อาหารหนึ่งมื้ออาจดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องของสิ่งที่อยู่บนจาน แต่เบื้องหลังอาหารแต่ละจานเชื่อมโยงกับทั้งสุขภาพของผู้บริโภค ทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต ตลอดจนอาหารอีกจำนวนมากที่อาจสูญเสียหรือถูกทิ้งโดยไม่ได้ถูกบริโภค
วันที่ 29 กันยายน ซึ่งตรงกับทั้ง วันหัวใจโลก (World Heart Day) และ วันสากลเพื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับการสูญเสียและขยะอาหาร (International Day of Awareness of Food Loss and Waste) จึงเป็นโอกาสสำคัญในการกลับมามอง “อาหาร” ให้กว้างกว่าการบริโภคในแต่ละมื้อ และพิจารณาว่า สิ่งที่เราเลือกกิน รวมถึงวิธีที่อาหารถูกผลิต จัดจำหน่าย และใช้ประโยชน์ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบอาหารเดียวกัน
ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของอาหารในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย โดย ไข่ไก่ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นขนาดของระบบการผลิตอาหารได้อย่างชัดเจน ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยผลิตไข่ไก่กว่า 16,056 ล้านฟอง[1] หรือเฉลี่ยเกือบ 44 ล้านฟองต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงปริมาณอาหารที่ผลิตขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงทรัพยากร พลังงาน และกระบวนการต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังอาหารที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในแต่ละวัน
ขณะเดียวกัน อาหารจำนวนมหาศาลที่ถูกผลิตขึ้นกลับไม่ได้ถูกบริโภค รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า ในปี 2565 โลกมีขยะอาหารกว่า 1.05 พันล้านตัน [2] จากครัวเรือน ธุรกิจบริการอาหาร และภาคค้าปลีก หรือคิดเป็นราว 19% ของอาหารที่มีให้ผู้บริโภค ซึ่งการสูญเสียและขยะอาหารเหล่านี้มีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกราว 8–10%[3]
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับวาระ วันสากลเพื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับการสูญเสียและขยะอาหารในปี 2569 ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชูแนวคิด “The Transformative Potential of Reducing Food Loss and Waste” ซึ่งเน้นย้ำว่า การลดขยะอาหารไม่เพียงช่วยลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม การสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การลดอาหารเหลือทิ้ง แต่ต้องย้อนกลับมามองที่ จุดเริ่มต้นของการเลือกบริโภคในแต่ละวัน
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า อาหารที่ดีต่อสุขภาพควรมีความหลากหลาย โดยมีผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และพืชตระกูลถั่วเป็นหลัก สำหรับผู้ใหญ่ การเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืชทดแทนเนื้อแดง ช่วยให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยิ่งและลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังบางประเภท ประเด็นด้านอาหารและสุขภาพมีความหมายอย่างยิ่งในช่วงวันหัวใจโลก ที่ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Don’t Miss a Beat” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก
สำหรับ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล จุดร่วมของสองวาระสำคัญนี้อยู่ที่การมองทบทวนตั้งแต่สิ่งที่เราเลือกกิน ไปจนถึงวิธีที่อาหารถูกผลิต ใช้ และจัดการเมื่อไม่ได้ถูกบริโภค การลดการสูญเสียและขยะอาหารช่วยให้ทรัพยากรถูกนำมาใช้ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่การเพิ่มทางเลือกจากพืชก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถสนับสนุนทั้งสุขภาพของผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงของระบบอาหาร
กานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าวว่า “การสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เราสามารถเริ่มจากมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน เลือกอาหารจากพืชมากขึ้น และใช้สิ่งที่เราซื้อมาให้คุ้มค่า เมื่อทางเลือกเหล่านี้เกิดขึ้นในวงกว้าง ก็สามารถช่วยขับเคลื่อนระบบอาหารไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้”
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้ผลิต ธุรกิจอาหาร ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต ต่างมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มทางเลือกที่ดีขึ้นเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น การบริหารจัดการอาหารเพื่อลดการสูญเสีย ยกระดับมาตรฐานการผลิตและการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น
[1] https://oae.go.th/uploads/files/2026/01/22/AD96BF9855DA.pdf
[2] https://www.unep.org/news-and-stories/press-release/world-squanders-over-1-billion-meals-day-un-report
[3] https://www.unep.org/topics/food-systems/food-loss-and-waste

