ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อให้เม็ดเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว และหน่วยงานของรัฐใช้เป็นแนวทางในการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี เงินงบประมาณ และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ครอบคลุมทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณให้สอดคล้องกับเป้าหมายในภาพรวมของประเทศ
โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีเม็ดเงินภาครัฐ จำนวน 4.31 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 2.44 แสนล้านบาท งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 3.79 ล้านล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 2.79 แสนล้านบาท โดยกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 75 รายจ่ายประจำไม่น้อยกว่า ร้อยละ 98 รายจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 93 และการใช้จ่ายงบประมาณ (ก่อหนี้) รายจ่ายลงทุน รายจ่ายประจำ และรายจ่ายภาพรวม ร้อยละ 100 รวมทั้งการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจไม่น้อยกว่า ร้อยละ 95 ของกรอบงบลงทุน และให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ ดังนี้
- เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
1.1 รายการที่ก่อหนี้ผูกพันแล้วตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จตามสัญญาหรือข้อผูกพัน
1.2 รายการที่อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างก่อนสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้เร่งรัดการ ก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 หากก่อหนี้ผูกพันไม่ทันภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570 ให้กระทรวงการคลังพิจารณาไม่อนุมัติให้ขยายเวลาเบิกจ่ายงบประมาณปี พ.ศ. 2569 ต่อไป
- เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้ดำเนินการดังนี้
2.1 รายจ่ายลงทุนให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 หากก่อหนี้ผูกพันไม่ทันภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570 ให้สำนักงบประมาณนำรายการดังกล่าวไปจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. เพื่อนำไปใช้กับรายการที่สำคัญและมีความพร้อมในการดำเนินการมากกว่า
2.2 ให้เร่งรัดการดำเนินการและเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3
2.3 ให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเจ้าสังกัดกำกับดูแลให้หน่วยงานของรัฐในกำกับเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางที่กำหนด โดยให้นำผลการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณ และการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมทั้งผลการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ไปใช้ประกอบการพิจารณาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเจ้าของงบประมาณ และการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้าย
2.4 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำกับดูแลบริหารจัดการเร่งรัดการดำเนินการให้แล้วเสร็จเป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางที่กำหนด พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของงบประมาณรายจ่ายลงทุน ระบุปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไข และแผนการใช้จ่ายเงิน ต่อกรมบัญชีกลางภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
2.5 ให้สำนักงบประมาณนำผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ไปพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ให้สอดคล้องกับศักยภาพของหน่วยรับงบประมาณ
- มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ให้ดำเนินการดังนี้
3.1 ให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปี 2570 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของกรอบงบลงทุน และกำหนดให้ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของผู้บริหารสูงสุด ทั้งนี้ ให้ผู้บริหารสูงสุดถ่ายทอดเป้าหมายดังกล่าวไปยังผู้บริหาร และผู้รับผิดชอบโครงการตามลำดับ เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบต่อผลการเบิกจ่ายงบลงทุนอย่างชัดเจน และให้กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังทำหน้าที่นำเสนอผลการเบิกจ่ายในการประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อทราบและประกอบการประเมินผลงานผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจและผู้รับผิดชอบโครงการต่อไป
3.2 ให้รัฐวิสาหกิจเร่งรัดการดำเนินโครงการลงทุนและการเบิกจ่ายงบลงทุนมาไว้ในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ในลักษณะ Front-loaded ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของกรอบงบลงทุนทั้งปี รวมทั้งพิจารณานำโครงการหรือแผนงานอื่นที่มีความพร้อมมาดำเนินการก่อนตามความเหมาะสม เพื่อกระจายการลงทุนและให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วและต่อเนื่องตลอดปี
3.3 ให้รัฐวิสาหกิจเร่งทบทวนกรอบงบลงทุนและประมาณการเบิกจ่ายตั้งแต่ต้นปี และหากมีความจำเป็น ต้องปรับปรุงกรอบงบลงทุนในระหว่างปี 2570 ให้เร่งดำเนินการขอปรับปรุงกรอบงบลงทุนให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสแรก โดยการปรับปรุงกรอบงบลงทุนต้องมีเหตุผลและความจำเป็นรองรับอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ สำหรับการก่อหนี้ผูกพันขอให้รัฐวิสาหกิจเร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2
3.4 ให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจนำปัญหาและอุปสรรคในการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2569 มาทบทวนและถอดบทเรียน เพื่อจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและแผนรองรับ รวมทั้งเตรียมโครงการหรือแผนงานสำรอง
ที่มีความพร้อมสำหรับดำเนินการทดแทนในกรณีที่โครงการไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ทั้งนี้ หากพบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการเบิกจ่าย ให้เร่งรายงานต่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาภายใน 7 วัน
3.5 ให้รัฐวิสาหกิจจัดทำแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนรายไตรมาส โดยกำหนดเป้าหมายและขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตรียมโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง การก่อหนี้ผูกพัน การส่งมอบงาน จนถึงการเบิกจ่าย เพื่อให้สามารถติดตามความก้าวหน้า และประเมินความเสี่ยงต่อการบรรลุเป้าหมายได้ตลอดกระบวนการ
3.6 ให้กระทรวงเจ้าสังกัดกำกับและติดตามผลการดำเนินงานและการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นรายไตรมาสอย่างใกล้ชิดและเคร่งครัด โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนต่ำกว่าร้อยละ 95 ในปี 2569 หรือรัฐวิสาหกิจที่มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการเบิกจ่าย ในปี 2570 เพื่อให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นไปตามเป้าหมาย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จะมีบทบาทสำคัญในขับเคลื่อนการใช้จ่ายเงิน กระตุ้นการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ และช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี พ.ศ. 2569 และปี พ.ศ. 2570” ดร. เอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย

