ดานอน ประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia: IDA) อย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนในโอกาสวัน Danone Day โดยในประเทศไทย ปีนี้ถือเป็นปีที่สองที่พนักงานดานอนร่วมลงพื้นที่ทำกิจกรรมคัดกรองเด็กในชุมชน ขณะเดียวกันดานอนยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายโรงพยาบาล เพื่อผลักดันให้เกิดการตระหนักรู้และให้เด็กๆ เข้าถึงการคัดกรองความเสี่ยงภาวะโลหิตจางได้โดยไม่ต้องเจาะเลือด
IDA: “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลระยะยาว หากไม่เฝ้าระวังตั้งแต่ต้น
ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หรือ IDA เป็น “ภัยเงียบ” และเป็นหนึ่งในภาวะขาดสารอาหารที่พบบ่อยในเด็กไทย โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5–6 ปี มักเกิดขึ้นโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่สามารถส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต
พัฒนาการทางร่างกาย พัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ และระดับสติปัญญาในระยะยาว หากไม่ได้รับการเฝ้าระวังและดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต
ด้วยลักษณะที่ไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรกและสังเกตได้ยาก การสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ดูแลควบคู่กับการคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยระบุความเสี่ยงและนำไปสู่การดูแลที่เหมาะสม ข้อมูลในประเทศไทยยังสะท้อนว่า เด็กไทยประมาณ 1 ใน 3 อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นของการขยายการเข้าถึงการเฝ้าระวังและคัดกรองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ผนึกกำลังระดับประเทศ เสริมศักยภาพการคัดกรองภาวะ IDA ในโรงพยาบาล
ดานอน ประเทศไทย ร่วมมือกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายโรงพยาบาลในสังกัด ได้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อสนับสนุนเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงภาวะ IDA แบบไม่ต้องเจาะเลือด เพื่อสนับสนุนการนำไปใช้ในบริบทของระบบบริการสุขภาพ
แพทย์หญิงธญรช ทิพยวงษ์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ กล่าวว่า “กรมการแพทย์ขอขอบคุณดานอน ประเทศไทย ที่มีความตั้งใจในการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของภาวะ IDA รวมถึงการสนับสนุนให้มีการตรวจคัดกรองแต่เนิ่นๆ และสนับสนุนเครื่องมือเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของเด็ก ๆ”
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการขยายการดูแลภาวะ IDA ในหลายระดับที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมา ดานอน ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครในการส่งเสริม
การสร้างความตระหนักรู้และการคัดกรองในระดับชุมชนและประชากร ความร่วมมือกับกรมการแพทย์ในครั้งนี้ ช่วยเสริมบทบาทในระดับโรงพยาบาล ซึ่งเป็นอีกขั้นสำคัญในการรองรับเด็กที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงจากชุมชน และเชื่อมต่อเข้าสู่การดูแลในระบบบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม
เสียงจากโรงพยาบาล: ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการคัดกรองภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก
นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า “การลดความชุกของภาวะ IDA ในเด็กไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องในการเฝ้าระวังและดูแล การสนับสนุนเครื่องมือและความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถดูแลเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว”
ด้านนายแพทย์เกรียงไกร เบญจวงศ์เสถียร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า “ทางโรงพยาบาลสนับสนุนให้เด็กๆ เข้ารับการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางแต่เนิ่นๆ และเชื่อว่าเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงโดยไม่ต้องเจาะเลือดนี้จะเป็นทางเลือกในการประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมที่ช่วยสนับสนุนการป้องกันเชิงรุกได้มากขึ้น เพราะเป็นมิตรต่อเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็ก”
นายแพทย์อดิศักด์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวว่า “ในบริบทของโรงพยาบาลรัฐ การเข้าถึงการคัดกรองที่สะดวกและรวดเร็วมีความสำคัญอย่างมาก ความร่วมมือในครั้งนี้ช่วยเสริมศักยภาพให้ทางโรงพยาบาลประเมินความเสี่ยงภาวะโลหิตจางได้ง่ายและรวดเร็ว ช่วยให้เด็กที่มีความเสี่ยงได้รับการคัดกรองและเข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น”
เสียงจากดานอน: ร่วมสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ
แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ภาวะ IDA เป็นภาวะที่มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในระยะยาว สิ่งที่ดานอนมุ่งมั่น คือการสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนการตรวจคัดกรองแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการร่างกายและสมองของเด็กๆ ดานอนจึงขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการทำงานร่วมกันในระบบสุขภาพ และเรายินดีที่จะสานต่อความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสนับสนุนการดูแลสุขภาพเด็กในระยะยาว”

