร่วงโรย คือ “อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง” ที่หลายครั้งการมีอาการอ่อนเพลีย หายใจไม่อิ่ม หรือหน้ามืด มักถูกมองว่าเป็นแค่เรื่องปกติของคนแก่ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจที่ซ่อนอยู่ก็เป็นได้
อมิต ราเฮจา (Amit Raheja) รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Edwards Lifesciences จะมาแชร์มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสังเกตสัญญาณเตือนแต่เนิ่น ๆ การดูแลสุขภาพหัวใจ และแนวทางที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยชาวไทยยังคงใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและพึ่งพาตัวเองได้
ทำไมแวดวงสาธารณสุขถึงหันมาเน้นเรื่อง “ช่วงเวลาสุขภาพดี” (Healthspan) มากกว่าแค่การทำให้อายุยืนยาว (Lifespan)?
เป้าหมายการมีสุขภาพดีในชีวิตไม่ใช่แค่การทำให้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แต่คือการเติมเต็มชีวิตชีวาให้กับช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุในไทยมีบทบาทสำคัญในหลายด้าน ทั้งในครอบครัว ชุมชน และเศรษฐกิจ ดังนั้นการมีอายุยืนจะมีความหมายก็ต่อเมื่อพวกเขายังสามารถสนุกกับกิจกรรมที่ชอบ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า
การเน้นเรื่อง Healthspan คือการช่วยให้ผู้คนยังคงกระฉับกระเฉง พึ่งพาตัวเองได้ และมีส่วนร่วมกับสังคมไปได้นานที่สุด ซึ่งสุขภาพหัวใจคือรากฐานสำคัญ เพราะหัวใจส่งผลโดยตรงต่อพลังงานของร่างกาย การเคลื่อนไหว และความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
อะไรคือภัยเงียบสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้ผู้สูงอายุมี “ช่วงเวลาสุขภาพดี” ตามที่ตั้งใจไว้?
ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งคือ การคิดไปเองว่าอาการป่วยเป็นเรื่องปกติของคนแก่ พอผู้สูงอายุรู้สึกหายใจไม่ทัน อ่อนเพลียผิดปกติ หน้ามืด หรือเดินขึ้นบันไดไม่ค่อยไหว พวกเขามักจะทึกทักเอาเองว่าร่างกายเพียงแค่เสื่อมไปตามวัย ซึ่งหากปล่อยไว้นานเข้า ผู้สูงวัยจะเริ่มถอยห่างจากกิจกรรมที่เคยชอบทำไปทีละน้อย
แต่จริง ๆ แล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจที่ซ่อนอยู่ รวมถึงโรคลิ้นหัวใจอย่าง โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรง และเมื่อมองข้ามอาการเหล่านี้ไปอาจทำให้พบแพทย์ช้า ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสที่จะได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที
สิ่งสำคัญที่เราควรเน้นย้ำคือ เราไม่ควรด่วนสรุปว่าเรี่ยวแรงที่ถดถอยหรือร่างกายที่อ่อนแอลงเป็นผลมาจากความชราที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เสมอไป
นวัตกรรมการดูแลหัวใจในปัจจุบัน ช่วยคืน “อิสระ” ให้กับผู้สูงอายุได้อย่างไรบ้าง?
สมัยก่อนเวลาจะผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เราต้องชั่งน้ำหนักโดยคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เช่นลิ้นหัวใจเทียมแบบโลหะจะโดดเด่นเรื่องความทนทาน ในขณะที่ลิ้นหัวใจแบบเนื้อเยื่อจะมีข้อพิจารณาที่ต่างออกไปในแง่ของไลฟ์สไตล์และการดูแลระยะยาว ซึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและเป้าหมายการรักษาของคนไข้แต่ละคน
แต่ทุกวันนี้ ความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีลิ้นหัวใจและวิธีการรักษา ทำให้แพทย์และคนไข้มีทางเลือกมากขึ้น เราสามารถออกแบบการรักษาให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนได้ตรงจุดกว่าที่เคยมีมา
อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคลิ้นหัวใจไม่มีวิธีไหนที่ครอบจักรวาลและเหมาะกับทุกคน ดังนั้นการตัดสินใจเลือกวิธีรักษาควรเป็นกระบวนการที่คนไข้และทีมแพทย์พูดคุยเพื่อตัดสินใจร่วมกัน โดยดูทั้งข้อมูลทางการแพทย์ ข้อจำกัดของคนไข้ และความต้องการส่วนตัวประกอบกัน
ในอดีต การเลือกเปลี่ยนลิ้นหัวใจเหมือนต้องเลือกระหว่างความทนทานกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ตอนนี้ทางเลือกในการรักษามีการพัฒนาไปอย่างไรบ้าง?
ในอดีต การตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจมักจะมีหลายปัจจัยที่ต้องนำมาชั่งน้ำหนัก โดยลิ้นหัวใจเทียมแบบกลไก (Mechanical valves) จะโดดเด่นมากเรื่องความทนทาน แต่ข้อจำกัดคือผู้ป่วยจำเป็นต้องกินยาละลายลิ่มเลือดไปตลอดชีวิต รวมถึงต้องได้รับการติดตามและดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนลิ้นหัวใจเทียมแบบเนื้อเยื่อ (Tissue valves) จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องกินยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต ตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้มากกว่า ในขณะที่ความทนทานและอายุการใช้งานก็เคยเป็นข้อพิจารณาสำคัญในสมัยก่อน
แต่ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทั้งในด้านวิทยาศาสตร์เนื้อเยื่อ เทคโนโลยีการออกแบบลิ้นหัวใจ ตลอดจนแนวทางการรักษาใหม่ ๆ ได้ช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยมีทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถพิจารณาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดโดยอิงตามอายุ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายชีวิตของคนไข้แต่ละคนได้อย่างลงตัว
ดังนั้นจริง ๆ แล้วไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน การเลือกชนิดของลิ้นหัวใจและแนวทางการรักษาจึงควรเกิดจากกระบวนการตัดสินใจร่วมกันระหว่างตัวผู้ป่วยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยชั่งน้ำหนักจากข้อมูลทางการแพทย์ ประโยชน์ ความเสี่ยง ตลอดจนความต้องการในระยะยาวของคนไข้เป็นสำคัญ
ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการแพทย์ คุณมองเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุขในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร?
โอกาสที่จะมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพดี ไม่ควรถูกจำกัดด้วยสถานที่ที่คนคนนั้นอาศัยอยู่ สำหรับประเทศไทย เรายังต้องพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายความตระหนักรู้ การคัดกรอง การวินิจฉัย และการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่นอกเมืองใหญ่ด้วย
เรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในระบบสาธารณสุข ทั้งการสนับสนุนความรู้และพัฒนาศักยภาพให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการให้ความรู้คนในชุมชนให้สังเกตสัญญาณเตือนได้ดีขึ้น เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเมื่อไหร่ควรรีบไปปรึกษาแพทย์
ถ้าเราช่วยกันเสริมสร้างความรู้และศักยภาพทางการแพทย์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ ผู้สูงอายุก็จะมีโอกาสได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเข้าใจทางเลือกในการรักษาของตัวเองมากขึ้น
สุดท้ายนี้ อยากฝากอะไรถึงผู้สูงอายุและครอบครัวที่กำลังเตรียมตัวก้าวสู่วัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ?
อายุที่มากขึ้น ไม่ได้แปลว่าเราต้องยอมทนกับอาการเหนื่อยล้า หายใจไม่อิ่ม หรือการสูญเสียอิสระในการใช้ชีวิตไปเสียหมด ทุกคนควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย โดยเฉพาะอาการแปลก ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น เป็นเรื้อรังไม่หายสนิท หรือเริ่มกระทบกับชีวิตประจำวัน แล้วนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การรู้ตัวเร็วและได้รับการตรวจอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เรารู้ว่าอาการเหล่านี้มาจากโรคหัวใจหรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ นอกจากนี้ ครอบครัวเองก็มีบทบาทสำคัญมากในการช่วยสังเกตความผิดปกติ และคอยสนับสนุนผู้สูงอายุในการไปพบแพทย์ แทนที่จะปล่อยผ่านและเหมารวมว่าเป็นเพราะความแก่ชรา
วัยเกษียณควรเป็นช่วงชีวิตที่เรายังสนุกกับการทำกิจกรรม ได้พบปะผู้คน และทำในสิ่งที่มีความหมาย การปกป้องดูแลสุขภาพหัวใจ จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยรักษาสิทธิในการใช้ช่วงเวลานี้ได้อย่างมั่นใจและมีอิสระ
สุดท้ายแล้วการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เสียทีเดียว หากเรามีการเตรียมพร้อมและทำความเข้าใจร่างกายอย่างถูกต้อง อาการเหนื่อยล้าอาจไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขวัยที่เพิ่มขึ้นเสมอไป การหมั่นตรวจเช็กสุขภาพหัวใจและเปิดรับนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ๆ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อก “Healthspan” ให้คนไทยก้าวสู่วัยเกษียณได้อย่างสง่างาม กระฉับกระเฉง และมีอิสระในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุก ๆ วัน

