OSP Q2 กำไร 1,100 ล้านบาท โต 8.9% Gross Margin ทำนิวไฮ 42.8%

Published on

บมจ. โอสถสภา (OSP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.8% จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น การบริหารต้นทุนและ Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจหลักในประเทศ ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% จากปีก่อน สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น

มุกดา ไพรัชเวทย์ Chief Executive Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP กล่าวว่า “ผลงานครึ่งปีแรกสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบนฐานปรับปรุง (Adjusted Basis) รายได้จากการขายเติบโต 1.7% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทและกำไรปกติเติบโต 20.2% และ 42.6% ตามลำดับ จากการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับโอกาสการเติบโตในแต่ละตลาด”

“สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในระดับ Low-to-Mid-Single Digit บนฐานปรับปรุง ซึ่งเติบโตในอัตราที่สูงกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยจะเดินหน้าสร้างการเติบโตจากแบรนด์หลัก นวัตกรรม และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว”

Key Highlights ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569

  • กำไรเติบโตต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทาย กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากปีก่อน

แม้ธุรกิจในเมียนมายังเผชิญข้อจำกัดด้านการผลิตชั่วคราว ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% บน Reported Basis และ 42.6% บน Adjusted Basis

  • Gross Margin ทำสถิติสูงสุด 42.8% จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นหลังการรวมศูนย์โรงงาน การบริหาร Supply Chain ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารต้นทุนและกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เครื่องดื่มในประเทศโต 6.0% จากการบริหาร Brand Portfolio ที่ครอบคลุมทั้งตลาดหลัก พรีเมียม และ Functional Drinks โดยมี M-150, Lipovitan-D, C-Vitt และ Peptein เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
  • Personal Care โต 8.3% จากความแข็งแกร่งของ Babi Mild และการขยายพอร์ต Ultra Mild by Babi Mild ช่วยขยายฐานผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว
  • ธุรกิจต่างประเทศไม่รวมเมียนมาโต 19.5% แม้ธุรกิจในเมียนมายังคงได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบ แต่ตลาดต่างประเทศอื่นยังคงเติบโตได้ดี สะท้อนศักยภาพในการขยายธุรกิจในตลาดที่มีโอกาสเติบโต
  • บริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย อัตราส่วน SG&A ต่อยอดขายอยู่ที่ 22.5% จากการบริหารกิจกรรมการตลาดและการส่งเสริมการค้าที่มุ่งเน้นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI-driven) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • ปันผลระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

มุกดา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในโอกาสครบรอบ 135 ปี โอสถสภายังคงเติบโตเคียงคู่สังคมไทยและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เราจะเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของแบรนด์ พัฒนานวัตกรรม ขยายโอกาสทั้งในและต่างประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต”

Latest articles

“พาณิชย์” เปิดตัว “ใกล้เก็บเกี่ยว” คาดการณ์ล่วงหน้าสินค้าเกษตร ระบบหัวเว่ยคลาวด์ ผ่าน GDCC

กระทรวงพาณิชย์เปิดภาพการทำงานของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากการใช้ติดตามสถานการณ์ สู่การ “คาดการณ์ล่วงหน้า” โดยใช้ระบบหัวเว่ยคลาวด์และเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงข้อมูลผลผลิต ราคา และพื้นที่จากหลายหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน

เครือ รพ.พญาไท-เปาโล ผนึก NFI ปั้นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ Personalized Nutrition

ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ

PSP จับมือ Orthene ตั้งฐานการผลิต Brake Fluids รองรับดีมานด์ทั่วภูมิภาคอาเซียน

PSP เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและผลิตภัณฑ์พิเศษครบวงจร ด้วยการจับมือกับ ออร์ทีน เคมีคอล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์น้ำมันเบรกระดับโลก เพื่อพัฒนาและจัดตั้งฐานการผลิต Brake Fluids สำหรับภูมิภาคอาเซียนในประเทศไทย

น้ำลดต้องเช็ก 7 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม

สิ่งที่เจ้าของบ้านควรหลีกเลี่ยงหลังน้ำลด คือ การรีบเปิดระบบไฟฟ้า การรีบทาสี หรือ ปิดผิวผนังที่ยังมีความชื้น และการซ่อมแซมโครงสร้างโดยไม่มีการประเมินก่อน เพราะอาจทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ถูกปิดทับและกลับมาเป็นความเสียหายที่รุนแรงขึ้นในภายหลัง

More like this